หวัดดีพี่น้องครับ จำผมได้มั้ยเอ่ย? ผมคนที่เคยเข้ามาถามเรื่อง WRT54GL กับพวกสายอากาศ WI-FI ไงครับ
ตอนนี้ผมนอกใจ Linksys WRT54GL แล้วนะครับ ผมได้คู่ใจใหม่แล้ว
เรื่องของเรื่องเริ่มจากเคยมีคนเข้ามาถามในนี้แหล่ะเรื่องเกี่ยวกับ Router ที่ต่อ HDD ได้ โหลดบิตได้ ผมก็เริ่มสนใจมาตั้งแต่วันนั้น จนในที่สุดก็ตัดสินใจกัดฟันไปถอยมาลองสักตัว ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่ามันดีจริงหรือเปล่า พอลองใช้แล้วก็ติดใจเลยครับ เลยมาเล่าให้พี่น้องฟัง เผื่ออยากช่วยชาติประหยัดแบบผมได้บ้าง
ผมติด ADSL เพื่อโหลดบิตโดยเฉพาะ แล้วคุณล่ะ?
คุณรู้สึกบ้างไหมว่าใช้ ADSL ไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปเสียเลย เดือนละตั้งเกือบพันบาท?
แล้วจะทำอย่างไรเล่า? คำตอบสมัยนี้ก็คือ โหลดบิตทอร์เร้น ครับผม
ในปัจจุบันการโหลดบิตดูเหมือนจะเป็นพื้นฐานของคนที่ติด ADSL ไปแล้ว
บางคนเล่นแบบเล่นๆก็คือเปิดคอมโหลดเฉพาะไฟล์ที่ต้องการ พอโหลดเสร็จก็ปิด
บางคนเล่นแบบจริงจังคือไปเช่าโคโล โหลดกระหน่ำด้วยความเร็วสูง
กรณีที่คุณไปเช่าโคโล ไฟล์ทั้งหมดที่คุณโหลดมันก็จะอยู่ในเครื่อง server ที่ตึกกสท. ใช่มั้ยครับ?
เวลาที่คุณต้องการเอาไฟล์ที่อยู่ในโคโลกลับมาที่บ้านก็มีอยู่ 2 วิธี
1. ถอด HDD ไปจัมป์เพื่อดึงข้อมูลที่ตึกกสท. วิธีนี้รวดเร็ว และสะดวกสำหรับผู้ที่พร้อมจะเดินทาง
2. โหลดไฟล์จากโคโลกลับบ้านด้วยเน็ต ADSL ความเร็วตามที่คุณสมัครไว้ ซึ่งวิธีนี้ช้าแต่ไม่ต้องเดินทาง เหมาะสำหรับคนบ้านไกล
ถ้าคุณใช้วิธีที่ 1 อยู่ คุณก็ปิดหน้านี้ไปได้เลย เพราะมันคงไม่มีประโยชน์กับคุณ
แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นคุณลองอ่านแนวคิดของผม เผื่อจะเป็น Idea
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานจันทร์-เสาร์ ออกจากบ้าน 6 โมงเช้า กลับถึงบ้าน 1 ทุ่ม
ผมมีเวลาส่วนตัวแค่ 1 ทุ่ม-5ทุ่ม (4 ชม.)
