ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงของเรา
ทรงพระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยนั้น ประกอบด้วย 3 หลักกับ 2
เงื่อนไข
หลักที่
1 คือ หลักของการเดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง
หลักที่
2 คือ หลักของการใช้เหตุผลในการตัดสินใจ
แทนการใช้อารมณ์ในตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน
หลักที่
3 คือ หลักของการมีภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
โดยเฉพาะจากปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลง
ที่อยู่นอกเหนืออิทธิพลของเรา
กล่าวคือ อย่างเสี่ยงเกินไป
อย่าเล็งผลเลิศเกินไป อย่าโลภเกินไป
เพราะว่าถ้าทำอะไรไปโดยหวังว่าทุกอย่างมันจะดีหมด
บางทีเหตุการณ์ข้างนอก ซึ่งอยู่เหนืออิทธิพลของเรา
อาจจะทำให้ผิดพลาดได้ และผลกระทบที่เกิดกับเรา
อาจจะทำให้ถึงกับล้มไปก็ได้
ฉะนั้นทำอะไรไปขอให้นึกถึงว่าเหตุการณ์บางอย่างอาจจะไม่ดี
ถึงแม้มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น เราก็ยังพออยู่รอดได้
หลักการข้างต้นเป็น 3 หลักการ ที่ต้องใช้ควบคู่พร้อมๆ กันไปทั้ง 3
หลัก
ส่วน 2 เงื่อนไข ได้แก่
เงื่อนไขที่ 1 คือ คุณธรรม
ผู้ที่ปฏิบัติหรือผู้ที่ตัดสินใจนั้น ควรจะตัดสินใจด้วยคุณธรรม เช่น
ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน กล่าวคืออย่าไปนั่งงอมือ งอเท้า
แล้วหวังว่าทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นมาอย่างดี หลายๆ อย่างนั้น
ไม่ใช่เกิดขึ้นมาจากการทำอะไรง่าย ๆ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเพียร
แต่มีความซื่อสัตย์ เรียกว่าไม่ทำอะไรแบบอยากได้ผลเร็ว ๆ เขาเรียกว่า
ตัดมุม หรือ Cut corner ขอให้ทำอะไรด้วยความซื่อสัตย์
คนเขาเห็นความซื่อสัตย์ ตัวเองก็จะได้รับผลจากการที่มีคนเชื่อถือ
เงื่อนไขที่ 2 คือ ความรอบรู้
ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ไม่ใช่เป็นความรู้จากตำราเฉย ๆ
แต่เป็นความรู้ที่ได้มาจากการมีประสบการณ์ และอาศัยความรอบคอบ
ระมัดระวัง พร้อม ๆ กันไปด้วย
สรุปเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ได้ว่า
"เศรษฐกิจพอเพียง คือ การเดินทางสายกลาง
อย่างมีเหตุผล
และมีภูมิคุ้มกันที่ดี
โดยอาศัยความรู้คู่คุณธรรม"
Reference http://www.sufficiencyeconomy.org
ขอบคุณครับที่อาจารย์เพิ่มแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ผมอีกแหล่งหนึ่ง อ่านแล้วเข้าใจง่าย และขอบคุณที่บอกแหล่งอ้างอิงไว้ให้ด้วย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงของเรา ทรงพระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยนั้น ประกอบด้วย 3 หลักกับ 2 เงื่อนไข
หลักที่ 1 คือ หลักของการเดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง
หลักที่ 2 คือ หลักของการใช้ความรู้และเหตุผลในการตัดสินใจ แทนการใช้อารมณ์ในตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน
หลักที่ 3 คือ หลักของการมีภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยเฉพาะจากปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่อยู่นอกเหนืออิทธิพลของเรา
กล่าวคือ อย่างเสี่ยงเกินไป อย่าเล็งผลเลิศเกินไป อย่าโลภเกินไป เพราะว่าถ้าทำอะไรไปโดยหวังว่าทุกอย่างมันจะดีหมด บางทีเหตุการณ์ข้างนอก ซึ่งอยู่เหนืออิทธิพลของเรา อาจจะทำให้ผิดพลาดได้ และผลกระทบที่เกิดกับเรา อาจจะทำให้ถึงกับล้มไปก็ได้ ฉะนั้นทำอะไรไปขอให้นึกถึงว่าเหตุการณ์บางอย่างอาจจะไม่ดี ถึงแม้มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น เราก็ยังพออยู่รอดได้
หลักการข้างต้นเป็น 3 หลักการ ที่ต้องใช้ควบคู่พร้อมๆ กันไปทั้ง 3 หลัก
ส่วน 2 เงื่อนไข ได้แก่
