![]()

![]()
![]()
ช่วงที่ผมอยุ่ที่เบลเยียม 11 ปีมาแล้ว ผมได้มีโอกาสพบทายาทของ นาย Emile Jottrand ซึ่งเคยรับราชการอยู่ในสยามระหว่างช่วงปี 1898และได้เขียนหนังสือเล่าเรื่องการใช้ชีวิตในสยามชื่อว่า Au Siam เป็นหนังสือสารคดีทำนองชีวะประวัติเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสยามที่สำคัญเล่มหนึ่ง หลานสาวคนนี้มีชื่อว่า Simone Jottrand Richelle ซึ่งปัจจุบันยังคงมีชีวิตอยู่ ( อายุ 70 ปีในปี 2542)
ผมได้ไปพบปะและสัมภาษณ์มาแล้ว และได้เห็นอัลบั้มภาพเก่า ที่มีทั้งแสตมป์ ตั๋วหนัง บัตรเชิญต่างๆ บัตรเมนูอาหาร ฯลฯ จึงได้ขออนุญาติถ่ายภาพมาเก็บเอาไว้
หลายภาพเกี่ยวกับตระกูลจอดตรองและหลายภาพเป็นภาพในสยามที่ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เพื่อประหยัดเนื้อที่ของ G2K ขอแสดงภาพเดียว และลิงค์ไปยัง www.polpage.com เชิญชมได้ครับ ที่นี่ http://www.polpage.com/oldpicarticle001.htm
ด้วยความปรารถนาดี
ปล.วิธีการดูภาพเก่า หากสังเกตุรายละเอียดต่างๆ จะได้ความรู้หลายเรื่อง
คุณขจิตครับ
ตามเส้นทางที่คุณบุญรุ่งจะไปอินเดียคือวัดไทยที่พุทธคยา กุสินารา หรือที่พาราณสีก็ตาม จะมีพระไทยคอยดูแลอยู่ซึ่งได้ประสานไปแล้วและคุณบุญรุ่งก็ได้ประสานไปเองด้วยแล้ว
พระท่านจะช่วยจัดการรับส่งให้ตามจุดที่จะไปจนถึงกุสินาราและกลับมายังประเทศไทยครับ
ในแต่ละวัดไทยที่กล่าวถึง ก็จะมีทั้งแม่ชี อุบาสิกาและโยมผู้หญิงหลายท่าน ที่อยู่ที่วัด ช่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว จึงมีทั้งที่พักและอาหารพร้อม จึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ
ผมเชื่อว่าผู้มีจิตกุศล และจะไปทำงานบุญเช่นนี้ เทวดาท่านดูแลอยุ่แล้วครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ดูรูปเก่าๆทำให้จินตนาการถึงสังคมส่วนหนึ่งของสมัยนั้นได้บ้างครับ มันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์แม้เล็กๆ แต่มีความหมายมากครับ ผมไม่ทราบว่านิสัยคนไทยสะสมสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหนนะครับ เมื่อเทียบกับฝรั่งต่างชาติ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปมันกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์นะครับ
ขอบคุณครับ
จริงครับ
ชาวต่างชาตินั้นรู้จักการเก็บรักษาของเก่าได้ดีมาก
ตอนที่ผมอยุ่ที่เบลเยี่ยม ออกไปตลาดนัดของเก่าบ่อย ทุกสัปดาห์ จะเห็นครอบครัวทั้งครอบครัว พ่อ แม่ลูกเล็กๆ ก็นำเอาของเก่ามาขาย ที่น่าสังเกตุคือของเหล่านั้นจัดมาอย่างเป็นระเบียบ ยกตัวอย่าง หนังสือการ์ตูนซึ่งลูกเอามาวางขาย ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ตามความเก่าและตามหมายเลขฉบับ ซึ่งเชื่อแน่ว่าฉบับที่วางขายนั้นเป็นส่วนที่เขามีเกิน คือมีเหลือจากการสะสม
จากตัวอย่างภาพที่ผมนำมาให้ดูนั้น เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้สบายเลย เช่น ใบโฆษณายาของห้างบริดติชดิศเปนซารี....บอกอะไรหลายอย่างว่าวิถีคนในสมัยนั้นนิยมอะไร
หรืออย่างตั๋วอนุญาตดูจับช้าง ซึ่งผมจะนำภาพที่พเนียตมาให้ดูกันต่อไป ก็บอกอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องวัน เวลา กระดาษ
หรือแม้แต่ตั๋วรถเมล์ของบริษัท Bangkok Tramways Co Ld ราคา 3 อัฐ ซึ่งบอกด้วยว่า ต้องเก็บไว้ให้ผู้ตรวจ ถ้ามิฉนั้นต้องเสียอัฐอีก.....
