บุตร

ตามความเห็นของผู้เขียน รู้สึกว่าคำนี้ในภาษาไทยค่อนข้างจะใช้ลักลั่น โดยบางครั้งหมายถึง ลูก เท่านั้น จะเป็นลูกหญิงหรือลูกชายก็ได้... แต่บางครั้งหมายถึง ลูกชาย เท่านั้น เพราะถ้าเป็นลูกหญิงจะใช้คำว่า บุตรี หรือ ธิดา เพิ่มขึ้นมาอีกคำหนึ่ง...

บุตร เขียนตามบาลีได้ว่า ปุตตะ ซึ่งมีความหมายตามรากศัพท์อยู่หลายนัย ผู้เขียนจะนำมาเล่าในบันทึกนี้สัก ๒-๓ นัย...

นัยแรก ปุึตตะ มาจากรากศัพท์ว่า ปุ ในความหมายว่า ล้าง หรือ ชำระ ดังอรรถวิเคราะห์ว่า

  • มาตาปิตโร ปุนาติ โสเธติ อเนนาติ ปุตฺโต
  • ธรรมชาติย่อมล้าง คือชำระ มารดาและบิดาให้สะอาด ด้วยเด็กคนนี้ ดังนั้น เด็กคนนี้ ชื่อว่าบุตร (เป็นเหตุล้างชำระมารดาและบิดาให้สะอาด)

ท่านขยายความเพิ่มเติมว่า ธรรดาคนเรานั้น เมื่อไม่มีลูกก็ย่อมถูกตำหนิหรือติฉินนินทาว่าไร้ความสามารถในการจะสืบต่อวงศ์ตระกูล แต่เมื่อมีลูกขึ้นมา การตำหนิติเตียนดังกล่าวก็จะหมดไป ดังนั้น บุตรหรือลูกนี้จึงคล้ายๆ กับธรรมชาติที่มีมาเพื่อช่วยล้างหรือชำระใ้ห้พ่อแม่สะอาดจากคำตำหนิติเตียนทำนองนี้....

( อนึ่ง คำว่า บุญ ก็มาจาก ปุ รากศัพท์นี้เหมือนกัน โดยความหมายว่า ล้าง หรือชำราสันดานของสัตว์ให้สะอาดปราศจากกิเลสทั้งปวง... ประมาณนั้น) 

...........

นัยที่สอง ปุตตะ มาจากรากศัพท์ว่า ปุสะ ในความหมายว่า เลี้ยงดู ดังอรรถวิเคราะห์ว่า

  • มาตาปิดูหิ โปสิยเตติ ปุตฺโต
  • ผู้ใด อันมารดาบิดา ย่อมเลี้ยงดู เหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่าบุตร (ผู้อันมารดาบิดาเลี้ยงดู)

นัยนี้ชัดเจนแล้ว แต่อาจจำแนกรายละเอียดออกไปได้อีก เช่น ลูกบังเกิดเกล้า ลูกเลี้ยง ลูกบุญธรรม ลูกศิษย์ ...

...........

และนัยที่สาม ปุตตะ มาจากรากศัพท์ว่า ปูระ ในความหมายว่า เต็ม ดังอรรถวิเคราะห์ว่า

  • มาตาปิตูนํ ปตฺถนํ ปูเรตีติ ปุตฺโต
  • ผู้ใด ยังความปรารถนา แห่งมารดาและบิดา ให้เต็มอยู่ ดังนั้น ผู้นั้น ชื่อว่าบุตร (ผู้ทำความปรารถนาของมารดาบิดาให้เต็ม)

คนที่อยากจะมีลูก นอกจากจะต้องการเพื่อสืบวงศ์ตระกูลแล้ว ก็อาจเพื่อเป็นพยานรัก หรือจะได้ฝากผีฝากไข้ในยามแก่เฒ่าเป็นต้น แต่คู่ชีวิตบางคู่ก็ไม่สามารถมีลูกได้ ความปรารถนาจึงไม่เต็ม คือไม่สำเร็จ ดังนั้น ลูกจึงถือว่าเป็นผู้ที่ทำความปรารถนาเหล่านี้ให้สำเร็จ

........ 

แต่ เมื่อมีลูกแล้ว จะได้สืบต่อตระกูลหรือไม่ ? จะได้เลี้ยงดูหรือไม่ ? หรือจะได้ฝากผีฝากไข้หรือไม่ ?... นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้มีลูกต้องสานต่อเอาเอง...

หิโตปเทศกล่าวไ้ว้ทำนองว่า

  • ไม่มีลูก ๑ มีลูกแล้วตาย ๑ และลูกโง่ ๑ สามอย่างนี้ ควรเลือกเอาสองอย่างแรกเพราะเป็นทุกข์เพียงครั้งเดียว ส่วนประการสุดท้าย พ่อแม่จะต้องเป็นทุกข์ร่ำไป...