เงื่อนไขที่ 1 คือ คุณธรรม ผู้ที่ปฏิบัติหรือผู้ที่ตัดสินใจนั้น ควรจะตัดสินใจด้วยคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน กล่าวคืออย่าไปนั่งงอมือ งอเท้า แล้วหวังว่าทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นมาอย่างดี หลายๆ อย่างนั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นมาจากการทำอะไรง่าย ๆ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเพียร แต่มีความซื่อสัตย์ เรียกว่าไม่ทำอะไรแบบอยากได้ผลเร็ว ๆ เขาเรียกว่า ตัดมุม หรือ Cut corner ขอให้ทำอะไรด้วยความซื่อสัตย์ คนเขาเห็นความซื่อสัตย์ ตัวเองก็จะได้รับผลจากการที่มีคนเชื่อถือ
เงื่อนไขที่ 2 คือ ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ไม่ใช่เป็นความรู้จากตำราเฉย ๆ แต่เป็นความรู้ที่ได้มาจากการมีประสบการณ์ และอาศัยความรอบคอบ ระมัดระวัง พร้อม ๆ กันไปด้วย
สรุปเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ได้ว่า
"เศรษฐกิจพอเพียง คือ การเดินทางสายกลาง ที่อาศัยความรู้และเหตุผลในการตัดสินใจ อย่างมีภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยใช้ความรู้คู่คุณธรรม"
Reference http://www.sufficiencyeconomy.org
ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับที่ทำให้พวกเราได้รู้จักเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น ทำให้เห็นภาพเห็นอนาคตประเทศถ้าเราปฏิบัติร่วมกันในชาติ สิ่งดีๆ ก้อจะตามมามากมายตามทฤษฎีพระราชทานนี้ ฯลฯ ..........
ขอบคุณครับ
เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องเศราฐกิจพอเพียงครับ
ถ้าคนไทยทุกคนรู้จักพอเพียงได้อย่างนี้
รับรองว่าไม่ต้องมีตำรวจ ไม่มีอาชญากรรม
เมืองไทยสงบแน่นอนค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่นำเรื่องนี้มาให้พวกเราได้ศึกษาเพิ่มเติม จากเดิมที่เพียงแต่ได้ฟัง ได้ดู จากสื่อ ก็ได้มาศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเองได้เข้าใจคำว่า เศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น
หากสิ่งที่อาจารย์และพวกเราคิดจะทำร่วมกันสำเร็จจะดีมากค่ะ เพราะไม่เพียงแต่พวกเราเท่านั้นที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจที่พอเพียงนี้แต่หากมีผู้สนใจเข้ามาหาความรู้หรือต่อยอด ร่วมกันคำว่า “ใช้ชีวิตแบบพอเพียง”ภายใต้ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของคนอีกหลายคน ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยกันสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ มีความปรองดองสมานฉันท์ อยู่เย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้าค่ะ ในหลวงท่านจะได้ชื่นใจ ว่ามีจุดเล็ก ๆจุดหนึ่งในสังคมไทยกำลังร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทุ่มเทแรงกายและสติปัญญาสรรสร้างสิ่งอันมีคุณค่านี้ขึ้นมาแม่จะเล็ดแต่ก็อาจสำคัญขึ้นมาได้ในอนาคต
ถ้าวัยรุ่นไทยยึดความพอเพียงตามทฤฎีที่ในหลวงทรงพระราชทานก็คงจะดีไม่น้อย ไม่บ้าวัตถุหรือแฟชันมากเกินไป ประเทศไทยคงจะเจริญและมีเยาวชนที่มีคุณภาพ ตั้งใจศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติต่อไป
เป็นแนวทางที่ทุกคนในประเทศชาติจะต้องปฎิบัติตามหากเราทุกคนในชาติยึดหลักของในหลวงเชื่อได้ว่าประเทศชาติของเราจะต้องพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ขอบคุณท่านอาจารย์นะค่ะที่ได้ให้ความรู้หนูจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เกิดการพัฒนาอย่างสูงสุดค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
แวะมาทักทายในวันหยุดค่ะ
หากมนุษย์ยึดหลักใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระองค์แล้ว โลกของเราคงน่าอยู่กว่านี้เยอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ คุณjeepsee คุณน้อยหน่า คุณนพรัตน์ คุณProntip