ในชีวิตของคนทุกคน ที่ดิ้นรนไขว่คว้าและแสวงหา สิ่งใดจักเป็นเครื่องชักและนำพา นอกเสียจากกรรมนั้นหนาที่พาไป...

ย้อนกลับถึงเรื่องเมื่อคราวก่อน กับบันทึก คติสอนใจ เป็นไงมาไงถึงได้มา "บวช" ภาค ๑

วันนั้น
วันที่ฉันท้อแท้และผิดหวัง เซ็งกับชีวิตที่ต้องผิดหวังซ้ำซากอยู่เรื่อยไป
เหตุผลในวันนั้นเพื่อการตัดสินใจ ทางเลือกใดจะพบเจอเสนอมา

ในชีวิตของเรานั้น เมื่อต้องเจอช่วงของชีวิตที่ผิดพลาด ล้มเหลว
ช่วงชีวิตนั้นจะไปในทางใด ก็แล้วแต่ว่าเราจะมีทางเลือกมากแค่ไหนให้กับชีวิต

นึกย้อนไปถึงเมื่อวันนั้นที่ดอยตุง ทำไม อย่างไร ทางเลือกของฉันถึงได้ผลักดันให้เข้ามาบวช

ปัจจัยประการแรกนั้นก็คือ “เพื่อนฉันซึ่งเป็นกัลยาณมิตร”


วันนั้นถ้าไม่ได้เพื่อนที่หวังดีชี้ทางและส่งเสริมให้ ชีวิตอาจต้องเดินลงเหวไปเสียยิ่งกว่านั้น
ดั่งเฉกเช่นเมื่อคราวก่อนหรือคราวอื่นที่ฉันและคนอื่นเคยประสบพบเจอมา


เมื่อเจอสิ่งเลวร้าย ผิดหวัง ล้มเหลว เพื่อนที่อยู่ข้างกาย มีผลอย่างมากที่จะชี้นำทางไปสายใด
บางคนอาจบอกว่า
“เฮ้ยไป วันนี้ต้องเมากันสักหน่อย เมาเพื่อลืมความหลัง”
“เฮ้ยไป อย่างนี้ต้องแก้แค้น”
“เฮ้ยไป ทำอะไรประชดชีวิตที่แสนห่วยอย่างนี้กันเสียหน่อย” ฯลฯ

ในระหว่างช่วงชีวิตที่ขาดสติเพราะเพิ่งประสบพบเจอกับความล้มเหลวจนทำให้ “ใจล้ม”
ความเสียใจนำพาให้สตินั้นขาดหาย ที่พึ่งอันใกล้นั้นจึงมีอิทธิพลอย่างสำคัญ

แต่วันนั้นฉันโชคดีที่เพื่อนชี้แนะแนวทางแห่ง “การบวช” และเลือกสถานที่บวชอันวิเศษสุดให้
ชีวิตฉันวันนั้นจึงแคล้วคลาดจากเวรภัย ซึ่งอาจจะร้ายแรงกว่าที่รออยู่บ้างหน้าหากเดินอย่างผิดทาง

กรรมใดหนอที่ทำพาฉันให้ได้เคยพบและเจอเพื่อนที่ดี ณ เวลานั้น?

กรรมนั้นเปรียบเสมือนลูกโซ่ที่ร้อยเรียงและถักทอ สอดประสานกันอย่างมีเหตุและผล

ในทุกย่างก้าวของชีวิต ที่ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ สถานที่ต่าง ๆ ที่เรานั้นได้ไป จะบ่งบอกว่าเราจะได้ใครเป็นเพื่อนที่แท้จริง

