วันพุธขณะศึกษาดูงานอยู่ที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย กทม. ได้รับติดต่อทางโทรศัพท์มือถือจากคนชื่อภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยว่า แมว เธอรายงานตัว เป็นนิสิตปริญญาเอก คณะบัญชีและการจัดการ มมส. กำลังวิทยานิพนธ์ หาปัจจัยแห่งความสำเร็จและสิ่งที่เป็นอุปสรรคของ KM กรณีศึกษา มมส. จะขอสัมภาษณ์ข้อมูลจากผมในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ผมก็ตอบด้วยความยินดี นัดวันพฤหัสที่ 17 มค 51 เวลา 16.00 น. เนื่องจากภารกิจทั้งวันของวันนี้ต้องปฏิบัติหน้าเป็นกระจกสะท้อนการดำเนินงาน ของกองทะเบียนฯ และกองบริการการศึกษา

บรรยากาศ ถึงเวลานัดผู้สัมภาษณ์มากัน 3 คน 3 สาว พี่แคท พี่โอ พี่อวน นิสิตป.เอก ผู้เป็นกัลยาณมิตร และนักเรียนรู้

ผมก็ใช้ Story Telling ให้ทราบถึงบริบททั่วไปในการนำเอากระบวนการการจัดการความรู้มาใช้ ในแบบของ ABC-model โดยเฉพาะในส่วนงานประจำ KM เติมเต็ม QA

ความคิดเห็นส่วนตัวจากประเด็นคำถามหลัก 2 ข้อ คือ

1.คิดว่าอะไรที่จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการนำ KM มาใช้ กรณี มมส.?

ตอบ

  • มีกรอบที่ชัดเจน ในการเดินเรื่อง ไม่เรื่อยเปื่อย แค่จะให้มีจำนวนกิจกรรม
  • เลือกใช้เครื่องมือที่มีมากมาย ให้เหมาะกับหัวข้อ กลุ่มเป้าหมาย จังหวะจะโคน
  • มีทีมเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

2.คิดว่าอะไรที่เป็นอุปสรรคของการนำ KM มาใช้ กรณี มมส.?

ตอบ

  • การติดในรูปแบบ format โดยเฉพาะการดำเนินงานแต่ละปี เพื่อที่จะตอบคำถามของตัวชี้วัด กพร. เท่านั้น
  • ระบบ Top Down
  • โครงสร้างของคณะกรรมการทำงาน KM

ถอดบทเรียน : สิ่งที่ผมคิดว่าการจะทำ focus group ที่สำคัญคือ ผู้ให้การสัมภาษณ์ต้องเปิดใจพูดความจริง ทั้งในเรื่องที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี และสิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคหรือไม่ดี ถ้าเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่ยังไม่ดี สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ การวิจัยในครั้งก็จะเกิดความคลาดเคลื่อน ต้อง open mind ครับ รวมทั้งจรรยาบรรณของผู้ที่ทำวิจัย ไม่เปิดเผยข้อมูลการสัมภาษณ์ที่ได้มา สร้างความมั่นใจให้ผู้รับการสัมภาษณ์ ว่าข้อมูลที่เขาให้ไปจะไม่เกิดผลกระทบการตัวเอง

กับเวลา 2 ชม. กับ ลปรร. กันแล้ว ถ้างานวิจัยชิ้นนี้ออกมาเสร็จสมบูรณ์ก็จะมีประโยชน์ในการพัฒนา มมส. ต่อไป เพื่อการเป็น มหาวิทยาลัยเรียนรู้ และมหาวิทยาลัยนวัตกรรมต่อไปครับ

ผมจะดีใจอย่างยิ่งครับ ถ้าไม่ขึ้นหิ้ง ขึ้นชั้น ในห้องสมุดเพื่อเท่านั้น