ผมต้องใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลประกอบการทำงาน และเพื่อติดตามข่าวสาร หาข้อมูลทั่วไป
ไอ้ครั้นที่จะใช้เน็ตแบบชั่วโมง ก็ช้า หลุดบ่อย เสียค่าโทรศัพท์ บางทีก็ต่อยาก เดือนๆนึงรวมๆแล้วก็เสียเงินหลายร้อยบาทอยู่
ผมก็เลยตัดสินใจติด ADSL เพื่อที่จะสะดวก รวดเร็ว แต่ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย
ผมรู้สึกว่า 1 เดือนผมต้องจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตเดือนละ 6 ร้อยกว่าบาท ปีนึงก็ 7 พันกว่าบาทแล้ว แต่ช่างใช้งานได้ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
หลังจากที่ผมเข้าสู่วงโคจรของดาวหางบิต (Bitcomet) ผมก็ค้นพบวิธีการที่จะทำให้ใช้ ADSL ได้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
แต่แล้วบนความหอมหวานก็แฝงมาด้วยยาพิษ เพราะแทนที่ผมจะจ่ายแค่ 6 ร้อยกว่าบาทต่อเดือน ผมต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มอีกเดือนละ 5 ร้อยกว่าบาท
รวมแล้วตอนนี้จ่ายหนักกว่าเดิมอีก รวมแล้วต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกเดือนละพันบาท
เพราะผมเปิดโหลดบิตตั้งแต่กลับถึงบ้าน ปิดเครื่องอีกทีก็ก่อนจะออกไปทำงาน วันหยุดก็จะเปิดทั้งวันทั้งคืน
ทีนี้ผมก็เริ่มกลับมาคิดถึงความคุ้มค่าอีกครั้งแล้ว ทำไมเราถึงจะใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้ หรือว่าเราจะประหยัดกว่านี้ ครั้นจะยกเลิก ADSL ก็ชินกับความเร็วระดับนี้แล้ว แถมติดบิตอีกตะหาก
วันก่อนเปิดเวบนึงไปเจอเขาแนะนำอุปกรณ์ตัวนี้ ASUS WL-500g Premium ซึ่งจั่วหัวไว้ว่าดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องเปิดคอม
เกิดความสนใจอย่างแรง ก็เลยไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้มาดังนี้
มากกว่าการเป็นเร้าเตอร์
ดาวน์โหลดได้ตลอดเวลาแม้ปิดคอมพิวเตอร์หรือหลุดการเชื่อมต่อ
Wireless Router พร้อม Media Server และเอาใจนักดาวน์โหลด
คุณสมบัติ
- 125 High-Speed Mode
- เพิ่มความรวดเร็วในการรับส่งสัญญาณมาตรฐาน IEEE 802.11g มากถึง 300%
- รองรับการทำงานกับ WL-169gE, WL-138gE และ WL-100gE
- คุณสมบัติ EZsetup ให้การติดตั้งและการตั้งค่าเป็นเรื่องง่าย
- มั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย 64/128 bit WEP, WPA/WPA2/WPA-PSK/WPA2-PSK
เอาใจนักดาวน์โหลดด้วยคุณสมบัติ Download Master เทคโนโลยีที่ช่วยในการดาวน์โหลดจาก ASUS wireless solution ที่มอบความสะดวกสบายและยืดหยุ่นในการดาวน์โหลดด้วยคุณสมบัติ wireless storage center ให้คุณเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอกผ่านพอร์ต USB 2.0 แค่นี้ก็สามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
ข้อมูลจาก
http://www.comseven.com/asusnetworking/wl-500g_premium.php
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อดีสำหรับตัวผม
[*]ดาวน์โหลด-อัพโหลดไฟล์ได้ตลอดเวลาที่ต่อเน็ตโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ประหยัดไฟ
[*]ต่อกับกล้องเวบแคมธรรมดาเพื่อใช้เป็น IP Cam ได้ สามารถดูกล้องที่ติดไว้ที่บ้านตัวเองได้จากทั่วโลก แถมมีระบบ alert เมื่อภาพเคลื่อนไหวด้วยนะ ติดไว้กันขโมยได้เลย
[*]ต่อกับ HDD เพื่อทำเป็น Media Center เก็บหนังเก็บเพลงไว้ที่เดียว ใครอยากเปิดก็ stream ไปดู-ฟังได้เลย ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
[*]ต่อกับ Printer ทำเป็น Printer server ได้ โดยไม่ต้องเปิดคอมทิ้งไว้ สามารถสั่งพิมพ์ได้จากทุกเครื่องใน LAN
[*]ทำเป็น web server ติดตั้ง apache, mySql ได้เลย โดยไม่ต้องพึ่ง PC อีกต่อไป
[*]ห้องไม่ร้อน เสียงเงียบเพราะไม่มีพัดลม(ไม่ต้องทนฟังเสียงพัดลม CPU อีกต่อไป) รูปทรงทันสมัย
มันประหยัดไฟได้แค่ไหนเชียว?
