ผมขอประกาศความแค้นอีกครั้ง .. ไม่ใช่แค้นใครที่ไหนครับ แค้นใจตัวเองเช่นเคย ... ลองคิดดูสิครับ เมื่อคืนวานนี้ ผมใช้เวลาตั้งแต่ 20.39 น. - 23.17 น. เพื่อทดลองอะไรบางอย่าง ดึกมากชักง่วงเลยเข้านอนก่อน ตื่นมาตี 3 เขียนบันทึกเรื่องราว ลง Blog โดยไม่ได้ทำใน Notepad ก่อน อย่างที่เคยสอนคนอื่นเขา เพราะคิดว่าเขียนนิดเดียว เดี๋ยวก็ส่งแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ผมว่าไปจนถึงตี 5 ครับ แล้วก็คลิก ส่งขึ้นไป .. เรียบร้อยอีกแล้วครับ หมดสิ้น ไม่เหลือหลอ ระบบตัดการ Login ทำให้ข้อมูลหายเกลี้ยงเช่นเคย จึงต้องมาทบทวนความคิด และนั่งเขียนอยู่ที่ ภูพิมาน อาราญาน่ารีสอร์ท ที่ปากช่อง โคราชในขณะนี้ครับ
ผมมาร่วมประชุมสัมมนากับเหล่ามิตรสหายชาว ศึกษาศาสตร์ จันทรเกษมครับ รวม 3 วัน 2 คืน ... มา 17 กลับ 19 ธค. 50 ครับ
พูดถึงเรื่อง Skype นี้ .. นานมาแล้ว น้องบ่าว ยอดชาย นาย ขจิต ฝอยทองได้แนะนำให้ผมรู้จัก และได้ทดลองใช้สื่อสารกับเขา ตามที่มีปรากฏใน บันทึกนี้ ของท่าน กามนิตหนุ่ม
หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ทดลองแบบขยายผลต่อ โดยการลองทำดูหลายรูปแบบ และได้เขียนบอกกล่าวไว้บ้างแล้วในบันทึกเหล่านี้
- Skype .. Skypecasts .. พลังใหม่ในการจัดการความรู้ !
- เพราะ Gotoknow + Skype + e-Mail เรื่องดีๆเช่นนี้จึงก่อเกิด !
- ของฝากยามยุ่งๆ และ
- สัพเพ เหระ ก่อนจะผละ จาก กทม. (2-3 วัน)
ความจริง Skype มี Function การใช้งานได้มาก และหากวางแผน และเชื่อมโยงเครือข่ายบุคคลให้ดีๆ ก็สามารถนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอน และการทำงานอื่นๆได้เป็นอย่างดี แถมประหยัดจนแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลย นอกจากค่าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ไม่น่าเชื่อว่าจากจำนวนผู้ใช้ Skype ประมาณ 95 ล้านคนในไตรมาสแรกของปี 2006 จำนวนผู้ใช้ได้เพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 246 ล้านคนเมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2007 ที่ผ่านมา ( ข้อมูลจาก : http://en.wikipedia.org/wiki/Skype )
แล้วทำไมผมจึงหยุดใช้ Skype ?
มีเหตุผล 3-4 ประการครับ
- การพูดคุยกับคนหมู่มาก ใช้เวลามาก กระทบต่อการทำภารกิจหลักๆ และผมก็มีเรื่อง มีปัญหาหนักๆให้ต้องคิดต้องทำมากขึ้น
- เมื่อเกิดเครือข่ายกว้างไปในระดับนานาชาติ ทำท่าจะเพลินกับการแสวงความรู้ความคิด จนต้องมาหยุดคิดและถามตัวเองว่า ... " รู้ไปทำไมนักหนา ?"
