สรุปสาระสำคัญของพุทธปรัชญา
พุทธปรัชญา เป็นปรัชญาเก่าแก่ของโลก ถือเป็นปรัชญาที่สร้างความสุขและความหลุดพ้นไปจากความทุกข์ เป็นปรัชญาที่กระตุ้นใหมนุษย์แสวงหาความรู้และหลักสัจธรรมด้วยความพยายามของตัวเอง ไม่ให้พึงอํานาจเหนือธรรมชาติ ไม่ให้กราบไหว้วิงวอนโดยที่ตัวเองมิไดลงมือกระทําถ้ามนุษยพยายามด้วยตัวเอง จะถึงที่สุดแห่งทุกข และประสบความสงบสุข โดยผู้ศึกษาสามารถนำหลักปรัชญาต่าง ๆ ที่มีหลากหลาย และมากมายของพุทธปรัชญา มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้ ไม่ต้องนำทั้งหมด เพียงแค่หลักเดียวชีวิตของเราก็จะพบกับความสุขได้อย่างแน่นอน
สรุปสาระสำคัญของการจัดการฝึกอบรม
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขององค์กรต่าง ๆ ในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาองค์กร พัฒนาทรัพยากรของตนด้วยการจัดการฝึกอบรม (training) เพราะสามารถทำได้ง่าย สะดวก และไม่สิ้นเปลือง ผู้มีหน้าที่จัดการฝึกอบรมต้องเป็นผู้ที่มองเห็นและเข้าใจความต้องการของสังคมอย่างชัดเจน จึงจะจัดการอบรมได้ตรงจุกและตอบโจทย์ได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือ ถ้าบุคลากรรับรู้และเข้าใจควมต้องการขององค์กรเร็วเท่าใด เข้าใจเนื้อหาสาระของการอบรมเร็วเท่าใด สามารถนำความรู้นั้นไปใช้และต่อยอดได้เร็วเท่าใด บุคลากรเหล่านั้นก็สามารถสร้างผลประโยชน์และความเจริญให้แก่องค์กรเร็วเท่ากัน
สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับพุทธปรัชญากับการจัดการฝึกอบรมบุคลากร
การนำหลักพุทธปรัชญา หรือหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาจัดหลักสูตรการอบรมให้แก่บุคลากรในองค์กรต่าง ๆ นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในองค์กรปัจจุบัน เพราะการจัดการอบรมที่เหมาะสม ต้องประกอบไปด้วยการค้นหาหลักสูตรที่เหมาะสมกับองค์กร สามารถจัดการอบรมต่าง ๆ เพื่อไขปัญหาขององค์กรและสังคมได้ สามรถจัดและประเมินกิจกรรมได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้บริหารได้ ซึ่งแนวทางในการจัดอบรมต้องคำนึงถึง ดังนี้
1) ทำไมจึงต้องจัดการฝึกอบรมด้วยพุทธปรัชญา
2) ใครเป็นกลุ่มบุคคลเป้าหมาย และใครเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง
3) ฝึกอบรมไปเพื่ออะไร พฤติกรรมอะไรบ้างที่ต้องการจะให้เกิดการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลง แล้วเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
4) จะฝึกอบรมในเรื่องอะไรบ้าง หลักพุทธปรัชญาใดที่สามารถนำมาจัดอบรมได้และหลักสูตรฝึกอบรมจะเป็นอย่างไร
5) มีวิธีการฝึกอบรมอย่างไร มีความพร้อมในด้านใดบ้าง
6) ฝึกอบรมแล้วได้ผล หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมหรือไม่จึงเห็นได้ว่า
จากความสำนึกที่จะจัดการฝึกอบรมบุคลากรด้วยหลักพุทธปรัชญา ทำให้ชาวพุทธมีใจกว้าง เพราะถือเสียว่าธรรมะมิได้มีในพระพุทธศาสนาของพระโคตมเท่านั้น แต่คนดีทั้งหลายก็อาจจะพบธรรมะบางข้อได้ และแม้แต่ชาวพุทธเอง ฉะนั้นแนวทางในการจัดการฝึกอบรม เป็นการเปิดประตูสู่พุทธธรรม ประตูสู่ความสุข และความสงบในจิตใจ เป็นพื้นฐานที่ทำให้สังคมทั้งปัจจุบันและอนาคต อยู่ได้อย่างมีความสุข
