
จำได้ว่าตอนอ่านหนังสือ กว่าจะถึงท่าพระจันทร์ ที่เอาเรื่องคู่รักหลายคู่มาเล่า โดยทุกคู่มามีจุดร่วมที่การลงเรือที่ท่าพระจันทร์ ตอนนั้นในเล่มเขียนบอกว่าได้แนวคิดจากหนังสือ หลายชีวิต
ตอนนั้นได้แต่คิดว่าไอเดียเจ๋งดี
ตอนมาได้ดูหนังเรื่อง Crash ก็เลยนึกถึงเล่มหลายชีวิตขึ้นมา ก็ตัวละครเยอะมาก แต่ก็มาเจอจุดร่วมที่การชนครั้งนั้น
เมื่อได้ดู Babel ที่มีตัวละครมากมาย ที่โยงใยกันผ่านจุดร่วมคือปืนไรเฟิลหนึ่งกระบอก
หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในห้าเรื่องสุดท้ายของออสการ์ปี ๒๐๐๗ หลายคนชื่นชม ก็กะจะดูหลายครั้ง พอดีวันนี้เสร็จงานสองงานเลยอยากให้รางวัลกับตัวเองบ้าง อุปสรรคในการดูเริ่มตั้งแต่หาแผ่นเลย สงสัยห้องจะรกรุงรังไปหน่อย (ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือเล่ม ขจัดความรกรุงรังในบ้านด้วยฮวงจุ้ย อยู่) พอหาแผ่นเจอ เครื่องเล่นก็ใช้ไม่ได้ขึ้นมาอีก กว่าจะใช้ได้ปาเข้าไปสี่ทุ่มครึ่ง ดูจบเอาตีหนึ่งเลย
แต่คุ้มครับ หนังดีสมราคาหนังเข้ารอบออสการ์ แม้จะตัวละครเยอะ ภาพตัดไปมา แต่ตามได้ไม่ยาก พอทันครับ การเชื่อมโยงแต่ละฉากตัดดื้อๆ เลย อาจงงหากละสายตาและความสนใจ
จะต่างจาก Crash ที่จะใช้ดนตรีและภาพสีดำคั่นแต่ละฉาก ซึ่งจะดูลื่นกว่า
ฉากที่ชอบมากคือ ฉากเด็กน้อยบอกพี่เลี้ยงในทะเลทรายว่า "คุณเป็นคนเลว" พี่เลี้ยงชาวเม็กซิกันบอกว่า "ฉันเป็นแค่คนคิดผิดเท่านั้น" ชอบจัง ไม่มีใครเลวหรอกครับ แค่คิดผิด ตัดสินใจผิดในบางกรณีเท่านั้นเอง ครั้งหน้าเขาอาจตัดสินใจถูกก็ได้นะ ดูกันกรณีต่อกรณีครับ คำพระเรียกว่าอยู่กับปัจจุบัน อย่าเอาภาพอื่นมาปน
อีกฉากที่โดนคือที่ญี่ปุ่น เด็กสาวผู้น่าสงสาร เธอมีสิ่งรับรู้ไม่ครบ แต่มาอยู่กับคนปกติ ฉากในเทคสะท้อนเลยครับ เธอจะเต้นยังไงเนี่ย เห็นแล้วบอกอารมณ์ไม่ถูกครับ
คนเป็นพ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิดนะ ลูกๆ จะได้ไม่ขาดความอบอุ่นครับ
ฉากผัวเมียอเมริกันในโมรอกโคก็แสดงให้เห็นว่าปมบางอย่างต้องถึงจุดถึงจะเผยออกมา อย่ารอถึงวันนั้นนะครับ เปิดเผยกันดีกว่าระหว่างคู่รัก บางครั้งอาจไม่โชคดีเหมือนคู่นี้ก็ได้ครับ
ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องสุดยอดครับ มันผูกกันได้อย่างไรเนี่ย
สิ่งสงสัยคือจดหมายของสาวน้อยญี่ปุ่นที่เขียนให้นักสืบเขียนว่าอะไรหนอ แค่อยากรู้ คงไม่เกี่ยวกับหนังเท่าไหร่
อีกส่วนที่ดีมากคือดนตรีประกอบ ยอดเยี่ยม ได้อารมณ์ ตอน Crash เพลงก็ไพเราะ เหมาะสมทุกฉากเลย
สรุปว่าคุ้มที่จะดูมากครับเรื่องนี้ ปีนี้เรื่องนี้อยู่ในใจอีกเรื่องครับ
ต่อจาก Cars, Final Score, Little Miss Sunshine, Music and Lyrics, The Persuit of Happyness
อีกเรื่องเป็นหนังเก่าที่เพิ่งได้ดู Local Hero เรื่องนี้เพลง Going Home ของ Mark Knofler สุดยอดครับ
จะเชยไหมครับหากจะเชียร์ให้หามาดูกันนะครับ ถ้าชอบแนวนี้เอา Crash มาดูอีกเรื่อง หากอยากอ่านหนังสือแนวเดียวกันก็ กว่าจะถึงท่าพระจันทร์ แล้วจบด้วยเล่ม หลายชีวิต เป็นอันจบพวกเดียวกันครับ
มีความสุขกับชีวิตที่ต้องเจอผู้คนเยอะแยะ และทุกคนเกี่ยวข้องกันหมดนะครับ
ปล. Rotten Tomato ให้คะแนนน้อยจัง งงอีกแล้ว, IMDb พอไหวๆ
คุณคนทับแก้วเคย Comment ถึงเรื่องนี้ไว้ดังนี้
ผมดู Babel แล้วครับ ดูดีเลยทีเดียวครับ ไม่คล้าย Crash หรอกครับ (แต่ถ้าถามว่าชอบ เรื่องไหนมากกว่า ผมชอบ Crash มากกว่าครับ ผมว่าเป็นสุดยอดของการเขียนบทภาพยนตร์แล้ว)
Babel พูดถึงเรื่องครอบครัว กับความไม่ เข้าใจกันระหว่างคนแต่ละคนที่อยู่ ในครอบครัวหรือคนที่มาเกี่ยวข้องกัน ซึ่งไม่ค่อยจะพูดจากัน ทำให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา
อ่านจากในพันทิป Babel เป็นชื่อหอคอยที่มนุษย์พยายามจะ สร้างให้สูงขึ้นไปถึงสวรรค์ พระเจ้าทรงพิ โรธ ก็เลยสาปให้มนุษย์ (ซึ่งในสมัยนั้นพูดภาษาเดียวกัน) พูดกันคนละภาษา สุดท้ายหอคอยนั้นก็สร้างไม่สำเร็จ เพราะมนุษย์พูดกันไม่รู้เรื่อง
ผมว่าเขาเข้าใจตั้งชื่อนะครับ ผมเองมารู้ความหมายของชื่อหนังทีหลังถึงเข้าใจว่าหนังพยายามจะ สื่อถึงอะ ไร
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย