สมเป็นหนังสือ สื่อบุญจริงๆ ทั้งรูปทรง สีสัน และคุณค่าในเนื้อหา
บัดนี้ หนังสือทำบุญ " หนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง" เสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำส่ง ให้ผู้สั่งจอง ในวันเปิดทำการแล้ว
เจ้าของโรงพิมพ์เกิดศรัทธา ร่วมบุญหนังสือ โดยพิมพ์เพิ่มให้อีก ๑๐๐ เล่ม เพื่อจำหน่ายสมทบกองทุนโครงการส่งอาสาสมัครช่วยงานกุสินาราคลินิก ประเทศอินเดีย และ อีก ๒๕ เล่ม สำหรับแจกตามแต่ประสงค์ ผู้เขียนต้องขออนุโมทนาบุญ กับ "เมืองใหม่สิ่งพิมพ์" จ.ชลบุรีที่ไม่เพียงแต่เป็นแค่ผู้รับจ้างพิมพ์ แต่ทุกครั้งที่ได้ใช้บริการ เขาจะมีความปราณีต ในทุกขั้นตอน ในการจัดทำมาก ซึ่งก็ถูกใจ ผู้เขียนทุกครั้ง
เฝ้าหยิบจับหนังสือ ขึ้นมาเปิดอ่านแล้ว อ่านอีก พลิกดูภาพที่พิมพ์ บนกระดาษอาร์ตอย่างดี แล้วก็ยอมรับว่า สมเป็นหนังสือ สื่อบุญจริงๆ ทั้งรูปทรง สีสัน และคุณค่าในเนื้อหา ซึ่ง หลายคนที่ได้ดูแล้ว ออกปากชม ไม่ใช้โฆษณา เพราะไม่ได้หวังประโยชน์ทางการค้า เพียงแต่ ในฐานะผู้รับบุญในการจัดการเรื่องตกแต่ง ต้นฉบับ และพิมพ์ ก็ตั้งใจทุกขั้นตอน และเมื่องานออกมา เป็นไปตามที่ปรารถนา จึงรู้สึก สบายใจที่จะได้มอบสื่อบุญนี้ ที่คงสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้ร่วมบุญทุกท่าน
วันนี้ขอนำภาพหนังสือ มาขึ้นบันทึกให้ชมกัน ก่อนที่จะได้รับของจริง ในโอกาสต่อไปนะคะ
ปกหน้า และปกหลัง ของหนังสือ
"หนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง"
ผู้ที่สั่งซื้อ ๑๐ เล่มขึ้นไป ขอกำนัลหนังสือ "ถ้าพรุ่งนี้....ต้องตาย" บทความของท่านพลเดช ที่เคยอนุญาตให้ผู้เขียน พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ที่ผ่านมา
สำหรับ ค่าจัดพิมพ์ทั้งหมด ท่านพลเดช ได้ให้ความกรุณา จ่ายสำรองให้ก่อน เมื่อจำหน่ายหมด ตามเป้าหมาย จึงหักทุนคืนท่าน และนอกจากนี้ ท่านยังได้สั่งซื้อหนังสือเป็นการส่วนตัว เพื่อนำไปเป็นของขวัญ แก่ผู้ที่ท่านเคารพนับถือ อีกจำนวน ๕๐ เล่ม ก็ขอกราบอนุโมทนาสาธุ มา ณ โอกาสนี้
และที่สำคัญ ท่านที่ปรึกษาโครงการส่งอาสาสมัครช่วยงานกุสินาราคลินิก คือท่านพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ หรือลุงเอก ของพวกเรา ได้ให้ความเมตตา ในการดูแล สมุดบัญชีกองทุน พร้อมทั้งการ เบิก-จ่าย งบในการใช้จ่าย และปรับสมุดแจ้งยอดตลอดมา
ผู้เขียนเอง ในฐานะ ผู้จะได้รับผลบุญในเรื่อง จะได้เป็นอาสาสมัครคนแรก ที่จะไปปฏิบัติงาน พร้อมค่าเดินทาง จากกองทุนนี้ รู้สึกซาบซึ้งใจ ในกำลังใจที่ต่างก็ให้มาทุกรูปแบบ และไม่เคยรู้สึกเสียใจเลย ที่พลัดหลงเข้ามา ในG2K
เสร็จไปหนึ่งก้าว.....
