ความขาดแคลนน้ำ : ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก

      

ในขณะที่เราคนไทยมีน้ำดื่มน้ำใช้โดยไม่ลำบากมากนัก   แต่มีคนอีกมากมายในบางพื้นที่ของโลกขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้  ข้อมูลต่อไปนี้ได้มาจาการค้นคว้าเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกในเรื่อง ปัญหาความขาดแคลนน้ำของโลก ของกลุ่มพวกเรา envi. Eng. 4 UBU  ในการเรียนในวิชา Environmental Management ในหลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> การขาดแคลนน้ำ : ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก          ปัญหาเรื่องน้ำเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 สถาบันจัดการน้ำระหว่างประเทศ (International  Water Management Insititue; IWMI)   ประมาณการว่าในราวปี ค.ศ. 2025 ประชากรโลก 2 ใน 3 (4,000 ล้านคน  จาก48 ประเทศ)  จะเผชิญกับปัญหาความขาดแคลนน้ำ  และธนาคารโลกยังประมาณการว่า 30 ปีข้างหน้า ครึ่งหนึ่งของประชากรโลก จะประสบภาวะขาดแคลนน้ำได้ หากยังมีการใช้น้ำที่ฟุ่มเฟือยในปัจจุบัน  ความหมายของความขาดแคลนน้ำ (water Scarcity ) ความขาดแคลนน้ำสามารถให้ความหมายในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการใช้ของประชากรในการดำรงชีพกับปริมาณน้ำ รวมถึงคุณภาพน้ำ มีรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์โลกชี้ให้เห็นว่า 1 ใน 5 คน ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด และขาดแคลนน้ำดื่ม และประชากรครึ่งหนึ่งของโลกขาดแคลนน้ำสะอาดตามหลักสุขาภิบาล  การใช้น้ำเพิ่มขึ้นทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือนในประทศต่างๆเพิ่มขึ้น และเกิดปัญหาทรัพยากรน้ำที่สำคัญ คือ ปัญหาด้านปริมาณ  ปัญหาด้านคุณภาพจากมลพิษในบางพื้นที่ ผลของการขาดแคลนน้ำทำให้ประชากรในพื้นที่ขาดแคลนน้ำมีน้ำดื่มเพียงพอและดื่มน้ำน้อย มากกว่า 5 ล้านคนตายด้วยโรคที่เกิดจากน้ำไม่สะอาดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาและคาดการณืว่าหากไม่มีการปรับปรุงบริการน้ำและสุขอนามัย ภายใน 20 ปี ประชากร 135 ล้านคนจะเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับน้ำ   จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ที่ประสบวิกฤติความขาดแคลนน้ำ ได้แก่  อินเดีย   จีน และลุ่มน้ำโคโรลาโด ของอเมริกาและแม็กซิโก   พบว่าตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาปัญหาน้ำมีความรุนแรงมากขึ้น ได้แก่ ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญของโลกราวครึ่งหนึ่งลดลง น้ำจากแม่น้ำสำคัญ 7 สายมีปริมาณลดลงจนไม่ได้ไหลลงทะเลอีกแล้ว ทะเลสาบราว 500 แห่งของจีนหายไปเพราะการจัดการชลประทานเพื่อการเพาะปลูกขนาดใหญ่ของจีน เนื่องจากในจีนใช้น้ำในการเพาะปลูกมาก เช่น ผลผลิตข้าวสาลี 1 ตันต้องใช้น้ำถึง 1 พันตัน  นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้น้ำใต้ดินเป็นไปอย่างกว้างขวาง เพราะสามารถสูบขึ้นมาใช้ได้โดยตรงและเป็นส่วนตัว มีรายงานว่าระดับน้ำใต้ดินในจีน   อินเดีย  เอเชียตะวันตก โซเวียต และ อเมริกาฝั่งตะวันออกลดลง โดยระดับน้ำใต้ดินในอินเดียลดลงจากเดิม 3 ม.