คลังเร่งเทงบพยุง ศก.รอรัฐบาลใหม่

ปลัดคลังไล่จี้เบิกจ่ายงบประมาณหวังอัดเงินเข้าระบบ ด้าน สศค.เสนอแนวทางแก้ปัญหาให้รัฐบาลใหม่รับมือ เศรษฐกิจทรุด นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในปี 2551 นี้กระทรวงการคลังยังคงทำหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจอย่างเต็มที่จนกว่า         จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ และวางกรอบยุทธศาสตร์การเบิกจ่ายงบประมาณในปีต่อไป  ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล จะเห็นว่าภาคเอกชนเริ่มชะลอการลงทุน ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปนายศุภรัตน์ กล่าว   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะ     เชิงนโยบายสำหรับประเทศไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่ง และป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก   ข้อเสนอที่จะเสนอคือ การเร่งรัดการขยายการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งขยายการลงทุนไปยังประเทศเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง สนับสนุนให้มีการเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศด้วยการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้น  นอกจากนี้ รัฐบาลควรร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย และเร่งกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของประเทศ ทั้งนี้ ในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกขยายตัวชะลอลง นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังประสบปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (ซับไพรม์) ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัวตามเช่นกัน  ขณะเดียวกัน เห็นว่าเศรษฐกิจโลกเกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง โดยเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ได้เริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ที่ผลักดันเศรษฐกิจโลก เมื่อพิจารณาจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่สูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มูลค่าการส่งออกของเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกยังขยายตัวได้ดีมาก เนื่องจากมีการค้าขายและมีการขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดของประเทศในภูมิภาคและประเทศตลาดเกิดใหม่มากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐซบเซา ทั้งนี้ หากดำเนินการได้จะช่วยรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชะลอตัวการส่งออก    ไปยังเศรษฐกิจ 3 ขั้วหลัก คือ ญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป </p> โพสต์ทูเดย์  7  ม.ค.  51