การสร้างเครือข่ายในช่วงกระแสปฏิรูประบบสุขภาพ เรื่อง ภาคี เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง เพราะการสร้างเครือข่าย (Net work) คือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคม จิตสำนึกร่วมกัน ในการรวมตัวกัน เพื่อทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมในปี ค.ศ.1963 Steven Polgar นักระบาดวิทยาสังคม พบว่า การดำเนินงานตามแผนงานโครงการ ทางด้านสุขภาพในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นส่วนใหญ่นั้น เกิดจากจุดบกพร่อง 4 ประการ (The Four Fallacies หรือ Wrong Idea) แปลเป็นไทย คือ มิจฉาทิฐิ (ทิฐิ คือ ทฤษฎี) ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องพิจารณาทบทวน ถ้าหากจะทำงานเรื่องเครือข่ายภาคีทางสุขภาพให้ได้ผล ซึ่งได้แก่1. การมองชุมชนเป็นภาชนะว่าง (Empty Vessel) กล่าวคือ กำหดแผนงานโครงการ โดยมองข้ามสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในชุมชน อาจเป็นกลุ่มที่มีกิจกรรม ด้านส่งเสริมสุขภาพ เช่น กลุ่มออกกำลังกาย วิ่งปั่นจักรยาน ลีลาศเพื่อสุขภาพ รำมวยจีน ฯลฯ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้รวมตัวกัน เพื่อออกกำลังกายแต่อย่างเดียว แต่จะมีความสัมพันธ์ทางสังคม เป็น Social Network คือ มีกิจกรรมอื่นร่วมกันอีก นอกเหนือจากการออกกำลังกาย เช่น ฟังเพลง พูดคุย กินขนมน้ำชาร่วมกัน เป็นต้น เหล่านี้นับว่า เป็นความคิดริเริ่มของชุมชน ที่ตอบสนองความต้องการเบื้องต้นของเขาเอง ไม่ควรมองข้ามไป เพราะจะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพยิ่งขึ้น2. การมองปัญหาชุมชนแยกออกเป็นส่วนๆ (Separate Capsule) กล่าวคือ กระทรวงสาธารณสุข มองเรื่องการสาธารณสุข กระทรวงศึกษามองเรื่องการศึกษา เทศบาลมองแต่ขอบเขตงานของเทศบาล เป็นต้น การมองปัญหาแยกส่วนเช่นนี้ จะเป็นปัญหาในการดำเนินงาน ควรมองปัญหาทุกด้าน แล้วนำมาเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อหาความเชื่อมโยงในการแก้ปัญหา โดยมุ่งการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ3. การมองว่า มีองค์กรเป็นทางการ ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้น ที่เป็นองค์กรเดี่ยว หรือองค์กรเดียว (Single Pyramid) มาเกี่ยวข้อง ดูแลเรื่องนั้นๆ เช่น เกี่ยวกับเมือง คือ เทศบาล เกี่ยวกับชุมชน คือ กม. อบต. ผสส. อสม. ที่จริงแล้ว ในชุมชนจะมีองค์กรที่เกิดขึ้นเองเป็นกลุ่มธรรมชาติซึ่งจะมีคุณสมบัติบางลักษณะที่ช่วยแก้ปัญหาและมีความต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องของชุมชนเขาเอง ดังนั้นทำอย่างไรจึงจะส่งเสริมให้กลุ่มหรือองค์กรดังกล่าวมีความงอกงาม ยั่งยืน อยู่กับชุมชนตลอดไป4. การมองชุมชนต่างๆ ล้วนเหมือนกันหมด (Interchangeable Face) ทำให้เกิดการกำหนดรูปแบบงาน ที่เป็นมาตรฐาน (Standard Operation Model) ซึ่งคิดว่า สามารถใช้ได้กับทุกที่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ของแผนงาน โครงการนั้นๆ แต่แท้จริงแล้ว ต่างพื้นที่ ต่างชุมชน ก็ต้องประยุกต์การดำเนินงานให้เหมาะสม ความหมายของการสร้างเครือข่าย (Net Working) การสร้างเครือข่าย (Net Working) หมายถึง การแสวงหาโอกาสเพื่อรู้จักกับบุคลใหม่ๆ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่พึ่งรู้จักรวมทั้งการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องในสายอาชีพหรือแวดวงเดียวกัน การสร้างเครือข่าย (Net Working) หมายถึง การทำให้มีการติดต่อและสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อมูลข่าวสารและการร่วมมือกันด้วยความสมัครใจ การสร้างเครือข่ายควรสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้สมาชิกในเครือข่ายมีความสัมพันธ์กันฉันท์เพื่อน ที่ต่างก็มีความเป็นอิสระมากกว่าสร้างการคบค้าสมาคมแบบพึ่งพิง นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายต้องไม่ใช่การสร้างระบบติดต่อด้วยการเผยแพร่ข่าวสารแบบทางเดียว เช่นการส่งจดหมายข่าวไปให้สมาชิกตามรายชื่อ แต่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันด้วย รูปแบบการจัดความสัมพันธ์ขององค์กร สามารถจำแนกได้เป็น 3 ลักษณะคือ1. แบบแตกตัว เป็นลักษณะที่องค์กรแยกตัวจากองค์กรอื่น และคงความเป็นเอกเทศ ของตนเองเป็นสำคัญ ความสัมพันธ์ภายในองค์กร มักจะเป็นลักษณะปิด ไม่ให้คนอื่นเข้าร่วมด้วย2. แบบเครือข่าย เป็นการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างองค์กรที่มีลักษณะยืดหยุ่น มีองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมกัน แสวงหาข้อตกลง หรือความร่วมมือกัน มากกว่า 2 องค์กร ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น จากความเห็นชอบร่วมกัน ไม่ใช่เกิดจากการสั่งการ 3. แบบช่วงชั้น เป็นการปฏิสัมพันธ์แบบตายตัว และเป็นทางการ ซึ่งองค์กรในระดับล่าง จะขึ้นตรงต่อหน่วยข้างบน ที่มีหน้าที่สั่งการให้หน่วยข้างล่างปฏิบัติตามเป็นลักษณะความสัมพันธ์ ตามแบบฉบับของราชการ (ดัดแปลงจาก “Alternative Models for Intercommunication Governance” William R. Dodge 1992 : 406-407)
การสร้างเครือข่าย
นักระบาดวิทยาสังคม
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
thanagrit kai chompoonuch · 6 ม.ค. 2551
thanagrit kai chompoonuch · 6 ม.ค. 2551
เกษตรป่าพะยอม · 6 ม.ค. 2551
thanagrit kai chompoonuch · 6 ม.ค. 2551
ข้าวขอบ · 6 ม.ค. 2551
ฐิตารีย์ ต้อม ศัพท์พันธุ์ · 6 ม.ค. 2551