การเขียนโครงร่างวิจัย

การเขียนโครงร่างการวิจัย (Proposal)   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ภายหลังจากที่ได้หัวข้อหรือปัญหาการวิจัยคร่าว ๆ และได้ไปทำการทบทวนเอกสารหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาพอสมควรแล้ว   ให้เริ่มเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาก่อน   ชื่อเรื่องยังไม่ต้องตั้งก็ได้  หลังจากนั้นจึงเริ่มดำเนินการออกแบบการวิจัย (research design) เพื่อแสวงหาคำตอบในสิ่งที่เราสนใจ  และทั้งหมดนี้ เรียกว่า โครงร่างการวิจัย  ซึ่งต่อไปจะเปลี่ยนไปเป็นบทที่ 1, 2 และ 3 ของการวิจัยนั่นเอง  ในการเขียนโครงร่างการวิจัยทางสังคมศาสตร์  อาจประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">1. ชื่อเรื่อง  :  ต้องชัดเจนไม่สั้นหรือยาวเกินไป  เป็นเรื่องแปลกใหม่  น่าสนใจและมีคุณค่า  รวมทั้งมีความสามารถที่จะทำการวิจัยได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา : เป็นการบรรยายให้เห็นว่าเรื่องที่จะทำการวิจัยนี้มีความเป็นมาและมีความสำคัญอย่างไรจึงต้องทำการวิจัย มักจะเริ่มต้นการเขียนถึงสภาพแวดล้อมแบบกว้าง ๆ เข้ามาสู่เรื่องแคบ ๆ แล้วสรุปให้เห็นปัญหาการวิจัยจนทำให้ต้องทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">3. วัตถุประสงค์  :  เป็นการบอกจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยเรื่องนี้  .ดร.นงลักษณ์  วิรัชชัย บอกไว้ว่าการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างแรกที่ใช้  คือ  เพื่อบรรยาย   ต่อมาก็ เพื่อสำรวจ  ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ทำได้ง่ายที่สุด   สูงขึ้นมาก็คือ  เพื่อเปรียบเทียบ   สูงขึ้นมาอีกก็คือ  เพื่ออธิบาย      สูงขึ้นไปอีกก็คือ  เพื่อทำนายว่าในอนาคตจะเกิดอย่างไร สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งก็คือ เพื่อสังเคราะห์ผลการวิจัย  ดีไปกว่านั้นก็คือ เพื่อประเมิน   และอันสุดท้าย  คือ  เพื่อพัฒนาและตรวจสอบ  เป็นวัตถุประสงค์ขั้นสูงสุดที่นักวิจัยอยากจะตั้งวัตถุประสงค์ให้ถึงขั้นนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">4. สมมติฐานของการวิจัย : เป็นการคาดคะเนผลที่จะได้จากการพิสูจน์ โดยการแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ทดสอบหรือพิสูจน์ได้  ซึ่งต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัย  ในส่วนของการวิจัยเชิงคุณภาพจะไม่เขียนสมมติฐานการวิจัย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">5. ขอบเขตการวิจัย : ประกอบด้วยขอบเขตด้านเนื้อหาจะศึกษาอะไรบ้าง  และขอบเขตด้านระยะเวลาตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร  เขียนตามวัตถุประสงค์ในการวิจัย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">6. คำจำกัดความ : เพื่อให้เข้าใจตรงกัน  ปกติดูจากคำสำคัญ (key word) ของชื่อเรื่อง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  :  ประโยชน์ที่จะเกิดจากการนำผลการวิจัยไปใช้ต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในการวิจัย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">8. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : เป็นการทบทวนแนวคิดหรือทฤษฎีต่าง ๆ ที่จะนำมาเป็นกรอบความคิดในงานวิจัยของเรา หากเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณจะให้ความสำคัญมากเพราะจะนำไปสู่การตั้งคำถามในแบบสอบถาม ส่วนการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นการทบทวนงานวิจัยที่ใกล้เคียงกับของเราซึ่งอาจใกล้เคียงในด้านความสำคัญของปัญหาการวิจัยหรือวิธีในการดำเนินการวิจัยก็ได้  การเขียนจะต้องเรียบเรียงความคิดให้เป็นระบบ  มีการสรุปในตอนท้ายของแต่ละตอนและให้เชื่อมโยงกับย่อหน้าต่อไปด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify" class="MsoNormal">9. วิธีดำเนินการวิจัย  :  กล่าวถึงวิธีการที่ใช้ในการวิจัย  โดยปกติอาจแบ่งการวิจัยออกเป็น   2 ชนิด คือ การวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ  จะเลือกใช้วิธีการใดก็ตามขึ้นอยู่กับลักษณะของเรื่องที่จะทำการวิจัยและความถนัดหรือความสนใจของผู้วิจัยด้วย  ในปัจจุบันวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกมักใช้ทั้ง 2  รูปแบบควบคู่กันไป  แต่ละรูปแบบมักจะกำหนดรายละเอียดในการดำเนินการวิจัยดังต่อไปนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">       9.1 การวิจัยเชิงคุณภาพ  :  ให้ระบุถึง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   1. การเข้าพื้นที่ทำอย่างไร  กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informant) คือใคร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม  แบบสัมภาษณ์  เทปบันทึกเสียง  การจดบันทึก  ตัวผู้วิจัย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ เอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วม/ไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบทางการ/ไม่เป็นทางการ  การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก  การสนทนากลุ่ม  การวิเคราะห์ชุมชนแบบมีส่วนร่วม  เป็นต้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   4. ระยะเวลาในการศึกษา  เริ่มตั้งแต่การเข้าพื้นที่จนกระทั่งถอนตัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   5. การตรวจสอบข้อมูล ได้แก่  การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (triangulation)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   6. การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  การตีความสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (inductive) การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">       9.2 การวิจัยเชิงปริมาณ : ให้ระบุถึง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ วิธีการเลือก จำนวน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม โดยระบุถึงวิธีการสร้างเครื่องมือ การตรวจสอบเครื่องมือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่  วิธีการส่งแบบสอบถาม  จำนวนที่ได้รับคืน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 30pt; text-align: justify; tab-stops: 45.0pt" class="MsoNormal">                   4. การวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">การวิจัยทางสังคมศาสตร์ไม่มีอะไรดีไปกว่า  การเขียน เขียน แล้วก็เขียน   และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ คือ รูปแบบการพิมพ์วิทยานิพนธ์หรือเอกสารวิจัย  ซึ่งแต่ละสถาบันก็ไม่เหมือนกัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">หากต้องการคำแนะนำติดต่อผู้เขียนได้ตลอดเวลาที่ภาควิชาสังคมศาสตร์ กองการศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศ  โปรดอ่านต่อฉบับหน้าเกี่ยวกับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)</p>