ข้อเสนอแนะ
แม้การจัดฝึกอบรมด้วยหลักพุทธปรัชญาจะเป็นดั่งแนวทางให้บุคลากร พบหนทางที่เป็นที่สุดนั้นคือ การหลุดพ้นจากความทุกข์ แต่กระนั้น การที่จะหลุดพ้นจากห่วงของความทุกข์ได้นั้น มิใช่การจัดอบรมหรือปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว เพราะการที่จะหลุดพ้นได้นั้น ต้องเกิดจากการปฏิบัติส่วนตัว ดั่งที่พระพุทธเจ้าทรงปรารถนาให้แสวงหาและเข้าใจธรรมะด้วยตนเอง พระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะที่พึ่ง คือ ผู้ช่วยเกื้อกูลให้แต่ละคนสามารถพึ่งตนเองในที่สุด “ตนของตนเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง” อาจกล่าวได้ว่าพุทธศาสนิกที่แท้จริง คือ ผู้ที่แสวงหาธรรมะด้วยตนเองและพบธรรมะด้วยตนเอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า พยายามพัฒนาธาตุพุทธะในตัวเอง เพราะการที่มนุษย์ปุถุชนจะสามารถพบเห็นทางเฉกเช่นเดียวกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้น มิใช่เป็นเรื่องที่สามารถได้ทุกคน แต่การที่จะมีความสุขเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงพบนั้นสามารถทำได้ และหากทุกคนในสังคม สามารถพบความสุขของตนเองได้ และนำพาประเทศชาติสู่ความสุข บนพื้นฐานของความดี และศีลธรรม ผู้เขียนเชื่อว่าสังคมนี้ โลกใบนี้ จะมีความสุขและสงบตราบนานเท่านานแต่การหลุดพ้นจากวัฏฐะสงสารของปุถุชนเฉกเช่นเราทุกท่านในวันนี้ อาจมองดูเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าจะมองเห็นได้ ดังนั้นการที่เราจะทำให้จิตใตเป็นสุข สงบ และแจ่มใส ย่อมเป็นการดีที่สุด ที่เราสามารถทำได้ในขณะนี้ เมื่อการอบรมเป็นการพัฒนาตนเอง เราฝึกอบรมและพัฒนาการทำงานเป็นเป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน มีประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถเพิ่มผลผลิตให้กับองค์กร เราก็ควรหันมาพัฒนาจิตใจของเราไปพร้อม ๆ กันกับการพัฒนาทางโลก ทางการทำงาน เมื่อเรามีจิตใจที่ดี สงบ และมองทุกเรื่องเป็นอนิจจัง ทึกเรื่องเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง ไม่มีใครถืออะไรไปได้เมื่อสิ้นลมหายใจ เราก็จะไม่โลภ ไม่ดิ้นรน ไม่อยากได้ ไม่อยากมีในสิ่งที่เราไม่ควรได้ ไม่สร้างหนี้สิน ไม่แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่น อยู่ด้วยความพอเพียง และมีความเพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็จะพบกับความสุขในการทำงาน ในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ครอบครัว อยู่กันอย่างเป็นสุข ที่ทำงานก็เป็นสุขและเจริญก้าวหน้า ประเทศชาติก็เจริญก้าวหน้าและรุ่งเรืองมั่นคง แม้กระทั่งโลกที่เราอาศัยอยู่ก็เกิดแต่ความสันติสุข สุดท้ายก็บรรลุถึงแก่นแท้แห่งพุทธศาสนา ที่มนุษย์ชาติได้หลุดพ้นจากองค์แห่งทุกข์ทั้งมวลตลอดไป