ในช่วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเรื่องเล่า “ความประทับใจในการทำโครงการ Patho Otop” เพื่อค้นหาแก่นความรู้ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนางาน”  ผู้เข้าร่วมสัมมนาบางท่าน ยังไม่แน่ใจว่า การแลกเปลี่ยนเรื่องดีอย่างเดียวแล้ว จะนำไปสู่การค้นพบวิธีการที่ดีได้อย่างไร  จึงเห็นบางกลุ่ม เมื่อเล่าเรื่องครบรอบแล้ว มีเวลาเหลือ group facilitator ก็เปิดโอกาสให้สนทนาปัญหาที่พบเจอระหว่างทำโครงการ รวมทั้งระหว่างทำ AAR ผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านหนึ่งก็แสดงความไม่มั่นใจว่า การแลกเปลี่ยนเรื่องดีอย่างเดียว จะเพียงพอที่จะไปปรับปรุงการทำงานของทีมให้ดีขึ้นได้หรือไม่ และเสนอให้ทีมกลับไปพูดคุยปัญหากันอีกครั้ง
     ในส่วนตัว ไม่ว่าจะทำงานเรื่องใด จะเชื่อเรื่อง วิธีการทางบวก (มีคนใกล้ชิดบอกว่า ตนเองค่อนข้างจะเป็นแบบที่เรียกว่ามี Positive thinking ประมาณนั้น) ดังนั้น เมื่อมีกระบวนการ KM ซึ่งเน้นวิธีการเชิงบวกเข้ามาเผยแพร่  ตนเองจึงรับแนวทาง KM มาดำเนินการอย่างไม่รีรอ

แนวทาง KM          ผลสำเร็จ  <-- วิธีการจัดการ <-- ปัญหา
แนวทางดั้งเดิม      ปัญหา -->  วิธีการจัดการ -->   ผลสำเร็จ

     ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำงานนั้น มีเป้าหมายเหมือนกันทั้งสองแนวทาง คือต้องการค้นหาวิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จของงาน

แนวทาง KM แต่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยเรื่องเล่าซึ่งเริ่มต้นจากการบอกเล่าเรื่องความสำเร็จ และวิธีการที่นำมาสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็คือวิธีการแก้ปัญหานั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้เริ่มต้นการเล่าเรื่องว่าเรามีปัญหาอะไร  การพูดเรื่องดี ความภูมิใจที่มี คิดว่าจะทำให้ผู้พูดมีจิตใจแจ่มใส เบิกบาน ซึ่งน่าจะส่งผลให้ผู้เล่า เปิดเผยความรู้สึกนึกคิดออกมาได้จากใจเพราะไม่ต้องกลัวว่าจะไปกระทบกระทั่งใคร รวมทั้งทำให้บรรยากาศการพูดคุย อบอวลไปด้วยความชื่นชมยินดี ก็จะยิ่งเป็นตัวเสริมให้มีการพูดออกมาจากใจลึกๆ ได้มากขึ้น วิธีการนี้ จึงเป็นวิธีการทางบวก ซึ่งอาจารย์ประเวศจัดว่าเป็นคุณธรรม 1 ใน 8 ข้อ ของการจัดการความรู้  

แนวทางดั้งเดิม ส่วนการเริ่มต้นการพูดคุย โดยเริ่มด้วยการบอกเล่า และ แบ่งปันปัญหา แม้จะมีเป้าหมายเหมือนกัน คือการได้มาซึ่งวิธีในการแก้ปัญหา เพื่อหาความสำเร็จ แต่ก็อาจให้ผลไม่เหมือนกัน  วิธีการนี้ เป็นวิธีการที่เราคุ้นเคยมานาน ซึ่งหากหากทบทวนให้ดี จะเห็นว่าวิธีการที่มุ่งแก้ปัญหานี้ ไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จของการทำงานเสมอไป  เหตุเพราะเมื่อเราพูดถึงปัญหา ก็จะอดไม่ได้ที่จะหาว่า ใครทำให้เกิดปัญหา ก็จะมีการโทษกันไปมา หากในกลุ่ม ต่างก็มีปัญหา การสนทนาในกลุ่มก็จะจมอยู่กับการบอกเล่าปัญหาของตน และท้ายสุดก็ไม่ได้วิธีในการแก้ปัญหา  อีกทั้งบรรยากาศการสนทนา ก็จะเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว หมดกำลังใจ ทุกข์ใจ วิธีการในแนวทางนี้ จึงถือว่า เป็นวิธีการทางลบ

ในเมื่อทั้งสองแนวทาง มีเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการทางบวก ก่อให้เกิดความสุขมากกว่าทุกข์ แล้วเราจะไม่เลือกหนทาง KM ดีกว่าหรือ