ในปี 1999        จากปัญหาขาดแคลนน้ำของโลกทำให้องค์การสหประชาชาติหันมาเตือนให้ทุกคนให้ความสำคัญและรณรงค์หาทางให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์น้ำโดยกำหนดให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์น้ำของโลก (Word Day for Water) ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2535        นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติยังกำหนดหัวข้อในการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์น้ำในปี 2543(2000) เป็นปี น้ำเพื่อศตวรรตที่ 21        และกำหนดหัวข้อให้ปี 2544 (2001) เป็นปีของ น้ำและสุขภาพ(water and Health)ปัญหาน้ำเป็นวิกฤติที่ทุกคนรับรู้ การใช้น้ำของประชากรบนโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทั้งเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม  น้ำในโลกร้อยละ 7 ถูกใช้ในภาคเกษตรเพื่อผลิตอาหารเลี้ยงประชากรที่จะเพิ่มเป็น 8.9 พันล้านคนในปี 2050 จาก 6 พันล้านคนในปัจจุบัน โดยคาดการว่าการผลิตอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ 1 กก. จะต้องใช้น้ำเพิ่มขึ้น 3 ลูกบาศก์เมตร คือ จาก 15  ลูกบาศก์เมตร เป็น 18 ลูกบาศก์เมตร   และจากการคาดการณ์ว่า ปี 2025 ประชากรที่ขาดแคลนน้ำจะเพิ่มเป็น 2ใน 3 นั่นก็หมายความว่าจะไม่มีน้ำเพียงพอต่อความ ต้องการพื้นฐานของทุกๆคน   คนจนที่อาศัยในประเทศที่ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะผู้หญิง และเด็กต้องเดินทางไกลเพื่อหาน้ำ  ซื้อน้ำด้วยราคาแพง  รับประทานอาหารที่ไม่ปลอดภัย ดื่มน้ำสกปรก มีปัญหาด้านสุขภาพและการพัฒนากรศึกษาเด็กเนื่องจากเด็กไม่มีเวลาไปโรงเรียนเพราะต้องช่วยหาน้ำการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำ องค์การสหประชาชาติแนะนำว่าหากคนใช้น้ำให้น้อยลง คือ  ประมาณ 5 ลิตร/วัน เพื่อดื่ม ซักล้าง ปรุงอาหาร และใช้น้ำในห้องน้ำ  จะช่วยให้ประชากรบนโลกของเราไม่ขาดแคลนน้ำ  โดยในปี 2015 จะต้องใช้น้ำลดลงร้อยละ 1 ของจำนวนน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  ปัจจุบันสภาน้ำโลก (World Water Council)ธนาคารโลก และสภาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอื่นๆ และองค์การสหประชาชาติต่างก็ส่งเสริมโครงการพัฒนาน้ำขนาดใหญ่และการลงทุน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำโดยสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อให้มีน้ำต้นทุนเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งโครงการเหล่านี้มักมีต้นทุนผลกระทบต่อนิเวศวิทยาและจำเป็นต้องอพยพประชากร จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการสร้างเขื่อนเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ   การแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำ  มีหลายวิธี ได้แก่ การสร้างเขื่อน การจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทาน   การควบคุมคุณภาพน้ำ  การหามาตรการเพื่อประหยัดน้ำ  และหาแล่งน้ำใหม่เพิ่มเติม  ปัจจุบันบางประเทศได้นำเทคโนโลยีที่สามารถช่วยในการรักษามลพิษและทำให้มีน้ำใช้มากขึ้นในพื้นที่เกษตรเพื่อให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้พืชที่ต้องการน้ำน้อย นำระบบน้ำหยดมาใช้ ซึ่งจะช่วยตัดปัญหาต้องการน้ำจำนวนมาก   สปริงเกอร์ความดันต่ำจะช่วยในการปรับปรุง และคล้ายฝนตก  บางประเทศบำบัดน้ำเสียเพื่อนำมาใช้ในการดื่ม และใช้ประโยชน์อื่นๆ  การนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืด  นอกจากนนี้กลุ่มที่มองโลกในแง่ดีได้เสนอว่าควรประหยัดน้ำในวันนี้และควรส่งน้ำจากแหล่งที่มีน้ำปริมาณมากไปยังบริเวณพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกแม้ต้องใช้พลังงานมากในการกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการแก้ไข ข้อมูลนี้ส่วนหนึ่งมาจากการแปลรายงานข่าว  : 1. Water scarcity: A looming crisis?      www.socialwarning.m-society.go.th/socwarn/data/views.php?recordID=402  2. Global water problem:one in three face water scarcity.     www news.mongabay.com/2006/0821-water.html