ผมมีประสบการณ์ และมีโอกาสในการเป็นครูฝึกสอน อยู่ที่โรงเรียนรักษ์ไพรวิทยา บ้านมะหินหลวง ต เมืองปอน อ ขุนยวม ซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอประมาณ 45 กม. เป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยง ผมเรียน ป บัณฑิต ที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน ซึงถ้าไม่ได้ฝึกสอนก็คงไม่รู้ว่า การเป็นครูดอยสุดแสนจะต้องรับผิดชอบและลำบากแค่ไหน สิ่งที่ผมจะกล่าวถึง มันไม่ใช่ ระยะทางยากลำบาก หรือระยะทางที่ไกล ไฟฟ้าไม่มีใช้ แต่มันคือ การเห็นความแตกต่างของเด็กบนดอยกับเด็กในเมือง โอกาสทางการศึกษา โอกาสทางสังคม ของเด็กแตกต่างกัน เด็กพวกนี้จะเติบโตไปข้างหน้าแต่ พื้นที่โรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังขาดแคลนครูผู้สอน ครู1 คนสอน 2 ห้อง ในมุมมองกลับกันเด็กที่อยู่เรียนโรงเรียนในเมือง กลับมีเพียบพร้อมทุกอย่าง อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ห่างไกลด้วย
เด็กบนดอยส่วนมากเป็นเด็กยากจนยังขาดแคลนเสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม รองเท้า หนังสือ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เป็นจำนวนมาก ตอนเช้าเวลาเรียนต้องเรียนกลางแสงแดดใต้ต้นไม้ อยากให้ผู้ใจบุญ หรือมีสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ร่วมบริจาคให้เด็กด้อยโอกาศเหล่านี้ด้วย ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปอน หรือแสดงความคิดเห็นให้ผมด้วยไว้เป็นแนวทางในการสร้างโอกาสให้เด็กในพื้นชนบท
สวัสดีค่ะ
การที่เราทำตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม และ ประเทศชาติ
ดิฉันคิดว่า เป็นสิ่งที่ภูมิใจมากค่ะ
ตั้งใจว่า...จบไปดิฉันจะไปสอนเด็กดอยค่ะ....
แวะมาเยี่ยมค่ะ
มาทักทายดิฉันบ้างนะคะ
...ที่ http://learners.in.th/blog/joomjim
ขอให้กำลังใจทั้ง คุณ Tik เจ้าของบันทึก และ คุณ pam ผู้แวะมาให้ความเห็นครับ เพราะทั้งสอง คือสมาชิกใหม่ของ Gotoknow ที่ผมมองเห็นว่า น่าจะเป็นความหวังของสังคมไทย ได้เป็นแน่
เขียนต่อไปนะครับ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
ขออภัยครับ
เข้ามาอีกครั้งเพื่อบอกว่า ...
คำ โอกาส ในบันทึก พิมพ์เป็น โอกาศ หมดเลยนะครับ
ขอบคุณครับ สำหรับคำชี้แนะ ครับคุณ Handy
เป็นกำลังใจให้คะ