McKinsey Report เกี่ยวกับการศึกษาของประเทศต่างๆ ในโลก บอกว่าประเทศที่ผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษาสูงมากมีลักษณะสำคัญที่ต่างจากประเทศที่ผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษาต่ำมากอย่างหนึ่งคือ ครูใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่แนะนำหรือแลกเปลี่ยนความเห็นกับครูน้อย ในการวางยุทธศาสตร์ของโรงเรียน และในรายละเอียดของการดูแลเด็กเป็นคนๆ ทั้งเด็กที่มีปัญหา และเด็กที่ต้องการส่งเสริมให้ไปโลด
ที่เวียดนาม ที่ผมเคยไปเห็นก็เป็นอย่างนั้น
แต่สงสัยว่าที่บ้านเราจะไม่เป็นเช่นนั้น เดาว่า ผอ. / อจ. ใหญ่ จะเน้นทำงาน “บริหาร”
โจทย์วิจัยคือ ผอ. / อจ. ใหญ่ ไทย ใช้เวลาทำอะไรบ้าง ในสัดส่วนเท่าไร ในเวลา ๒๔ ชม. ต่อวัน และ ๗ วันในหนึ่งสัปดาห์ ๓๖๕ วัน ในหนึ่งปี เปรียบเทียบระหว่างโรงเรียนที่ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนเด่นมาก กับ รร. ที่อยู่ในขั้นโคม่า
เป็นโจทย์วิจัยระดับปริญญาเอกได้สบายนะครับ
วิจารณ์ พานิช
๙ ก.พ. ๕๑
ในระดับปริญญาตรีก็ทำยากครับ เทอมนี้ผมมีนักศึกษาที่สอน 123 คน มีนักศึกษาในที่ปรึกษาอีก 50 คน อย่าว่าแต่จำชื่อเลยครับ จำหน้าผมยังจำไม่ได้ครับ เรื่องการดูแลนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะผมนึกกลไกที่จะให้ผมได้สามารถติดตามดูแลเขาได้ครับ
ผมคิดอยู่เสมอว่าผมมีศักยภาพในการสอนได้ดีในห้องเรียนขนาดไม่เกิน 20 คนเท่านั้น แล้วเมื่อเจอห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น ผมก็จะเริ่มปล่อยปละไปตามขนาดที่เพิ่มขึ้น
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้สองทางครับ ทางแรกต้องแก้ที่ตัวผมเองที่ต้องเรียนรู้ในการสอนในห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ปัญหาที่สองระบบการศึกษาไทยอาจต้องพิจารณาเรื่องลดจำนวนนักศึกษาต่อห้องเรียนลงครับ
แต่การลดจำนวนต่อห้องลงไม่ใช่ว่าแก้ด้วยการเพิ่มจำนวนห้อง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะเจอปัญหาที่อาจารย์หมอวิจารณ์ยกขึ้นมาในบันทึกนี้คือ อาจารย์จะไม่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการดูแลนักศึกษาครับ
ในประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อดูแลนักศึกษา ผมสังเกตว่าในประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาสูงจะมีระบบ teaching assistants ซึ่งทำให้อาจารย์ผู้สอนในวิชานั้นต้อง coach ให้ TA สามารถสอนได้ดี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จึงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติครับ