สื่อเพื่อการเรียนรู้ผ่านเครือข่าย Internet ควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหน

 

  • ได้โจทย์ใหม่มาอีกข้อหนึ่ง ความจริงก็เป็นโจทย์เก่านที่เคยทำมาแล้ว แต่มีคิดว่า น่าจะมีอะไรมากกว่าที่เคยทำมา คือเรื่อวงการพัฒนาสื่อ e-Learning ที่ว่าเป็นเรื่องเก่า เพราะทำมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ก้าวไปไหน เริ่มต้นย้อนหลังตั้งแต่ไปนั่งปฏิบัติการทำกันที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ ในสมัยห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ตอนนั้นการทำงานบน Web เราเรียกสื่อว่า WBI ทำกันโดยใช้โปรแกรม Netcape Composer ในปีต่อมาโปรแกรม Dreamweaver เข่ามามีบทบาท ก็ได้ใช้โปรแกรมนี้สร้างสื่อ ที่โรงแรมเดิม กลับมาก็มาพัฒนาสื่อ เผยแพร่บน website จำนวนหลายเรื่อง ในชุดที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปและวัฒนธรรมอีสาน จำได้ว่ามีประมาณ 10 เรื่อง ต่อไปก็ไปช่วยศูนย์การศึกาษนอกโรงเรียนภาคกลางทำอีก จนกระทั่งปัจจุบัน คือ 2-3 ปี นี้ ได้ช่วยสถาบันการศึกษาทางไกล พัฒนาสื่อ แต่การใช้งานต่างออกไป แทนที่จะใช้งานใรูปแบบ WBI อย่างเดียว แต่สื่อดังกล่าวนำไปใส่ไว้ในระบบ LMS ของ e-Learning ทำให้สื่อที่สร้างมานั้น นำไปใช้ในรูปแบบการเรียนการสอนผ่าน Internet
  • ในปี 2549 ศนอ. ก็ได้พัฒนาะบบ e-Learning อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยทำในรูปแบบ e-Training โดยนำเอาสื่อที่สร้างไว้ทั่งหมด เข้าไปไว้ในระบบ e-Learning ที่ใช้ระบบ Learnsquare แล้วเปิดให้มีการเรียนโดยไม่ต้องเสียเงิน และเข้าระบบ โดยไม่ต้องมีการ Login หรือมีการลงทะเบียน ดังนั้นสื่อที่สร้างขึ้นมาจึงเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน จากการเปิดจากหน้า website ของหน่วยงาน มาเปิดผ่าระบบ LMS และการสร้างสื่อ ก็ต้องสร้างผ่านระบบ CMS  โดยสื่อจะต้องอยู่ในมาตรฐาน SCORM
  • จากพัฒนาการที่กล่าวมานี้จะเห็นว่า ลักษณะสื่อและการนำไปใช้ มรการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เมื่อมาดูที่ตัวสื่อ กลับคิดว่า เราไม่ได้พัฒนาอะไรไปมากเลย (หมายถึงสื่อที่เราทำนะ ไม่เกี่ยวกับสื่อที่มีทั่งไป) ที่กล่าวเช่นนีเพราะ ตอนที่ไปทำครั้งแรก ลักษระของสื่อก็เป็นข้อความประกอบภาพ ปัจจุบัน สื่อที่เราสร้าง ส่วนมากก็เป็นข้อความประกอบภาพเหมือนเดิม MUltimedia ตัวอื่นๆ มีน้อย โดยเฉพาะเรื่อง Interactive ไม่ค่อยมี และที่สำคัญ ไม่แน่ใจว่า กระบวนการนำเสนอสื่อ เป็นไปตามหลักการของการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่
  • เคยจำได้ สมัยที่สร้งสือประเภท CAI ได้ถกกันมาก ถึงกระบวนการเรียนรู้ ว่าสื่อที่สร้าง จะสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างไร เช่น ผู้เรียนจะต้องทราบว่า เนื้อหาที่เขาจะเรียนนั้น เรียนไปทำไม เรียนแล้วจะได้อะไร พื้นฐานความรู้ของเขาเป็นอย่างไร นำเข้าสู้เนื้อหาอย่างไร รูปแบบการเรียนรู้จะต้องเป็นอย่างไร เช่น เนื้อหาที่ต้องการสร้างความรู้ความเข้าใจ จะนำเสนออย่างไร เนื้อหาที่จะสร้างทักษะการคิด จะนำเสนออย่างไร เนื้อหาที่ต้องการสร้างเจตคติ จะนำเสนออย่างไร สิ่งเหล่านี้ เคยคิดและตระหนักกันมากในการสร้างสื่อ CAI แต่เมื่อพัฒนามาเป็นสื่อประเภท WBI กลับไม่ค่อยได้คิอเรื่องนี้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะในระยะแรก มีข้อจำกัดอย่างมาก ในการใช้ ภาษา HTML หรือเขียน Script ให้สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงนำเสนอได้เฉพาะ ตัวหนังสือและภาพ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีพวกนี้ก้าวไปไกลมาก ควรจะต้องกลับมาทบทวนสื่อที่สร้างในระบบ e-Learning ว่า ควรจะทำอย่างไร

     เนื่องจากรับผิดชอบบทบาทในการพัฒนาหลายด้านไปพร้อมกัน สำหรังงาน ICT ดังนั้น เมื่อได้งานมา 1 ชิ้น จึงต้องมาคิดว่า ทำอย่างไร จึงจะใช้เงินที่ได้มา สร้างงานให้ได้มากกว่า 1 ชิ้น เช่อย่างตัวอย่างตอนนี้ ได้งบประมาณมาพัฒนาสื่อ จำนวน 100,000 บาท แต่คิดว่า น่าจะได้มากกว่าสื่อ 1 ชิ้น จึงคิดเป้าหมายไว้ 3 เรื่องคือ

  • คนมีความรู้ในการพัฒนาสื่อ นั่นคือ แทนที่จะพัฒนาเฉพาะสื่อ ก็พัฒนาคนไปด้วนย เพราะถ้าเป้าหมายต้องการเพียงแค่สื่อ ไปจ้างบริษัททำก็ได้  แต่ถ้าเอาเงินนั้น มาพัฒนาคน ก็จะได้ทั้งสื่อ และคนก็มีความรู้ ที่จะไปพัฒนาสื่ออื่นๆ ได้อีก
  • ระบบการพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาสื่อ คิดว่า ทำอย่างไรจึงจะมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรที่ดี เพราะการพัฒนาสื่อจะต้องใช้กระบวนการพัฒนาทักษะ และใช้เครื่องไม้เครื่องมือหลายอย่าง แนวความคิดเรื่อง Multimedia Lab จึงเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
  • ระบบการพัฒนาสื่อ จะมีระบบในการพัฒนาอย่างไร จึงจะมีความสัมพันธ์กับระบบฐานข้อมูลคลังหลักสูตร (e-Service) และฐานข้อมูลคลังค;ามรู้ (knoeledge Bank) พร้อมทั้งนพำแช้กับระบบ e-learning
  • โปรแกรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาสื่อ น่าจะมี Application อะไร มาช่วยบ้าง

ดังนั้นจึงคิดว่า งบประมาณที่ได้รับมานี้ น่าจะมาคิดให้ครบวงจรดังที่กล่าวมากนี้