ก้าวเล็กๆ นะครับ
ยังมีอีกหลายก้าวที่ต้องเดินต่อไปข้างหน้า
ทำและธรรมครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีค่ะท่านพลเดชและพี่รุ่ง
อนุโมทนากับก้าวเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
<div id="picture-holder">
สวัสดีครับคุณเบิร์ด
ขอบคุณครับ
ภาพดอกไม้สวยมาก จริงๆ
เกี่ยวกับหนังสือหนึ่งคนวาดหนึ่งคนแต่ง
สิ่งที่ต้องนำมาบอกกันเป็นบันทึกก็คือเรื่องที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้มาแปลก ตามปรกติ ผมเองก็เป็นคนที่เรียกว่าเขียนหนังสือเหมือนกันแม้จะเขียนแบบสมัครเล่น แต่ก็เคยเขียนลงในสื่อหลายประเภท ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสารและหนังสือวิชาการแต่ก็เป็นข้อเขียนของตัวเองที่เกิดจากใจ จากประสบการณ์การทำงานประสบการณ์การปฏิบัติธรรม ประสบการณ์ชีวิต....ทั้งในประเทศและในต่างประเทศแต่ก็ไม่เหมือนสาระในหนังสือเล่มนี้ เพราะไม่ได้คิดว่าจะเป็นหนังสือที่จะพิมพ์ออกมา และเกิดมาจากอินเตอร์เน็ตและมีคนอื่นร่วมเขียนด้วย เนื้อเรื่องก็มาจากที่บันทึกใน G2K ล้วนๆ เป็นการสนทนากันด้วยสื่อภาพของผมผู้วาดและสื่อบทกลอนของผู้แต่งความจริงในแต่ละบันทึกในหนังสืออยากจะเอามาลงให้หมดรวมทั้งว่าใครบ้างเข้ามาแสดงความเห็นและว่าอย่างไรด้วยแต่ก็เกรงจะยาวไปเป็นหนังสือที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็เป็นประวัติศาสตร์ ถ้าเป็นหนังสือเก่าก็จะเป็นหนังสือที่น่าสะสมมาก เพราะมีจำนวนจำกัดมีวันที่พิมพ์และมีประวัติความเป็นมาหนังสือออกมาแล้ว ผมเห็นภาพรูปเล่มทาง G2K ก็ดูสวยดี อย่างไรก็ดีผมเห็นว่าความแปลกของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่อยู่ที่ผู้วาดภาพ-พลเดชหรือผู้แต่งบทกลอน-ตันติราพันธ์แต่ความสำคัญอยู่ที่ความบังเอิญของสองสิ่งคือภาพวาดและบทกลอนที่บังเอิญมาอยู่ในที่เดียวกันซึ่งคุณเม้งบอกว่าสามารถกระตุ้นจินตนาการของเด็กๆ ได้และความแปลกนี้ก็คงไม่ได้เกิดบ่อยนักและอาจไม่เกิดอีกเลยก็ได้แม้ผมจะวาดภาพเอาไว้หลายภาพในอดีตแต่ก็ไม่ได้น่าสนใจทุกภาพไม่ได้เกี่ยวกับธรรมะทุกภาพไปก็เป็นธรรมะจัดสรรที่ต้องบันทึกไว้ ณ วันนี้ครับ ในวันสุดท้ายของปี 2550ด้วยความปรารถนาดี <p> </p>
สวัสดีค่ะท่านพลเดช