[*]ตัวเครื่อง ASUS กินไฟสูงสุด 12.5W โมเด็มกินไฟ 9W HDD กินไฟ 15W รวมแล้วกินไฟ 36.5W/hr.
: ถ้าเปิด 24 ชม./วันจะกินไฟ 876W
: ถ้าเปิด 30 วันจะกินไฟ 26.28 kW หรือ 26.28 หน่วย
: ถ้าเปิด 1 ปีจะกินไฟ 319.74 หน่วย ถ้าคิดค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะเสียเงิน 1278.96 บาท
[*]ในกรณีที่เป็นคอมพิวเตอร์
คอมกินไฟ 200W (นี่ยังไม่รวมจอนะเนี่ย และคิดค่าที่น้อยที่สุด) โมเด็มกินไฟ 9W รวม 209W/hr
:ถ้าเปิด 24 ชม./วัน จะกินไฟ 5016W หรือ 5.016 หน่วย
:ถ้าเปิด 30 วัน จะกินไฟ 150.48 หน่วย
:ถ้าเปิด 1 ปี จะกินไฟ 1830.84 หน่วย ถ้าคิดค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะเสียเงิน 7323.36 บาท
โดยถ้าใช้ router ตัวนี้จะประหยัดเงินไปถึง 6044.4 บาท 6 พันบาทเชียวนะคุณ
ประสิทธิภาพในการดาวน์โหลด
คิดที่ของผมใช้เน็ตปลาฉลาม 1024Kbps จะโหลดได้ 128KB/s (อัตราในฝัน)
แต่จากการทดสอบแล้วจะโหลดได้ประมาณ 110 KB/s เท่านั้น (นี่กะดูดอย่างเดียวไม่ปล่อยเลย หุหุ ไม่ดีๆ)
: 1 นาที โหลดได้ 6.44 MB
: 1 ชม. โหลดได้ 386 MB
: 24 ชม. โหลดได้ 9.04 GB วันนึงคุณก็ได้หนัง DVD มาดูเกือบ 2 เรื่องแล้ว
: 30 วัน โหลดได้ 271GB
ซื้อคอมพิวเตอร์ดีกว่า ทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ
พูดอย่างนั้นก็ถูกครับ เพราะคอมมันทำได้ทุกอย่างแหล่ะ ทั้งโหลดบิต ทั้ง Print Server ทั้ง IP Cam แถม write แผ่นได้อีกตะหาก ทำได้เหนือกว่า router ตัวนี้ทุกอย่าง
แต่ราคาค่าตัวมันก็ไม่ได้ถูกนะครับ อย่างถ้าเป็นของใหม่ก็คงเฉียดหมื่น ถ้าเป็นของมือสองก็ 2-3 พัน ก็ลองชั่งใจดู แล้วอย่าลืมค่าไฟนะครับ
ใช้โคโลดีกว่า
ผมก็ยังไม่เคยใช้โคโลเหมือนกัน เลยไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่คิดว่ายังไงคุณก็ต้องโหลดไฟล์ที่อยู่ในโคโลกลับเข้ามาที่บ้านคุณอยู่ดี มันก็ได้ความเร็วสูงสุดเท่าเน็ตของคุณ (เว้นแต่ว่าคุณจะถอด HDD ไปจัมป์ที่กสท. แต่ถ้าบ้านอยู่ไกลล่ะ ทำไง)
แทนที่คุณจะต้องมานั่งเปิดคอม FTP กลับมา สู้ใช้ router ตัวนี้ FTP กลับมาไม่ดีกว่าหรือ
โดย router ตัวนี้โหลดไฟล์ได้ทั้ง torrent, http และ FTP
ราคาค่อนข้างแพง
แน่นอนครับ ผมตัดสินใจมาตั้ง 2-3 เดือนแล้วกว่าจะกัดฟันกู้เงินมาซื้อเนี่ย แต่คิดแล้วว่ามันคุ้มครับ