- เกรงใจคู่สนทนาถ้าใช้เวลาสั้นเกินไปในการพูดคุยแต่ละครั้ง
- ผมมองเห็นช่องทาง และวิธีการประยุกต์ใช้ในการทำงานค่อนข้างชัดเจนแล้ว
ส่วนมากในระยะหลังผมก็ใช้ทักทายเพื่อนสนิท แบบใช้แทนโทรศัพท์บ้าง นานๆครั้งครับ แต่คืนก่อนที่ใช้เวลาถึงเกือบ 3 ชั่วโมง สื่อสารกับ เพื่อนซี้ คือ อ. สุนทร ไชยชนะ ผอ.สำนักวิทยบริการ มรภ.สกลนคร ก็ด้วยต้องการทดลองอะไรเพิ่มเติมครับ เราลองเล่นบทบาทสมมติกันครับ เช่นสมมติเป็นครู-นักเรียน เป็นวิทยากรทางไกล เป็น Business Partner ฯลฯ แล้วทดลองสื่อทางเสียง พร้อมๆกับส่ง และแลกเปลี่ยนไฟล์ ข้อมูลให้กันและกัน ทั้งเนื้อหาสาระ รูปภาพ และภาพเคลื่อนไหว แล้วก็ซักถาม อธิบายความในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีอยู่ในมือเหมือนๆกัน ได้ผลดีน่าพอใจมาก แต่ก็มาสะดุด ตอใหญ่ ตอนที่เพื่อนส่งไฟล์ภาพขนาดเกือบ 2 Mb. มาให้ผมครับ
Speed Meter ของการ Download บอกเราทั้งสองคนให้ได้เห็นพร้อมๆกันว่า จะต้องใช้เวลาถึงกว่า 50 นาที จึงจะ Load เสร็จ ผมจึงให้เพื่อนไปทานข้าวเสียก่อน ตัวเองก็เอางานอื่นมาทำในช่วงที่รอ
ในที่สุดภาพดังกล่าวก็มาถึง หลังจากรอมาเกือบชั่วโมงครับ และสุดเซ็ง เมื่อ ภาพนั้นกลายเป็นสิ่งที่เพื่อนผมหยิบไฟล์ผิด ส่งมาให้ ผมก็ไม่ลดละความพยายาม บอกให้เขา Resize ภาพให้เหลือสักประมาณ 100 Kb. จะได้ส่งเร็วขึ้น ได้ผลครับ รูปที่ต้องการส่งมาถึงภายใน 3-4 นาที แต่พอลองขยายดูรายละเอียด เพื่อทำความเข้าใจอะไรๆให้ชัดเจน ก็เหลวครับเพราะรายละเอียดของภาพต่ำเกินไป มันต้องเป็นภาพต้นฉบับเดิมเท่านั้น จึงจะใช้ได้ผล .. ขนาดเกือบ 2 Mb. และ ต้องรออีกร่วมชั่วโมง ผมเริ่มคิดว่า แย่ ไม่ไหวแน่ อย่าดีกว่า ฯลฯ
และแล้ว ผมก็คิดได้ หาย "ฉลาดน้อย" ครับ !
ผมคิดว่าการที่เราใช้ระบบการสื่อสาร หลายรูปแบบพร้อมๆกัน คือทั้งพูดด้วยเสียง ส่งไฟล์ไปมา และ พิมพ์ข้อความตอบโต้กัน น่าจะเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การ Load ภาพช้ามาก คิดได้จึงบอกเพื่อนให้ลองส่งภาพใหญ่มาอีกครั้ง และผมจะลอง คลิก Icon รูปโทรศัพท์ เพื่อตัดระบบการสื่อสารทางเสียงชั่วคราว
เชื่อมั้ยครับ ... จากเดิมที่มี Speed การถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 500 B/s และใช้เวลา Load ร่วมชั่วโมง
ความเร็วได้เปลี่ยนไปอยู่ที่ ระดับ 24,000 - 29,000 B/s โดยใช้เวลา Load ภาพไม่ถึง 5 นาที
Load ภาพเสร็จผมก็ Click Icon รูปโทรศัพท์ อีกครั้ง ต่อระบบเสียงคุยกันต่อได้ทันทีครับ
ความรู้แค่นิดเดียว ชนิดเส้นผมบังภูเขานี้ ช่างใช้เวลานานมากในการได้มา แต่ผมไม่เสียดายเวลาครับ เพราะ เชื่อมั่นเสมอมาว่า ...
ความรู้ที่มากับการแก้ปัญหา และได้เผชิญความยากลำบากด้วยตัวเราเอง มักจะแน่น และอยู่ทน กว่าสิ่งที่ได้จากการ พูดๆ ฟังๆ แบบที่นิยมทำกันอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า "ห้องเรียน" ครับ.
. สวัสดีค่ะท่านอาจารย์...
Handy ที่เคารพ
. ศิษย์เข้ามาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ
. แล้วก็ต้องขออณุญาตนำคาวมคิดเห็นท้ายบันทึกของอาจารย์ไปใช้เป็นคติด้วยนะคะ
. ศิษย์ขอบคุณมากค่ะ....