-ต่อจาก ๕-
มาถึงบ้านเราก็มานั่งเล่นกันที่โต๊ะกินข้าวหน้าโทรทัศน์
คืนนี้พ่อใหญ่ แม่ใหญ่และคุณย่าเป็นผู้ดูแลห่าง ๆ ให้ PR ของบ้านคือหนูดีดีกะ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ สมเป็นกับความภูมิใจของที่บ้าน
คืนนี้หนูดีดีกะไม่ได้เขินอายในตอนแรก หรือต้องลุยแบบสู้เพื่อแม่เหมือนเมื่อเจอกันครั้งก่อน แต่มาเล่นด้วยกับพวกเรา ราวกับว่าเป็นเพื่อนเด็กตัวโข่งที่แวะมาค้างที่บ้าน โดยเฉพาะกับพี่นุชซึ่งเป็นที่รักของเด็ก ๆ
หนูดีดีกะได้มอบของขวัญให้กับพวกเรา โดยจัดเป็นชุด ๆ ประกอบไปด้วยโอริกามิ หรือกระดาษพับเป็นรูปต่าง ๆ และขนมขบเคี้ยวถุงเล็ก ๆ มอบให้กับพวกเรา คนละชุด ซึ่งก็สนุกดี ถึงจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องแต่เราก็เล่นกันได้ หยิบกระดาษ ตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ มาเล่นเป็นละครโรงเล็ก ๆ ที่ผูกเรื่องและกำกับโดยหนูดีดีกะ
สักพักหนูดีดีกะก็แปลงร่างเป็นเซนเซย์ หรือท่านอาจารย์ มาสอนคอร์สสั้นให้เราเขียนชื่อตัวเองในภาษาญี่ปุ่น และพับกระดาษแบบง่าย ๆทายสิครับว่าเราพับกระดาษเป็นรูปอะไร? เราพับกระดาษเป็นรูปหัวใจกันครับ...!?
เป็นหัวใจที่มอบให้แก่กัน...ด้วยความจริงใจ... ซีกหนึ่งของหัวใจบันทึกไว้ด้วยลายมือชื่อของผู้ฝึกสอนตัวน้อยด้วยความจริงใจอีกซีกหนึ่งของหัวใจก็บันทึกไว้ด้วยลายมือชื่อของบรรดาลูกศิษย์ตัวโข่งที่เพิ่งหัดเขียนชื่อตัวเองได้ด้วยความจริงใจเช่นกัน
มอบไว้เป็นชุดของขวัญจากเพื่อนสู่เพื่อน ด้วยน้ำมิตรที่บริสุทธิ์
ทางเราก็มอบของขวัญให้พวกเขาเช่นกัน
หนึ่งนั้นเป็นขนมที่เราซื้อมาฝากจากที่ ๆ เราได้ทัศนศึกษามา
อีกหนึ่งนั้นก็เป็นกระดาษที่เราพับให้เช่นกัน...
เราเลือกที่พับกระดาษเป็นรูป “ผีเสื้อ” มอบให้แก่หนูดีดีกะครับ
ความรู้สึกดี ๆ ที่เรามอบให้แก่กันนั้น มันให้ใจของเราเบิกบาน...
เบิกบาน...เหมือนดอกไม้ที่ได้รับการบ่มเพาะจากฟ้าและดินจนเมื่อถึงเวลาก็ผลิบานให้เราได้ชื่นชม...
ระหว่างดอกไม้ที่ผลิบานดอกหนึ่งไปสู่ดอกไม้ที่ผลิบานอีกดอกหนึ่ง...มีทูตตนหนึ่งที่ช่วยสื่อข้อความให้
ทูตนั้นก็คือ...ผีเสื้อ
หยิบเศษกระดาษสีขาวอมเหลืองที่วางไว้บนโต๊ะ มาพับ
จากเศษกระดาษที่ไม่มีค่าอะไรเท่าไหร่นัก...กลับกลายมาเป็นผีเสื้อกระดาษสวยงามน่ารัก...ทูตแห่งความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นโบยบินจากใจที่เบิกบานหนึ่งไปสู่อีกใจเบิกบานหนึ่ง...โบยบินไปในห้องเล็ก ๆ ห้องนี้...
แล้วพวกพ่อใหญ่แปลงร่างกลับมาเป็นเด็ก มาขอหัดพับผีเสื้อแห่งความรู้สึกนี้ด้วยอีกคนหนึ่ง
เราพับกันหลายตัวทีเดียว จนได้ผีเสื้อกระดาษหลากหลายสีวางไว้บนตะกร้าส้มทานเล่นที่วางไว้หน้าโทรทัศน์
ส่วนตัวแรกที่โบยบินไปนั้น เราจัดวางไว้ที่แจกันดอกไม้ที่วางไว้ในห้อง...
