• การเกิดของเครือข่าย

  • อาจารย์นฤมลนิราทร ได้ยกทฤษฎีและแนวคิดที่อธิบายการเกิดเครือข่ายในการทำงานไว้ดังนี้

  • ทฤษฎีการแลกเปลี่ยน (Exchange Theory) ซึ่งอธิบายถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันดังนั้นเหตุผลหลักที่จะทำให้เครือข่ายเกิดขึ้นได้โดยสมัครใจก็คือแต่ละฝ่ายมองเห็นประโยชน์ที่ตนจะได้รับจากการเข้าร่วมเครือข่ายซึ่งจะนำไปสู่ความเต็มใจที่จะประสานกันหรือเข้าร่วมเป็นเครือข่าย

  • แนวคิดการรวมพลัง (Synergy)ซึ่งอธิบายด้วยสมการ1+1 =3 หรือ2+2 = 5 หมายความว่าการรวมพลังการทำงานนำไปสู่ผลได้ที่มีค่าทวีคูณหรือเข้มแข็งมากกว่าที่แต่ละองค์กรจะทำงานโดยโดดเดี่ยวทั้งนี้โดยความเชื่อว่าการรวมพลังจะก่อให้เกิดคุณค่าที่ทวีคูณ

  •  
  • การเกิดขึ้นของเครือข่ายที่เราเห็นทั่วไปนี้  ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นได้    แบบ  คือ

  • ๑. เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

  •    มาจากสายสัมพันธ์ทางเครือญาติ  หรือมีความเชื่อถืออย่างเดียวกัน  เป็นครูเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน  ฯลฯ

  • ๒. เกิดขึ้นโดยการจัดตั้ง

  •     เกิดขึ้นจากความพร้อม  ความต้องการของผู้นำ และกลุ่มต่างๆ และการต่อรองขององค์กรภายนอก ฯลฯ

  • การสร้างเครือข่าย

  •         เครือข่ายอาจเกิดขึ้นได้ทุกวันเพราะขบวนการสร้างเครือข่ายอาจเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีธรรมชาติหรือเกิดจากการจัดตั้งความยากง่ายในการจัดตั้งเครือข่ายมิได้เป็นเครื่องประกันความสำเร็จของเครือข่าย

  •           ทุกวันนี้ เครือข่าย เป็นสิ่งที่ผู้คนทั้งในงานพัฒนาและภาคธุรกิจกล่าวถึง จนเหมือนกับเป็นแฟชั่นไปแล้ว  แต่จะเป็นเครือข่ายจริงแท้  หรือว่าเรียกไปตามกระแส  เราต้องพิจารณาองค์ประกอบและข้อคิดต่างๆก่อน

  • การพิจารณาในการที่จะสร้างเครือข่าย

  •         ความพร้อมในการสร้างเครือข่ายนอกเหนือจากความเข้าใจที่มีระหว่างกันในเรื่องอุดมการณ์เป้าหมายในการทำงานแล้ว  ในการจัดตั้งหรือสร้างเครือข่ายผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องคำนึงถึงประเด็นสำคัญต่างๆที่เป็นข้อพิจารณาสำคัญ (Badaracco, 1998) และจากข้อคิดของอาจารย์บัณฑรอ่อนดำและคุณเดชพุ่มคชา)

  • ๑. ศักยภาพ องค์กรที่จะจัดตั้งเครือข่ายต้องชัดเจนในศักยภาพของตัวเอง รู้จุดอ่อนจุดแข็งขององค์กรของตนเอง
  • ๒. คุณสมบัติขององค์กร ควรพิจารณาว่า องค์กรมีค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร ภาพพจน์ สิ่งเหล่านี้สามารถไปด้วยกันได้หรือไม่
  • ๓. ความเสี่ยง อาจจะเกิดขึ้นได้ในบางกรณีเช่น เรื่องการฉกฉวยโอกาสในเรื่องข่าวสารข้อมูล เป็นต้น
  • ๔. จะมีการพึ่งพิงระหว่างกัน  ต้องเข้าใจว่าการเข้าเป็นเครือข่ายหมายถึงการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ

  • ๕. เป็นอิสระจากองค์กรเดิมการเข้ามาร่วมในเครือข่ายเป็นการเข้ามาร่วมโดยบางส่วนเท่านั้น

  • ๖. ความเท่าเทียมกันไม่มีการชี้นำหรือครอบงำโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มีส่วนร่วมและทำงานเป็นทีม

  • ๗. มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันการติดต่อสื่อสารกันอย่างเปิดเผยและสม่ำเสมอเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นอย่างยิ่ง

  • ๘. ต้องมีกิจกรรมร่วมกันกิจกรรมจะเป็นเสมือนสายใยที่เชื่อมโยงเครือข่ายไว้ได้

  • ๙. การสนับสนุนจากฝ่ายบริหารการสร้างเครือข่ายเป็นกิจกรรมที่ต้องการเวลาฝ่ายบริหารขององค์กรต้องเห็นว่าเครือข่ายมีความสำคัญ

  •