ลองนึกหลับตา แล้วมีคนเอาอะไรก็ไม่รู้มาใส่ปาก โดยไม่พูดไม่จา ได้ยินแต่คำสำทับว่า กลืนเร็วๆ
วันนี้ผู้เขียนเดินทางไปหลายจังหวัด เพื่อไปทำธุระที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วเลยไปจังหวัดระยอง เยี่ยมเยียนพี่สาวคนโต ในวาระที่กำลังจะเปลี่ยน พ.ศ.ใหม่
ไปกันสามคนพี่น้อง ผู้เขียนมีพี่สาว คนที่๓ ชื่อบานเย็น ธีระชัย บวชเป็นแม่ชี มานาน ๘ ปีแล้ว อยู่ที่วัดผาสุการาม จังหวัดชลบุรี ด้วยความที่ชอบปฏิบัติธรรม เหมือนกัน เวลาเจอกัน ก็จะนำเรื่องราว การทำสิ่งดีๆ สบายๆใจมาคุยกัน ในขณะเดินทางข้ามจังหวัดวันนี้ แม่ชีได้นำเรื่องที่ท่าน ไปเยี่ยมคนรู้จักคนหนึ่ง ที่รู้จักกันดี แต่มาล้มป่วย จนถึงขนาด มีอาการตาบอดตาใส มองอะไรไม่เห็น หูก็เสื่อม เนื่องจาก มีเชื้อราในไขสันหลัง
จากการไปเยี่ยมหลายครั้ง ทำให้พบสภาพ ของคนไข้ หลายๆอย่าง ที่ผู้เขียน อยากจะนำมา เล่าสู่กันฟัง
เมื่อป่วยหลายวัน ญาติ ก็เริ่มเบื่อ จากที่เธอเคยทำงานเองได้ ขับรถไปไหนมาไหนได้เอง ช่วยเลี้ยงหลาน และงานต่างๆ ที่ทำผ่านมาแล้ว บัดนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ คิดช้า ฟังใครพูดก็แปลผลช้า เขาเล่าอะไรให้ฟังตั้งนาน จึงจะ เข้าใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังมีอยู่ในตัวเธอ คือการเกรงใจ ลูกเต้า และญาติ หิวก็ไม่กล้าบอก ทำตัวเหมือนว่าไม่ได้เจ็บไข้อะไร แต่แท้จริงแล้ว เธอเป็นมากทีเดียว
แม่ชีเล่าว่า เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ที่เห็นลูกๆ มักว่าแม่ สำออย แกล้งทำตาบอดก็เคยว่า และบางครั้งเพื่อนสนิทของแม่ มาดูแลโอบกอด ก็จะได้ยินลูกว่า แหม ทำเป็นอ้อนบ้างละ
ผู้เขียนฟังไปก็ให้นึกสงสารเธอ คงเพราะสมัยเมื่อคราวแข็งแรง ก็ไม่เคยที่จะทำอาการเหล่านี้ พอมาล้มป่วย ด้วยโรคร้าย จึงทำให้อาการของเธอเปลี่ยนไป ญาติและลูกไม่เคยเห็นแม่อ่อนแอ ก็เลยคิดว่าแม่แกล้งทำ ก็ไม่ได้คิดจะโทษใคร แม้อยากจะต่อว่า แต่เรื่องราวของเธอน่าจะเป็นสิ่งย้ำเตือนใครได้บ้าง ในการต้องเฝ้าไข้ ที่เราอาจพบอาการที่เปลียนบุคลิกภาพไปของคนไข้ ก็อย่าเพิ่งคิด ว่า เขาเหล่านั้น แกล้งทำ หรือออดอ้อน ผู้มาเยี่ยม อาจเป็นด้วย พยาธิ ของโรคจริงๆ
คนไข้รายนี้ ผู้เขียนไม่นึกว่าเธอจะเพี้ยน จนจำอะไรไม่ได้ แม้คำพูดของลูก ที่พูดกรอกหู ว่าแม่แกล้งทำ สำออย ทั้งนี้ ด้วยเมื่อต้องอยู่กับแม่ชีตามลำพัง เธอก็เล่าความในใจ ที่ผู้เขียนฟังแล้ว ต้องนำมาเล่าต่อ เพื่อว่า อาจเป็นข้อคิด สำหรับเทศกาลปีใหม่ของใคร หลายๆคน ที่กำลัง จะไปเยี่ยมญาติ ที่แก่เฒ่ามากแล้ว หรือป่วยหนัก ช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ ถึงกับต้องป้อนน้ำ ป้อนอาหารกันนั้น ลองฟังความรู้สึก ของคนไข้รายนี้ ที่ต้องอาศัยคนป้อนอาหารเหมือนกัน เธอบอกว่า
" เวลาลูกป้อนอะไรเข้าปาก ไม่เคยบอกสักคำ ว่าอะไร ถึงเวลา ก็ทิ่มใส่ปาก ทิ่มใส่ปาก เตรียมตัวรับรสอาหารไม่ทัน"
คงเคยเห็นกันเป็นประจำ ที่ผู้ป้อนอาหาร ลืมแทนใจคนกิน ผู้เขียนลองนึกหลับตา แล้วมีคนเอาอะไรก็ไม่รู้มาใส่ปาก โดยไม่พูดไม่จา ได้ยินแต่คำสำทับว่า กลืนเร็วๆ เหมือนเราเป็นหุ่นยนต์ เท่านั้นเอง ผู้เขียนก็รู้สึกเข้าใจผู้ป่วยรายนี้ทันที
ที่จริงผู้เขียน เห็นหลายบล็อกเริ่มบันทึก ส่งความสุข กันแล้ว ก็ตั้งใจที่จะบันทึกเช่นกัน แต่ สำหรับวันนี้ ต้องขอนำเรื่องนี้ มาฝากกันก่อน ก็ถือว่า เป็นการส่งความสุขอีกแบบก็แล้วกัน ความสุขนี้ แต่ผู้ที่จะถูกป้อนอาหารค่ะ
