สิ่งหนึ่งที่เป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของ สวรส. ของการเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดกระแสของการทำ R2R ที่เป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ว่าสักพักก็หายไป ดิฉันได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ในช่วงเวลาสั้นๆ กับผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ทำให้ได้ทราบแนวคิด ความมุ่งมั่น และการก้าวเดินการทำงาน พร้อมทั้งเจตนาที่จะผลักดันให้เกิดการทำ R2R ในวงการของการทำงานในคนสาธารณสุข และที่สำคัญต้องเป็นการทำงานที่ไม่ทุกข์ ซึ่งอาจารย์แต้ม หรือผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
มีหลายเรื่อง หลายแนวคิดที่อยากจะแบ่งปันกันมาก ดิฉันก็เลยเชียร์อาจารย์แต้มให้เปิด Blog เพื่อที่จะได้มาพูดคุยกัน และที่สำคัญใน GotoKnow มีกัลยาณมิตรมากมายที่พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนกระแสการทำงานที่เป็นความยั่งยืน ซึ่งอาจารย์แต้มท่านก็บอกกล่าวว่าสมัครสมาชิกแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือเขียน...
....................................................................
สำหรับโครงการสนับสนุนการจัดการความรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย(R2R) นี้ทาง สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) ได้มีการจัดตั้งภาคีเครือข่าย R2R ขึ้นซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือที่พร้อมจะขยายวงกว้างออกไป ในสังคมคนทำงานสาธารณสุข ซึ่งภาคีเครือข่ายนี้ประกอบด้วย
กระทรวงสาธารณสุข
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)
สำนักงานคณะกรรมการกาวิจัยแห่งชาติ (วช.)
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
สถาบันพระบรมราชนก (สบช.)
โครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราช
มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
สถาบันพัฒนารับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.)
สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.)
สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)
สวรส.เหนือ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
สวรส.ใต้ (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)
สวรส.อีสาน (มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป
ชมรมโรงพยาบาลชุมชน
ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
ชมรมสำนักงานสาธารณสุอำเภอ
ชมรมพยาบาลแห่งประเทศไทย
ชมรมหมออนามัย
นี่เป็นรายนามภาคีเครือข่ายที่ทางประชุม สวรส.ร่างขึ้น และคาดหวังการเป็นภาคีร่วมกันผลักและขับเคลื่อนก่อให้เกิดความยั่งยืนในการทำ R2R ในสังคม ...
ดิฉันเชื่อว่าเมื่อมีทีม และแนวร่วมที่เข้มแข็งอันมี “ใจ” ที่จะพยายามก่อและผลักให้เกิด...ขอเพียงว่าไม่มุ่งเอาผลลัพธ์ของงานมากเกินไป แต่ดำเนินไปให้สอดรับกับธรรมชาติของคนทำงาน ที่จะทำอย่างไรให้ผู้ทำงานประจำรู้สึกสนุกที่จะทำงานนี้ “พัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย หรือ R2R” เชื่อแน่เลยว่า เกิดความยั่งยืนแน่นอน เพราะเมื่อไรก็ตามที่คนเรามีความเห็นชอบต่อสิ่งที่ตนเองทำ ไม่ว่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคมากมายขนาดไหน บุคคลนั้นก็พร้อมที่จะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคนั้นไปได้
.................................................

........................................................................
Text : by Ka-Poom
เรื่องราวจากการเข้าร่วมประชุม
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551
การใช้สื่อบุคคล เล่าแรงบันดาลใจ เล่าประสบการณ์ที่ตัวเองทำสำเร็จในมุมมองที่ต่างออกไป เป็นสิ่งที่มีคุณค่า เงื่อนไขR2Rอยู่ที่แรงจูงใจในการทำงานวิจัย ความเข้าใจเรื่องการพัฒนางานภายใต้เบื้องหลังความเข้าใจเรื่องการพัฒนาคน และที่สำคัญก็คือภาระงานที่มาก คนทำงานต้องการทำงานวิชาการเพิ่ม ขาดที่ปรึกษาเชิงวิชาการ ปัญหาระบบ coaching ในพื้นที่ ขาดองค์ความรู้ที่มาจากงานประจำอย่างเป็นระบบ ขาดการใช้ประโยชน์งานวิจัยในการทำงาน นโยบาย/คนในพื้นที่ต้องการความรู้ใหม่ไปพัฒนางาน บางส่วนอยากพัฒนางานประจำแบบมีเหตุผลสนับสนุน อยากสร้างความรู้ใหม่จากงานวิจัย แต่ทั้งนี้ด้วยประการทั้งปวง ไม่อยากให้เกิดความเครียดในการทำงาน เอาเป็นว่าทำงานประจำอย่างมีความสุข เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่มาตรฐานของของคนอื่น
มาขานรับยกมือพูดคุยกับอาจารย์ jaruayporn-R2R...อีกครั้งที่บันทึกนี้นะคะ
....
เมื่อเราเกิดแรงบันดาลใจ และเกิดความเห็นชอบต่อสิ่งที่ตนเองทำ กระปุ๋มก็เชื่อว่า... กระแสที่เร่งปฏิกิริยาอยู่นี้เข้าใกล้สู่ความยั่งยืนยิ่งขึ้น...
เมื่อเงื่อนไขแรกผ่านไป...
สัมมา...ข้ออื่นๆ ก็จะตามมาอย่างเป็นอัตโนมัติค่ะ...
การพัฒนา...เป็นเรื่องภายในตน...และตนเท่านั้นที่จะต้องเป็นผู้ยอมรับต่อการพัฒนานั้น...เหมือนอย่างที่อาจารย์ว่าไว้นะคะ..ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น...
...
ขอบคุณนะคะที่แวะมาพูดคุยด้วยค่ะ
(^______^)
กะปุ๋ม
สวัสดีค่ะ...คุณอ้อ...
...
ดีใจมากเลยค่ะ ที่มีคนมายกมือ...ตอบรับกระแส R2R ..
สำหรับทาง สวรส.ที่รวบรวมภาคีนั้น กะปุ๋มคาดเดาว่า สวรส.ต้องการขับเคลื่อนภายใต้...ระบบงานสาธารณสุข...หรือเปล่าไม่แน่ใจ? ผศ.ดร.จรวยพร ท่าน..น่าจะตอบได้ค่ะ
แต่เจตนา...การขับเคลื่อน...R2R ที่ต้องการขยายผลในวงกว้าง นั้นน่าจะครอบคลุมทุกวงการโดยเฉพาะทางการศึกษา...เท่าที่จำได้ว่าเคยได้ยินแนวคิดนี้...จากปรมาจารย์..สองท่าน คือ ท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี และ ศ.นพ.วิจารย์ พานิช...?
สำหรับ.. ประเด็นนี้กะปุ๋มขอติดไว้ก่อนนะคะ
(^_____^)