ฉลาดทำใจ
หนักแค่ไหนก็ไม่ทุกข์
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ร่างกาย</p><p> เจ็บป่วย </p><p> เวลาเจ็บป่วย ขอให้ป่วยแค่กายอย่างเดียว อย่าให้ใจป่วยด้วย คือใจอย่าเป็นทุกข์ หรือ กังวลใจไปต่างๆ นานา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นทุกข์สองต่อ ความเจ็บป่วยไม่ใช้ของดี แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ควรยอมรับความจริง ขณะเดียวกันก็ควรรู้จักหาประโยชน์หรือมองเห็นข้อดีของความเจ็บป่วยด้วย อย่างน้อยความเจ็บป่วยก็เปิดโอกาสให้เราได้พักผ่อน หลายคนมีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวหรือหันมาสนใจธรรมะก็ตอนป่วยนี้เอง ความเจ็บป่วยยังเป็นสัญญาณเตือนให้เราหันมาทบทวนตรวจสอบว่าการใช้ชีวิตของเรามีความผิดพลาดตรงไหน เราอาจทำงานหนักไป พักผ่อนน้อยไป กินอาหารไม่ถูกต้อง ขาดการออกกำลังกาย หรืออยู่กับความเครียดความโกรธมากไป หากเราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะ ก็เท่ากับว่าเราได้บทเรียนที่ล้ำค่าจากความเจ็บป่วย มองให้ลึกลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสอนธรรมให้แก่เราว่า สังขารนั้นไม่เที่ยง ความเจ็บป่วยเป็นธรรมดาของชีวิต การตระหนักซึ้งถึงสัจธรรมดังกล่าว นอกจากจะทำให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเกิดความไม่ประมาท เห็นคุณค่าของทุกวินาทีที่เรามีชีวิตอยู่ รวมทั้งเห็นคุณค่าของสุขภาพด้วย </p><p>พิการทุพพลภาพ </p><p> แม้ว่าความพิการทำให้คุณไม่อาจดำเนินชิวิตอย่างคนปกติได้ แต่คุณก็ยังสามารถมีความสุขได้ไม่น้อยไปกว่าคนทั่วไป หรือมีความสุขได้มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะความสุขนั้นอยู่ที่ใจเป็นสำคัญ ความพิการบั่นทอนได้อย่างมากก็แค่สมรรถภาพทางกาย แต่ไม่อาจบั่นทอนความสามารถทางใจได้ ขอเพียงแต่ใจสู้เท่านั้น ก็สามารถพาคุณฟันฝ่าความยากลำบากทางกายได้ ใช่แต่เท่านั้นร่างกายของคุณส่วนที่ยังดีอยู่ก็มีศักยภาพอย่างที่คุณนึกไม่ถึง หากได้รับการฝึกฝนและพัฒนาด้วยความอุตสาหะย่อมสามารถทดแทนอวัยวะส่วนที่เสื่อมเสียไปได้ ศิลปินบางคนแม้ไม่มีแขนแต่ก็สามารถวาดภาพได้อย่างงดงามโดยใช้ปากหรือเท้าแทน ในทางพุทธศาสนาถือว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นับว่าเป็นโชคอันประเสริฐ เพราะมีโอกาสที่จะพัฒนาตนจนบรรลุธรรมหรือเป็นอิสระจากความทุกข์สิ้นเชิง ตราบใดที่จิตใจของคุณยังทำงานได้อย่างปกติ ก็สามารถพัฒนาให้เกิดปัญญาจนรู้แจ้งในสัจธรรมได้ </p><p> จิตสดใส แม้กายพิการ คือความจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ชื่นชมสิ่งที่มีอยู่ และใช้ประโยชน์ให้เต็มศักยภาพ ย่อมสัมผัสได้ถึงความสุขในทุกขณะ</p><p>สูญเสียอวัยวะ
หากอวัยวะที่สูญเสียไปช่วยให้คุณมีชีวิตรอดหรืออยู่ได้ยืนนานขึ้น ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะชีวิตนั้นสำคัญกว่าร่างกาย แต่ถึงแม้การสูญเสียดังกล่าวเกิดจากอุบัติเหตุมิใช้เป็นผลจากการรักษาโรค ก็ยังนับว่าโชคดีที่คุณยังมีชีวิตอยู่ หรือจะมองว่าโชคดีที่ไม่เสียมากไปกว่านี้ก็ได้
คุณค่าของตัวคุณอยู่ที่คุณงามความดีมิใช่ที่รูปร่าง ไม่ว่าอะไรจะเกิดกับร่างกายของคุณ ก็ไม่ควรที่จะลดทอนคุณค่าของตัวเองหากคุณตั้งมั่นในคุณงามความดี คุณก็มีสิทธิเคารพตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ แม้จะสูญเสียอวัยวะไป แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำความดี หรือสร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
สูญเสียอวัยวะอาจทำให้ชีวิตคุณลำบากมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้คุณทุกข์ได้มากเท่ากับใจที่คร่ำครวญ หรือก่นด่าชะตากรรมยิ่งหวนหาอาลัยกับชีวิตในอดีตที่เคยมีร่างกายสมบูรณ์พร้อม ก็ยิ่งทำให้ยอมรับความจริงในปัจจุบันได้ยาก ในยามนี้ไม่มีอะไรดีกว่าการปล่อยวางอดีต ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
แม้จะเป็นการเริ่มต้นใหม่กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะปรับตัวจนคุ้นชิน มนุษย์เรามีความสามารถในการปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง วันนี้อาจขลุกขลัก แต่พรุ่งนี้จะราบรื่น
ไม่สวย ไม่สมส่วน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ก่อนอื่นแน่ใจแล้วหรือว่าคุณเป็นคนไม่สวย น้ำหนักเกิน ทรวดทรงไม่สมส่วน? เคยมีการสอบถามคนที่รูปร่างหน้าตาดี ปรากฏวาส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจกับรูปร่างหน้าตาของตน สาเหตุก็เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดารา นักร้อง หรือนางแบบ สิ่งที่จะช่วยคุณได้ดีที่สุด ไม่ใช้เครื่องสำอาง หรือการผ่าตัดเสริมทรง แต่คือความรู้จักพอและหมั่นชื่นชมสิ่งที่คุณมีอยู่
แต่ไม่ว่าคุณจะสวยหรือไม่สวย ความจริงข้อหนึ่งที่พึงตระหนักก็คือ ความสวยที่รูปร่างหน้าตาให้ความเพลิดเพลินพอใจได้ชั่วครั้งชั่วคราว เพราะในที่สุดก็ต้องแปรเปลี่ยนไป แม้จะพยายามขัดขืนความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็ไม่อาจฝืนสังขารได้ แต่ความงดงามที่จิตใจให้ผลที่ยั่งยืนกว่า ร่างกายมีแต่จะเสื่อมลง แต่จิตใจนั้นสามารถตกแต่งให้งอกงามยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ได้
ถึงไม่สวย แต่หากมีจิตใจงดงาม ย่อมสามารถสร้างความประทับใจได้ยืนนาน และสานสัมพันธภาพได้ยั่งยืน อีกทั้งยังนำความสุขที่แม้มาให้แก่ตน ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลากับการปรุงแต่งหน้าตาให้สะสวยหรือรักษารูปทรงให้สมส่วน ไม่ดีกว่าหรือหากจะมาใส่ใจกับการพัฒนาจิตใจให้งดงามและสร้างสรรค์คุณงามความดี เพราะนั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของคุณที่ควรแก่ความภาคภูมิใจ หากจะอับอาย ก็อย่าอับอายเพราะหน้าตาสะสวยหรือรูปร่างไม่สมส่วน หากควรอับอายที่ไม่ได้ทำดีหรือใช้ชีวิตให้มีคุณค่าแก่โลกเลย</p>