ระเบียบวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

 

 

โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน

 

ระเบียบวาระแห่งชาติ  เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

 

                ผมได้ไปนิเทศนักศึกษาฝึกงานที่สำนักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และได้เข้าพบปะพูดคุยกับคุณบพิตร  วิทยาวิโรจน์  ผู้อำนวยการ  ท่านได้เล่าถึงงานสำคัญอย่างหนึ่งของกระทรวงวัฒนธรรม นั่นคือ

 

"โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน"

 

ผมเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีและน่านำมาขยายเผยแพร่ให้ทุกท่านทราบเพราะเราก็คือสมาชิกคนหนึ่งในชุมชน การที่รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำริริเริ่มทำขึ้นมาก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนในชุมชนของตนมาช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

 

                          หลักการดำเนินงาน

 

              ตามนโยบายของรัฐบาลด้านพัฒนาสังคมที่ว่า "ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีสันติสุขอย่างยั่งยืนบนฐานของวัฒนธรรมไทยและใช้สื่อทุกรูปแบบในการสร้างสรรค์สังคม รักษาสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติและความหลากหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเชิดชูคุณค่าและจิตวิญญาณของความเป็นไทย ตลอดจนสร้างความสามัคคี เอื้ออาทร สมานฉันท์ของสังคมประเทศชาติ"   กระทรวงวัฒนธรรมจึงดำริโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนขึ้นในทุกจังหวัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในท้องถิ่นในรูปแบบบูรณาการในทุกมิติของวัฒนธรรม นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล  จึงเสนอคณะรัฐมนตรีให้โครงการดังกล่าว เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ  ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการ และสั่งการให้กระทรวง กรมที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทยประสานงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนการบริหารโครงการ สนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็น รวมทั้งกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการด้วย (สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ๑๕ พ.ย.๕๐)

 

                   การดำเนินงานจัดกิจกรรม

 

   ๑.ด้านคลังสมอง (ภูมิปัญญาท้องถิ่น)  เป็นการสำรวจ รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน จัดทำทำเนียบประวัติ ผลงานให้เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการสืบค้นและเป็นฐานข้อมูลใช้ในการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

 

    ๒. ด้านการถ่ายทอดเรียนรู้วัฒนธรรม (ส่งเสริมอาชีพทางศิลปะและวัฒนธรรม)   เป็นการรวบรวมกลุ่มอาชีพ กลุ่มสนใจในกิจกรรมส่งเสริมรายได้ในชุมชน การกินดีอยู่ดี และการสร้างความมีสุขตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

 

    ๓.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต (การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม)    เป็นแหล่งรวบรวมบุคคลที่เป็นตัวอย่างด้านการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมมือจัดกิจกรรมทางศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี วัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นที่ยอมรับนับถือของคนในชุมชน ร่วมมือกันให้ความรู้ถ่ายทอดไปสู่เด็กและเยาวชน ประชาชนให้เข้าใจคุณค่าในเรื่องดังกล่าว

 

    ๔.ด้านลานดนตรี กีฬาและวัฒนธรรม(ลานวัฒนธรรม)   เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ศิลปะ กีฬาและการละเล่นของท้องถิ่นที่หลากหลายและมีคุณค่า

 

    ๕. ด้านพิพิธภัณฑ์ชุมชน   เป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหมู่บ้าน ท้องถิ่น บุคคลสำคัญ ผู้ทรงภูมิปัญญา บรรพบุรุษ เครือญาติ ประวัติ ความเป็นมาการดำรงชีพ การทำมาหากิน  เป็นแหล่งรวบรวมและแสดงมรดกทางวัฒนธรรม

 

    ๖. ด้านศูนย์สารสนเทศและห้องสมุดชุมชน    เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลเรื่องราวจากการสืบค้น จดบันทึก จัดระบบการให้บริการ  การศึกษาเรียนรู้ ค้นคว้าจากสื่อทุกรูปแบบ

 

การบริหารโครงการ

 

      บริหารโดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากจังหวัด  ประกอบด้วย  ที่ปรึกษา  ประธานกรรมการ (มาจากผู้นำชุมชนจากการเลือกสรรกลั่นกรองของชุมชน)  กรรมการ (บุคคลที่เป็นตัวแทนหมู่บ้านต่างๆ)  กรรมการและเลขานุการ(คนในท้องถิ่นที่มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงการ และมีทักษะประสานงาน)

 

        ความจริงยังมีรายละเอียดอีกมาก  หากใครสนใจสามารถเข้าไปศึกษา ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัดหรือที่กระทรวงวัฒนธรรม  เขามีหนังสือคู่มือดำเนินการตามโครงการอย่างละเอียด พร้อมด้วยตัวอย่างโครงการนำร่อง

 

         ผมลองเข้าไปศึกษาดูแล้ว  เห็นว่าโครงการนี้จะสัมฤทธิผลได้อยู่ที่ความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกฝ่าย  คณะกรรมการบริหารโครงการก็ต้องเข้มแข็ง องค์กรปกครองท้องถิ่นก็ต้องเข้าใจ ให้การสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญกระทรวงวัฒนธรรมต้องมีคณะทำงานประสานงาน ติดตามโครงการ ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ คอยชี้แนะ แก้ไขปัญหาเขา เข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันอย่างสำคัญ  แต่ที่เป็นหัวใจของโครงการคือ  สมาชิกในชุมชนต้องเกิดความสำนึกว่าเป็นเรื่องของพวกเขาเอง ต้องรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ  เป็นสิ่งที่เขาได้ประโยชน์อย่างเต็มที่  และ....ต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่น กีดกัน และนำโครงการมาเล่นเป็นเกมการเมืองครับ 

 

ระเบียบวาระแห่งชาติครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์หัวใจคนไทยอีกครั้งว่า "สมานฉันท์" กันจริงๆ หรือไม่