รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ


บันทึกการเดินทางสู่เมืองเชียงตุง


 รายนามผู้ร่วมเดินทาง

1.รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ 22 ท่าน     2.ผู้ติดตาม 5 ท่าน

3.คุณเมย์  thai guide จาก BSK smile tour                            4.คุณหลุยส์ burmese guide จาก การท่องเที่ยว ด่านท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า

 กิจกรรมการเดินทาง

1.คณะออกเดินทางจากโรงแรมเชียงอินทร์เวลา 8.30 น. มุ่งหน้าแม่สาย โดยรถบัสขนาด 40 ที่นั่ง หลังจากแวะรับ ดร.สุชาติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มรภ.เชียงราย ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏ

2.เมือ่ไกด์ไทยแนะนำตัวเสร็จ รถเดินทางผ่านทางเข้าสนามบิน ตรงไปผ่านหน้า มรภ.เชียงราย มุ่งหน้าแแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก  ผ่านอำเภอแม่จัน ทางขึ้นดอยแม่สลอง ท่าขึ้นดอยตุง จนถึงแม่สาย ตอน 9.30 น.

3.คณะผ่านพิธีศุลากรและ ตรวจคนเข้าเมือง ข้ามเข้าเขตแดนพม่า ฝนตกปรอยๆตลอดทางจากเชียงราย จนถึงแม่สาย รวมทั้งในเขตพม่าด้วย    ที่นี่คณะเราได้รับคุณหลุยส์ ซึ่งเป็น loacal guide ของพม่า ทำงานอยูู่ฝ่ายการท่องเที่ยว ตรงด่านแม่สาย

                              

         อนุสาวรีย์บุเรงนองฝั่งท่าขี้เหล็ก           โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่ฝั่งพม่า 

 

4.รถเรามุ่งหน้าผ่านอนุสาวรีย์บุเรงนอง สนามบินท่าขี้เหล็ก มุ่งสู่ท่าเดื่อ ระยะทางประมาณ 80 กม. เส้นทางวิ่งบนที่ราบ ผ่านทุ่งนา ป่าและหมู่้บานตลอดทาง ฝนยังคงตกอยู่ปรอยๆ 

5.ระหว่างทางคุณหลุยส์ให้ความรู้กับคณะพวกเราเกี่ยวกับประเทศพม่าและเมืองเชียงตุง สรุปว่า ประเทศพม่าแบ่งเป็นรัฐจำนวน 6 รัฐ มีประชาชนราวๆ 55 ล้านคน ประกอบด้วยชนเผ่ามากกว่า 140 เผ่า พลเมืองสัญาติพม่ามีราว 3 ใน 4  อาศัยอยู่ในตอนกลางของประเทศ ที่เหลือเป็นชนเผ่าอื่นมากมายกระจายอยู่ตามชายเขตแดนประเทศที่ติดต่อกับประเทศอื่นโดยรอบ

6.เมืองเชียงตุงที่คณะเราเดินทางไปนี้เป็นเมืองหลวงของรัฐฉาน อยู่ทางทิศตะวันออกของพม่าติดชายแดนไทย พลเมืองเชียงตุงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้  เชียงตุงเป็นเมือง 3 จอม 7 หนอง  9 ประตู 12 เชียง  3 จอมคือล้อมรอบด้วยภูเขา 3 ลูก  มีหนองน้ำ กลางเมือง 7 แห่ง มีประตูเมือง 9 แห่ง มีหมู่บ้านที่ขึ้นต้นด้วยเชียง  12 หมู่บ้าน

7.ระยะทางจากท่าขี้เหล็กไปถึงเมืองเชียงตุง ระยะทางประมาณ 160 กม. ตามที่วางแผนจะไปรถตู้ 3 คัน แต่ครั้งนี้เดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศสองชั้น จากเวลาที่วางแผนไว้ 3 ชมจึงขยายออกไปเป็น 4 ชม ระหว่างทางต้องผ่านด่านตรวจระหว่างเมือง 4-5 ด่าน แต่ละด่านคุณหลุยส์ต้องลงไปประทับตราหนังสือผ่านเขตพื้นที่ (ก็มีค่าใต้โต๊ะบ้างเพื่อให้การตรวจผ่านง่ายขึ้น)

 

               

     ด่านตรวจตนเข้าเมืองตามเส้นทาง        สภาพข้างเส้นทางเดินรถสู่เชียงตุง

8.ที่ด่านแต่ละด่านเป็นอาคารสำนักงานปลูกง่าย ให้รถแวะเข้าไป ถ้าเป็นบรรทุกต้องขึ้นร้านสูงไปตรวจสอบ แต่รถของเราไม่มีการขึ้นมาตรวจบนรถเลย ในสำนักงานมีป้ายมองเห็นว่า ประกอบด้วยด้วยฝ่ายต่างๆหลายฝ่ายที่ตรวจสอบอยู่ที่แต่ละด่าน  หนึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สองเจ้าหน้าที่ศุลกากร สามเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและสี่ฝ่ายป้องกันปราบปรมยาเสพติด เป็นเช่นนี้ทุกด่านไป

9.เส้นทางไปสู่เมืองเชียงตุุงเป็นทางลาดยางสองเลน เส้นทางดีพอสมควร คุณหลุยส์เล่าว่า เป็นการรับสัมประทานของบริษัทเอกชนต่างชาติมาลงทุน  แล้วเก็บค่าวิ่งเอาเอง ระหว่างทางนอกจากด่านตรวจแล้ว จะเห็นด่านเก็บเงินเป็นระยะๆเช่นกัน ด่านที่นี่ไม่มีระบบออโตเมติก ยังใช้มือยกไม้ขึ้นลงให้รถผ่านไปมา  รายทางที่รถวิ่งเป็นป่าเสียส่วนใหญ่ นานๆจะพบไร่นาและหมู่บ้าน ขณะนี้ฝนยังโปรยปรายไม่ขาดสาย

10.เมื่อวิ่งไปได้ประมาณครึ่งท่า หลังจากผ่านท่าเดื่อไปแล้วถนนเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้น ไกด์บอกว่าประมาณว่าคล้ายเส้นทางจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน ก็เป็นเช่นนั้นจริง รถผ่านไปตามถนนที่คดเคี้ยว เลียบไปตามใหล่เขา  ด้านหนึ่งเป็นลำธารขนาดใหญ่ อีกด้านหนึ่งเป็นเขาสูง บางครั้งถนนถูกกัดเสาะจนหวาดเสียว ระยะทางเลียบเขาและลำธารไปราว 80 กม.ผ่านภูเขาไปหลายสิบลูก ระหว่างนั้นมีที่รถต้องลงไปลุยน้ำบ้าง  จนเหลืออีก 30 กม.จะถึงเมืองเชียงตุง จึงได้วิ่งกับเนินเขาอีกหลายลูก หลังเวลาผ่านไปสี่ชั่วโมงเราก็เห็นหุบเขาข้างหน้า เป็นเมืองเชียงตุงเป้าหมายของเรา  

                        

                 จุดที่ต้องลงจากรถเพื่อข้ามลำน้ำ        ป้ายต้อนรับเข้าสู่เมืองเชียงตุง


โปรดติดตามตอน2