พ่อใหญ่สื่อว่ามันสวยดี (คิเรอิเดซึ) ... อดไม่ได้ที่จะจัดไว้แบบนี้ ไม่นึกว่าคนไทยก็มีมุขพับกระดาษแบบนี้เหมือนกัน แล้วแกก็โชว์พับนกกระเรียนตัวจิ๋วเล็กประมาณไม้จิ้มฟันมอบไว้เป็นของขวัญแก่พวกเราเช่นกัน
กิจกรรมในค่ำคืนสุดท้ายของเราในบ้านหลังนี้จึงจบไว้ตรงนี้...
ดึกมากแล้ว...ต่างคนก็แยกย้ายกันไปนอน หนูดีดีกะเก็บข้าวของที่นำออกมาเล่นเมื่อครู่โดยไม่ต้องให้ใครบอก ตอนแรกเราคะยั้นคะยอให้หนูดีดีกะทานขนมที่เราให้มาเลยแต่ว่าหนูดีดีกะบอกว่าแปรงฟันแล้วคงจะไม่ทานขนมอีก
๕ ส (5 S) ?
สะสาง (Seiri) คือ การแยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ไม่ต้องการ และขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้งไป
สะดวก (Seiton) คือ การจัดวางสิ่งของ ต่างๆ ในที่ทำงานให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
สะอาด (Seiso) คือ การทำความสะอาด (ปัด กวาด เช็ด ถู) เครื่องจักร อุปกรณ์ และ สถานที่ทำงาน
สุขลักษณะ (Seiketsu) คือ สภาพหมด จด สะอาดตา ถูกสุขลักษณะ และรักษาให้ดี ตลอดไป
สร้างนิสัย (Shitsuke) คือ การอบรม สร้างนิสัย ในการปฏิบัติงานตามระเบียบ วินัยข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
คนญี่ปุ่นกระทำสิ่งนี้ไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครสั่งสอนบอกกล่าว แต่พัฒนาไปจากใจที่มุ่งดำรงวิถีชีวิตที่ก่อให้เกิดสมดุลและพัฒนาที่ยั่งยืน
ไม่ว่าหนูดีดีกะจะตั้งใจสอนเราหรือไม่...หนูก็ทำหน้าที่เซนเซย์ท่านอาจารย์ตัวน้อยจนกระทั่งก่อนจะเข้านอนให้พวกเราได้เห็นเลยทีเดียว
ก่อนนอนพวกเราสวดมนต์ไหว้พระ ขอให้บ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่และดูแลรักษา และบุคคลในบ้านหลังนี้รักษาความสุขสงบเช่นนี้ตลอดไป...สองวันสองคืนที่ผ่านมานี้เราได้บทเรียนและตัวอย่างที่ดีมากมาย...
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลานุภาพที่เกิดจากจุดเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “ใจ”
ทุกสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรานั้นแท้จริงแล้วถูกผลักดันและพัฒนามาจาก “ใจ” ทั้งสิ้น
จะเรียกสั้นไปอีกก็คือ “เคลื่อนด้วยใจ”
ใจที่ดี ใจที่บริสุทธิ์ เปิดกว้าง เคารพและปรารถนาดีต่อกันและกันทั้งต่อผู้อื่น...ต่อครอบครัว...ต่อชุมชน...ต่อสังคม...ต่อธรรมชาติ
เป็นผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ
มาร่วมกันก็สามารถเคลื่อนพัฒนาทุกบริบทที่ประกอบเป็นชีวิตนั้นได้ก่อให้เกิดความสุขสงบในทุกองค์ประกอบ
ถึงตอนนี้แต่ละคนในคณะได้รับเมล็ดพันธุ์แห่งการพัฒนาเช่นนี้ปลูกในใจกัน ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่แล้วหละคร้าบ...
ถ้าเราเคลื่อนด้วยใจต่อไป...ไม่ย่อท้อ...เมล็ดพันธุ์แห่งการพัฒนาเช่นนี้คงจะงอกงามจากในใจเรา...
ซึ่งไม่นานนักก็คงมีผีเสื้อที่มองไม่เห็นก็จะโบยบินไปเพื่อมอบสิ่งนี้จากใจดวงหนึ่งไปสู่อีกใจอีกดวงหนึ่ง...มาร่วมรวมกันขับเคลื่อนด้วยใจให้เกิดความสุขสงบเช่นนี้กันต่อไป...