"น้องครับมาทำอันนี้ให้แม่หน่อย" คุณแม่พูด
"น้องครับได้เวลาเรียนพิเศษแล้วครับ" คุณแม่พูด
"แม่ครับ ผมปวดหัว" น้องตอบ
" อะไรกัน ได้เวลาเรียน ทำไมเป็นแบบนี้อีกแล้วครับ" คุณแม่พูด
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม ทุกครั้งที่เด็กไม่สนใจพยายามบ่ายเบี่ยงทุกที สรรหาเรื่องมาให้ปวดหัว
เราไม่เคยคิดถึงใจเด็กเลย ต่างพยายามยัดเนื้อหามากมาย ซึ่งเด็กล้วนไม่สนใจทั้งนั้น เพราะเด็กไม่เคยคิดเอง มีแต่พ่อแม่ทำให้ คิดให้ เราลองมา ทดลอง สร้างแรงจูงใจในเด็ก กันดีคะ
ดร.มาเรีย กุมารแพทย์ ให้ความคิดเห็นว่า
เราต้องมุ่งทำให้ได้ 3 ประเด็น คือ
head คือ สร้างความคิดให้เขา สนใจในกิจกรรมนั้น ๆ ให้เขาอยากรู้อยากเห็น อยากทำกิจกรรมนั้น มีส่วนร่วมในการคิดจะเป็นการดี
heart คือ ความใส่ใจ ซึ่งจะเกิดก็ต่อเมื่อเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาชอบ เขาสนใจ เขาจะทุ่มเทใจในการทำ
hands คือ การที่เขามีส่วนร่วม ได้ลงมือทำ การได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม จะทำให้เด็กได้ใช้ศักยภาพในตัวเองสูงสุด และจะนำมาซึ่งการจดจำได้อย่างเข้าใจ
เรามาสร้างแรงจูงใจ กันดีกว่าคะ ลองเปลี่ยนประโยคใหม่ แทนการยัดเหยียดความคิดแก่เขาเห็นจะดีกว่า
" น้องครับ ปีนี้น้องอยากเรียนอะไรครับ" คุณแม่ถาม
"น้องอยากเรียนดนตรีครับ" น้องตอบ
"คุณแม่เห็นด้วยครับ " แม่เห็นด้วย
" น้องครับ เห็นน้องอยากเป็นคุณหมอ แต่ที่คุณแม่คุยกับหมอ เห็นเขาชอบเรียนวิชาคณิตนะ น้องอยากเรียนคณิตด้วยไหมครับ จะได้เก่งเหมือนน้าหมอไงครับ" คุณชวน
" ก็ดีครับ น้องจะได้เก่งเหมือนน้าหมอครับแม่" น้องตอบ และสนใจ
เปลี่ยนคำพูดใหม่ เด็กดูสดใส และสนใจมากกว่าเดิมจริงไหมค่ะ
สวัสดีครับ คุณเพชรน้อย ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ ในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจในเด็ก ผมเห็นด้วยครับ ในเรื่องของ head heart hands แต่ขออนุญาตเพิ่มเติมสักหน่อยครับว่า การสร้างแรงจูงใจ ผมเห็นว่าน่าจะสร้างแรงจูงใจตามความต้องการพื้นฐาน 5 ชนิด ของ มาสโลว์ ก่อนครับ และการสร้างแรงจูงใจตามหลัก 3 h ก็น่าที่จะอยู่ในขั้นที่ 5 ของมาสโลว์ นั่นคือ ต้องพัฒนาความต้องการทั้ง 4 เบื้องต้นให้สมบูรณ์ก่อนครับ ที่นี้พอมาถึงขั้นที่ 5 ก็ใช้ 3H ได้เลย.การพัฒนา 3H โดยยังไม่พัฒนาความต้องการขั้นพื้นฐานทั้ง 4 ก่อน ก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก...ขอบคุณครับ
สวัสดีคะท่าน small man
ขอบคุณในประเด็นที่ท่านอาจารย์แนะนำ น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อยค่ะ น่านับถือความคิดของท่านค่ะ