แต่ว่าถ้าคุณคิดจะซื้อ router ดีๆสักตัว (ขอเน้นว่าดีๆ) ราคามันยังแพงกว่าตัวนี้เลยครับ
อย่างตัวเก่าของผมเป็น WRT54GL ซึ่งสุดยอดแล้วสำหรับผม ผมยังซื้อมาตั้ง 2 พันกว่าบาทแน่ะ
ราคาที่ผมซื้อ WL-500 มา 3700 บาท
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับผลการทดสอบนะครับ
ได้ลองโหลดไฟล์ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่(>4GB)
*ผ่านทุกไฟล์ครับ ไม่มีไฟล์เสีย
*โหลดเสร็จมันก็ seed ต่อให้
*สามารถตั้งได้ว่าจะให้ปล่อยต่ออีกกี่วัน หรือปล่อยจนถึง ratio เท่าไร
*กำหนด bandwidth ได้ว่าแต่ละงานจะโหลดเท่าไร
*โหลดหลายงานพร้อมกันได้ โดยมีระบบคิว ซึ่งเมื่อว่างก็จะไปดึงงานในคิวมาโหลดต่อ เราก็มีหน้าที่เอาไฟล์ .torrent ที่ต้องการไปใส่ไว้ในคิวเท่านั้นเอง
*ทำ Qos ได้ ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาเปิดคอมเล่นเวบไปพร้อมกับโหลดบิตจาก router กำหนด bandwidth ของแต่ละ protocol ได้
*ระบบปฏิบัติการของ router เป็น linux ครับ สามารถโหลดโปรแกรมอะไรต่อมิอะไรมาใส่ได้ เขียนโปรแกรมเพิ่มก็ได้ (แต่ผมไม่เป็นสักอย่าง หุหุ)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีแบบอื่นอีกมั้ยล่ะ?
สำหรับข้อมูลที่ผมมีนะครับ ถ้าเป็นเครื่องที่ขายในไทย จะมีอีกแบบนึง ของบริษัท inax ครับ
มีชื่อว่า BT-Box ครับ
http://www.inax.co.th/Inax/bt-box.aspx
เค้าจะว่ามั้ยเนี่ย ยังไม่ซื้อเขาเลย เอามาวิจารณ์ซะแล้ว
ซึ่งจากที่ได้ดูคุณสมบัติแล้ว มีความใกล้เคียงกันมาก แต่มีข้อด้อยกว่าเครื่อง WL-500G Premium คือ
- ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็น Router
- ไม่มี Wi-Fi
- ต่อ Web Cam ไม่ได้
- ทำ Print Server ไม่ได้
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ WL-500g
ส่วนของนอกก็มีอยู่หลายๆยี่ห้อนะครับ แต่ก็ไม่ได้นำเข้ามาขายในไทย ถ้าสนใจลองดูจาก Link ด้านล่างนะครับ
http://www.procare.com.tw/idd35.asp?prod_id=137 <-- ตัวนี้เห็นว่าราคาประมาณ 3 พันบาท
http://www.planex.co.jp/product/router/brc-14vg-bt/ <-- ตัวนี้เห็นว่าราคา 24801 เยน
ยังไงก็ช่วยชาติประหยัดไฟกันนะครับ
หลายท่านเมื่ออ่านข้างบนแล้วอาจสนใจ แต่ก็อาจจะยังมีคำถามบางข้ออยู่
เดี๋ยวผมขออธิบายไว้เป็นเบื้องต้นก่อนนะครับ แล้วจะเอารายละเอียดมาเพิ่มทีหลัง
มันจะโหลดได้อย่างไรถ้าไม่ใช้คอม..?
ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าตัว WL-500gP เป็น ADSL router ที่มีระบบปฏิบัติการภายในเป็น Linux ดังนั้นทางผูผลิตเขาก็ได้ใส่โปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ลง USB-HDD ได้โดยตรง
ซึ่งจะมีการสื่อสารกับผู้ใช้ผ่านทางโปรแกรมที่ผู้ผลิตแถมมา
หลักการทำงานเบื้องต้น
1. เปิดเครื่อง WL-500gP จะเริ่มตรวจสอบระบบว่ามี HDD หรืออุปกรณ์อะไรต่ออยู่หรือไม่
2. WL-500gP จะสั่งการให้โมเด็มเชื่อมต่อ Internet
3. ผู้ใช้งานเปิด PC ก็จะสามารถเล่น Internet ได้เลย
การดาวน์โหลดไฟล์
1. ผู้ใช้งานเปิดโปรแกรม Download Master เลือกประเภทของไฟล์ที่จะดาวน์โหลด (FTP,HTTP,BT)
2. สมมติว่าเลือก BT โปรแกรมก็จะถามหาไฟล์ .torrent
3. ผู้ใช้งานก็ระบุตำแหน่งไฟล์ .torrent ที่ได้โหลดมาจากเวบ Tracker ก่อนหน้านี้แล้ว
4. จากนั้นกด Start เพื่อเริ่มงาน
5. จากนั้นโปรแกรม Download Master ก็จะสั่งการให้ WL-500gP เริ่มทำงาน Download
6. ในระหว่างที่เครื่องกำลังดาวน์โหลดอยู่นั้น ผู้ใช้งานก็สามารถปิดโปรแกรม Download Master หรือปิดเครื่อง PC ได้เลย เพราะว่าได้โอนการทำงานทั้งหมดไปที่ WL-500gP แล้ว
7. หากต้องการเช็คสถานะว่าโหลดเสร็จหรือยังก็แค่เปิดโปรแกรม Download Master ขึ้นมาดู
8. หาก Download เสร็จแล้วก็จะได้ไฟล์อยู่ใน USB-HDD ซึ่งสามารถดึงมาเข้า PC ผ่านทาง My Network Place หรือผ่านทาง FTP ก็ได้ครับ
ยังไงก็ลองไปดาวน์โหลดคู่มือการใช้งานของเครื่องมาอ่านก่อนก็ได้นะครับที่
http://dlsvr01.asus.com/pub/ASUS/wireless/WL-500gP/Eng_2459.zip
ผมว่าถ้าเป็น linux แบบนี้
เวลาโหลดไฟล์ที่เป็นภาษาไทยก็คงจะมีปัญหาตามไปด้วยอ่าสิครับ?
ผมว่าทุกอย่างดีหมด น่าสนใจมากครับ ยกเว้นเรื่องนี้แหล่ะครับ
ครับ ผมก็เจอปัญหานั้นเหมือนกัน แต่ว่าทุกปัญหามีทางออกครับ ถ้าหาทางออกไม่เจอก็ออกทางที่เข้าไปนั่นแหล่ะ อิอิ
แล้วผมจะทำไงล่ะทีนี้..???
ไม่ยากครับพี่น้อง เพียงท่านลงโปรแกรมนี้
ใน PC ของท่าน
ท่านก็จะเห็นผลลัพธ์เป็นอย่างนี้ครับพี่น้อง... 
-------------------------
ข้อมูลจาก
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=61621&postdays=0&postorder=asc&start=25
ขอบพระคุณนะคร้าบ