ตามมารับความสุขอีกรูปแบบก่อนปีใหม่
มาถึงสวนป่าฯ เมื่อสักครู่ค่ะ
ดวลสะเดาเรียบร้อย
ขอให้พี่รุ่ง สุขกายสุขใจ มีธัมมะสดใส ตลอดปี ตลอดไปนะคะ
สวัสดีค่ะ
ฝากกอดทุกๆคนด้วยค่ะ โดยเฉพาะพ่อครูบา พี่หมูด้วย ไม่ทราบว่ามีใครไปบ้างคะ ส่งข่าวหน่อย สะเดาน้ำปลาหวาน มีปลาดุกย่างด้วยไหม หรือกุ้งเผาก็อร่อยดีนะคะ
ขอให้ทุกคนมีความสุข และมิตรสัมพันธ์ที่ดีตลอดไปค่ะ
แซบหลายพี่รุ่ง
นำทีมโดยลุงเอก ป้าจุ๋ม ตามด้วย อ.หมู ครูเสือ พี่องุ่น น้องหนิงพร้อมครอบครัว น้องแผ่นดินพร้อมครอบครัว ครูราณี ครูสุ ดร.แสวง หมอสุธี จ้า
พรุ่งนี้เช้าบันทึกคงตามมา ตอนนี้ทุกคนอิ่มท้องเกือบแตกค่ะ อิอิอิ
โหย….ไม่ยอมแล้ว ถ้าไม่เห็นภาพของทุกคนนะ จะดาวดิ้นตรงนี้ สัญญานะ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ จะรอค่ะ
เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ที่ดีสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นพ่อแม่เราเอง เรารักพ่อแม่ไม่เท่าที่พ่อแม่รักเรา พ่อแม่ทำทุกอย่างได้เพื่อเรา แต่เราทำทุกอย่างเพื่อพ่อแม่ไม่ได้จริงไหม ปีใหม่นี้อยากให้ทุกคนหวนคิดในเรื่องที่หมอรุ่งนำเรื่องเหล่านี้มาให้รับรู้ ทนุถนอมท่านเถิด ท่านมีเวลาให้เราน้อยเต็มทีแล้ว เร่งปฏิบัติต่อท่านก่อนที่จะไม่มีท่านให้ปฏิบัติ
สวัสดีปีใหม่..ครับหมอ
เรื่องแบบนี้เจอบ่อยครับ ..ไม่พบกับตัวเองไม่รู้สึก
สวัสดีค่ะ พี่บุญรุ่ง
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สัสดีค่ะท่านอัยการชาเกาะ
อยากขอบคุณเจ้าของเรื่ง ที่นับว่าเป็นตัวแทน คนอีกหลายๆคน มาบอกกล่าวให้ทราบ ลองหลับตา แล้วให้คนป้อนอาหโดยไม่บอกเล่าว่าเป็นอะไรบ้าง ก็คงลุ้นกันทุกคำ ที่เราไม่ค่อยเห็นคนไข้บ่น คงเพราะเกรงใจมากกว่า ขอให้บทความนี้ เตือนตังเองว่า ต่อไป จะป้อนอาหารใคร ขอให้แทนใจกันสักนิดนะ
ขอบคุณท่านมากค่ะ
สัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพิ่งจะกลับมาค่ะ เดี๋ยวจะเอาความสุขขึ้นบล็อก เป็นของฝากค่ะ
จริงเหมือนพี่ว่า เอาเรื่องนี้เป็นอุทาหารณ์ค่ะ สมัยเด็กๆ เวลาแม่ป้อนข้าวนี้ เชียร์เราทุกคำ อร่อยน้า อ้าปากกว้างๆลูก อิ่มไหม ฯลฯ
ทุกครั้งที่จะป้อนอาหารใคร ให้นึกว่า กำลังป้อนอาหารให้ลูก คนถูกป้อนคงมีความสุข ในการกิน ที่ช่วยตัวเองไม่ได้นะคะ
สวัสดีค่ะคุณจุฑารัตน์
พบเป็นประจำค่ะ เลาใครป่วย สรรหาของดีๆ แพงๆ หายาก มาให้กินกัน แต่ก็กินไม่ได้เสียแล้ว กินไม่ลง ยิ่งกินเองไม่ได้ด้วย ป่วยด้วย คงเป็นภาวะลำบากใจน่าดู
เขียนไว้เพื่อเตือนใจกันค่ะ บางครั้งคนป้อนก้ไม่มีประสบการณ์ แต่ถ้าได้อ่นเรื่องนี้แล้ว จะได้ข้อคิดกลับไปค่ะ
ขอให้มัความสุขมากกว่าปีที่ผ่านมานะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากครับ
ต่อไปข้างหน้าเวลาจะป้อนอะไรแก่ใครกระผมจะระลึกถึงทั้งเจ้าของเรื่องและผู้เขียนที่ได้มอบความสุขแบบเข้าใจผู้ที่ถูกป้อนอาหาร มาให้ได้เรียนรู้ ขอบคุณมากๆครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
บางครั้งคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ ก็นึกไมออกนะคะ อย่างตัวเอง ก็ไม่เคยป่วยจนใครป้อนอาหาร แต่ลองจินตนาการดู ก็พบว่า จริงๆด้วย ใครจะมารู้จังหะ กิน กลืน เหมือนตัวเราเอง
ได้รับฟังมา เลยนำมาบอกต่อค่ะ