รถรางไฟฟ้าสมัยนั้น บริษัทจากเบลเยียมเป็นผู้นำในเรื่องรถรางไฟฟ้าในยุโรปในขณะนั้น ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องราวประวัติศาสตร์หนึ่ง
จะได้นำภาพเก่าๆ ทะยอยลงให้ชมกันครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณลุง
โห!! เก่าจริงๆด้วย น้องจิไม่เคยเห็นเลยเจ้าค่ะ คิคิ...แวะมาเยี่ยมบันทึกคุณลุงเจ้าค่ะ สบายดีหรือเปล่าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ คิคิ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --------> น้องจิ ^_^
สวัสดีค่ะท่านพลเดช
ตามมาดูภาพเก่าๆค่ะ ดูแล้วอึ้งและนึกเสียดายว่าทำไมถึงไม่เก็บตั๋วรถเมล์สมัย 2.50 บาทไว้น้อ ตอนนี้ไปกี่บาทแล้วก็ไม่ทราบนะคะ แค่ไม่ถึง 10 ปีเลย
เห็นตัวสะกดสมัยนั้นแล้วเบิร์ดก็สงสัยว่าเราเลิกใช้คำว่าเดือนญี่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และยังเรียกตรอกว่ากรอกชัดเจนเลยนะคะ ..น่าสนใจมากๆ
กระดาษที่ใช้ก็แปลก ถ้าดูเทคโนโลยี่สมัยนั้นกระดาษสีนี่น่าจะแพงเอาการนะคะ..บริษัทบริติศ ฯ นี่ก็น่าสนใจค่ะว่าขายอะไรบ้าง เป็นของคนไทยหรือต่างชาติ..เพียงดูภาพเหล่านี้ก็เห็นภาพสยามในอดีตพร่างพรายขึ้นมาเลยล่ะค่ะ
คุณพ่อสกลท่านสบายดีหรือเปล่าคะ เบิร์ดไม่เห็นท่านเขียนบันทึกในช่วงนี้เลยค่ะ..เบิร์ดอยากฟังท่านเล่าเรื่องห้างฝรั่งในเมืองไทย อยากฟังเรื่องสยามในอดีต เวนิชตะวันออกที่คลองยังสวย ร่มรื่น สงบ ฯลฯ มากเลยค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่ทำให้ทราบว่าเราศึกษาอดีตได้ง่ายๆเพียงแค่เก็บไว้เท่านั้นเองบันทึกนี้นะคะ..ขอบพระคุณมากๆค่ะ
คุณเบิร์ดครับ
การสะสมของเก่าเพื่ออนาคตนี่นต้องตั้งใจจริงครับ เพราะ ณ เวลาที่สะสมยังไม่มีคุณค่าอะไร จึงต้องจินตนาการพอสมควรว่าเราจะสะสมอะไรที่น่าสนใจในอนาคตด้วย
แต่ในความเห็นของผม ทุกอย่างน่าสะสมไปหมด ซึ่งต้องมีการจดบันทึกอย่างเป็นระบบด้วย เป็นการฝึกนิสัยใก้ต้องละเอียดละออและเป็นระเบียบด้วยครับ มิฉะนั้นลูกหลานมาเจอ ไม่ทราบความเป้นมา อาจทิ้งถังขยะก็ได้
ผมเห็นอัลบั้มของหลานคุณจอดตรองแล้วตื่นเต้นมาก เพราะเธอเก็บได้สวยงามและเป็นระบบมาก มีการจดบันทึกบรรยายด้วย ซึ่งจะได้นำเสนอต่อไปครับ
คุณพ่อสกล ช่วงหลังบอกว่าสายตาไม่ค่อยดี ดูคอมนานๆ แล้วเมื่อยตา เลยขอพักก่อน สบายดีแล้วคงเข้ามาเล่าเรื่องในอดีตต่อครับ
ขอบคุณครับที่ถามถึงคุณพ่อสกล
ผมเอง ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เน็ตที่อินเดียก็ไม่ค่อยดีนัก หลุดบ่อย บางทีต้องจ้องจังหวะดีๆ รีบตอบรีบกดบันทึก มิฉะนั้นหลุดอีกแล้ว :)