การได้ไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดถือว่าเป็นสิริมงคลของชีวิต

 

                                           พระธาตุลำปางหลวงประดิษฐานอยู่ที่วัดลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร  องค์พระธาตุเจดีย์สูง ๒๒ วา ๒ ศอกฐานกว้างด้านละ ๑๒ วา ก่อด้วยอิฐถือปูน ฉาบด้วยแผ่นทองเหลือง ทองแดงตลอดทั้งองค์<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                               </p>                           ตามประวัติกล่าวว่า พระมหากัสสปเถระและพระเมติยะเถระ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาจากประเทศอินเดียเมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช โปรดให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐานในอาณาจักรต่าง ๆ<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                             </p>                             ตามตำนานกล่าวว่า  พระพุทธเจ้าทรงมอบพระเกศาธาตุให้ชาวลัวะผู้หนึ่งชื่อกอนลั๊วะกอนได้สร้างพระสถูปเจดีย์สูงเจ็ดศอก เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุไว้  ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. ๒๑๘ ได้มีพระอรหันต์สององค์คือ พระกุมารกัสสปะได้นำเอาพระอัฐิธาตุพระนลาตข้างขวา และพระเมฆิยะ ได้นำเอาอัฐิธาตุลำคอมาบรรจุไว้ในพระสถูปเจดีย์ไว้อีก  พระสถูปเจดีย์องค์นี้ได้มีการสร้างเพิ่มเติมอีกหลายครั้งสำหรับองค์ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ได้สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๓๐๙โดยเจ้าเมืองหาญศรีธัตถะมหาสุรมนตรี ซึ่งพระเจ้าดิลกปนัดดาเจ้านครเชียงใหม่ได้ส่งมากินเมืองลำปางในครั้งนั้น<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                         </p>                              เรื่องราวจากศิลาจารึกพอประมวลเหตุการณ์ตามลำดับได้ดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๒ เจ้าเมืองหาญแต่ท้อง (ราชบุตรหมื่นด้งนคร) มากินเมืองนครลำปาง ได้ขอพระราชานุญาติ จากพระยาติโลกรัตนะเจ้านครเชียงใหม่ เพื่อทำการประดิษฐานพระเจดีย์ ไว้เหนือพระบรมสารีริกธาตุ  ที่ลัมภะกัปปะนคร  กว้าง ๙ วา สูง ๑๕ วา  ก่อด้วยอิฐถือปูน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               </p>            ปี พ.ศ. ๒๐๑๙  เจ้าหมื่นคำเป๊กเจ้านครลำปาง ได้ให้สร้างกำแพง สร้างวิหาร และให้หล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่งอัญเชิญไว้ในพระวิหาร  สร้างศาลา  ขุดบ่อน้ำและตัดถนนในบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                         </p>                             ปี พ.ศ. ๒๐๓๙เจ้าเมืองหาญศรีธัตถมหาสุรมนตรี มากินเมืองลำปาง ได้ชักชวนผู้คนทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ทำการก่อฐานพระมหาธาตุกว้าง ๑๒ วา  เป็นจำนวนดินและอิฐหนึ่งล้านก้อนเศษ มีรายละเอียดประมาณปูนที่ใช้มูลค่า การก่อสร้างและมีการนำเอาทองคำมาใส่พระมหาธาตุหลายครั้ง รวมแล้วได้หมื่นสามพันสองร้อยหกบาท<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               </p>

            ปี พ.ศ. ๒๐๔๐ ได้มีการหล่อพระล้านทอง ต่อมาเจ้าเมืองหาญศรีทัตก็ให้หล่อพระทองขึ้นอีกองค์หนึ่ง ใช้ทองหนักสามหมื่นทองแล้วอัญเชิญมาประดิษฐานในวิหารด้านเหนือ วิหารด้านตะวันตกไว้พระสีลาพระพุทธเจ้าองค์หลวง อยู่ในบริเวณด้านใต้ และได้ก่อพระมหาธาตุกว้าง ๑๒ วา สูง ๒๕วา  พระราชครูเจ้า นำฉัตรทองคำมาใส่ยอดพระมหาธาตุ 
       

            ปี พ.ศ. ๒๑๔๕  มหาอุปราชพระยาหลวงนครชัยบุรี  ได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธานำทองคำแสนก่ำมาบูชาพระมหาธาตุ และได้สร้างฉัตรใส่ยอดพระมหาธาตุ มหาพละปัญโญและพระเจ้าหลวงป่าต้นกับบรรดาพระสงฆ์ รวมทั้งฝ่ายฆราวาสได้หล่อจำลองใส่ยอดพระมหาธาตุ 
       

            ปี พ.ศ.๒๓๗๕ บรรดาพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า เห็นว่าฉัตรและยอดของพระมหาธาตุถูกมหาวาตภัยหักลงมาจึงได้แต่งทูตไปกราบถวายบังคมทูตกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาทราวดีฝ่ายใต้  จึงได้พระราชทานแก้วและทองดี จากนั้นได้สร้างฉัตรในปะฐะมะในชั้นถ้วยทุติยะขึ้นใหม่ใหญ่กว่าเดิม  เพิ่มเติมฉัตรอีกสองชั้น  จากของเดิมที่มีอยู่ห้าชั้น<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p>

มีงานประเพณีประจำปี ปีละสามครั้งมีมาแต่ครั้งโบราณกาลคือ เดือนยี่เป็ง (เดือนสิบสอง)  เป็นประเพณีนมัสการพระบรมธาตุ วันปากปี  วันที่ ๑๖ เมษายนเป็นประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุและพระแก้วมรกต เดือนหกเหนือเป็ง  เป็นประเพณีนมัสการพระพุทธบาท

</span>