เบิร์ดโตมากับสตรีสารภาคพิเศษ ที่มีทั้งการแต่งเรื่องจากภาพ การแต่งเสริมเติมภาพคือเป็นภาพลายเส้นง่ายๆเพียงครึ่งเดียว เช่นภาพวงกลมครึ่งวงที่เหลือให้เด็กๆจินตนาการภาพต่อเอาเองแล้วส่งไปร่วมสนุก ฯลฯ
การฝึกเล็กๆน้อยๆแบบนี้เอื้อให้เค้าได้ใช้สมองทั้งหมดและเพลิดเพลินกับงานที่เป็นของๆเค้าเองน่ะค่ะ..มีรางวัลเล็กๆเป็นกำลังใจ..นักเขียนหลายคนก็เติบโตมากับการอ่านสตรีสารภาคพิเศษและแต่งเรื่องสั้นบ้าง แต่งกลอนบ้าง แต่งเรื่องจากภาพบ้าง ส่งไปค่ะ
คุณเม้งเสนอได้น่าสนใจว่าอาจให้เด็กๆที่ได้รับหนังสือไปเค้าได้ร่วมสนุกโดยแต่งเรื่องจากภาพหรือแต่งกลอนเพื่อเสริมจินตนาการของเค้าให้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องยึดกรอบว่าภาพนี้ต้องแต่งกลอนแบบนี้เท่านั้นนะคะ
ขออนุโมทนากับกุศลเจตนาของทุกๆท่านค่ะ
สวัสดีค่ะทั้งสองท่าน คุณเบิร์ดคุณพลเดช
หนังสือหนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง คงเป็นผลงาน ที่ดิฉันก็ภาคภูมิใจ กับเรื่องดีๆที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๕๐ ที่เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที ก็จะผ่านเลยไปแล้ว
โดยส่วนตัว ไม่ใช่คนชอบแต่งกลอน และก็ไม่เคยแต่งยาวๆแบบนี้ อย่างมากก็แค่คำอวยพรปีใหม่ละมัง ที่เคยแต่ง นอกจากนั้น ไม่มี แต่ก็แปลกใจ ทุกครั้ง ที่หยิบหนังสือ เล่มนี้ขึ้นมา แล้วพบว่า บทกลอนนั้น ได้สอดคล้อง เรื่องราวในภาพได้อย่างไร มีท่านอื่นที่ได้อ่าน ก็มาถามว่า ทำไมจึงแต่งแบบนี้ ถ้าจะให้บอกอีก ก็ต้องเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ตอบไปแล้ว คือเมื่อมองภาพ มันเกิด เรื่องราวในภาพ จริงๆ เหมือนเจ้าของภาพ กำลังเล่าเรื่องให้ฟัง นี่คือความรู้สึกของดิฉันเอง ไม่ได้สรุปว่า เป็นสิ่งที่ผู้วาดคิดก็ได้ เพียงแต่ เมื่อนำมาเทียบเคียง แล้ว เกิดความสอดคล้องกัน
จินตนาการ เป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม ไม่ใช่เฉพาะเด็กอย่างเดียว แต่ทุกๆคน
สมัยเป็นเด็กนักเรียน มีเพื่อนวาดภาพเก่งมาก แต่คิดเรื่องที่จะวาดไม่ได้ ดิฉันก็เล่าเรื่องราว เขาก็วาดตาม ที่ดิฉันจินตนการ ได้ตรงมากเลยค่ะ
อยากจะบอกว่า หนังสือเล่มนี้ ทำด้วยใจ ตั้งใจทุกขั้นตอน และเป้าประสงค์คือบุญล้วนๆค่ะ
สวัสดีปีใหม่ ..ครับ
ขอบคุณวันเก่าเก่า
ที่สอนให้เราแกร่งกล้า
ขอบคุณวันใหม่ที่กำลังเคลื่อนกายมา...
เพื่อตอกย้ำคุณค่าของการ "มีชีวิต" ...