ดั่งเช่นคำกล่าวพูดตลกของลูกศิษย์ผ้าขาวที่เข้ามาอยู่วัดปฏิบัติธรรมรักษาศีล
มักจะพูดกันเสมอว่า
เมื่อก่อนผมนั้นโง่จริง ๆ อยากได้ผู้หญิงดี ๆ สักคนมาเป็นแฟน มาเป็นแม่ศรีเรือน มาเป็นแม่ของลูก แต่ผมดันเข้าไปหาในผับในเธค แล้วผมจะได้คนที่ดี ๆ อย่างที่ตั้งความหวังและความฝันนั้นได้อย่างไร เพราะผู้หญิงที่ผมหวังผมฝันไว้มิหาได้จากสถานที่แห่งนั้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสวิถีทางแห่งการเลือกภรรยาที่เหมาะสมไว้แล้ว ๕ ข้อด้วยกันว่าผู้หญิงที่สมควรเลือกมาเป็นภรรยานั้นข้อสุดท้ายที่สำคัญมากจะต้องเป็นคนที่ “มีศีล” ดังนั้นคนที่ไม่มีศีลจะเหมาะสมกับการเป็นภรรยาแห่งตนได้อย่างไร

ดังนั้นการที่เราไปในสถานที่แห่งใดเราก็จะได้พบเจอและมีเพื่อนในสถานที่แห่งนั้น
ถ้าเราเลือกไปในสถานที่ไม่ดี เราก็จะเจอแต่ “มิตรปฏิรูป” คือ คนเทียมมิตร ๔ จำพวก ได้แก่ คนปอกลอก คนดีแต่พูด คนหัวประจบ และคนชักชวนในทางฉิบหาย
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ว่า มิตร ๔ จำพวกนี้ “ไม่ใช่มิตร” เป็นแต่คนเทียมมิตร ไม่ควรคบ

แต่วันนั้นฉันยังคงมีกรรมดีหลงเหลืออยู่ที่ได้เจอมิตรและได้อยู่กับมิตรซึ่งเป็นมิตรแท้
มิตรแท้เป็นมิตรมีอุปการะ เป็นมิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นมิตรแนะประโยชน์ และเป็นมิตรมีความรักใคร่ ซึ่งเป็นมิตรที่ควรคบหาไม่มีพิษภัย มีแต่จะเกิดคุณประโยชน์แก่ตนเป็นอเนกประการ

วันนั้นมิตรแท้ของฉัน “โยมพี่หมิน” คุณรุ่งเรือง ชัยลักษนานนท์

 

ซึ่งท่านได้ชี้แนะแนว แผ้วถางเส้นทางให้ฉันได้รับทางที่พบเจอกับแสงสว่าง
มิตรที่ได้พบเจอกันในสถานที่ดี ๆ ในมหาวิทยาลัย ในชั้นเรียน
ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นลูกศิษย์ที่ฉันเคยบรรยายในห้องเรียน แต่นั่นก็เป็นสิ่งสมมติ เป็นหัวโขน เป็นฉากละครที่ต้องเล่นกันไปตามวาระและโอกาส
แต่ความเป็นมิตรนี่เป็นสิ่งแท้ที่จริงไซร้ ที่จะช่วยมิตรให้พ้นภัยในเวลาที่คับขันอย่างฉับพลัน

มิตรแท้ ซึ่งเป็นมิตรแนะประโยชน์ จะห้ามเราไม่ให้ทำความชั่ว แนะนำเราให้ตั้งอยู่ในความดี ให้เราฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง และ “บอกทางสวรรค์ให้” แนะนำให้เพื่อนรู้จักการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา  อันจะเป็นหนทางไปสู่สวรรค์ หรือช่วยแนะนำแก้ปัญหาชีวิตให้เพื่อนพ้นจากความทุกข์ทรมานได้

หากมีทางเลือกของชีวิต (Have another choice) ฉันขอมีมิตรแท้แบบนี้ตลอดไป
ทุก ๆ คนมีทางเลือกของชีวิตอันเป็นที่พึ่งแห่งจิตใจ
สร้างทางเลือกที่ดีและเลือกทางที่ดีไซร้ จะนำชีวิตพ้นภัยได้ในทุกครา...