วิธีสังเกตเด็กว่า เป็นเด็กปกติหรือเป็นเด็กออติสติกที่สำคัญได้แก่ เด็กเหล่านี้มักจะเมินเฉย ดูคล้ายๆ หยิ่งเชิด ทว่า... เด็กไม่ได้แกล้ง เนื่องจากเธอหรือเขามักจะอยู่ในโลกของตัวเอง เปรียบคล้ายคนที่ถูก "ขังเดี่ยว" หรือ "ขังแยก" ตลอดชีวิต

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องเด็กออติสติก (autism / autistic) มาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีผลการศึกษาว่า เด็กเหล่านี้มีสมองต่างจากคนทั่วไปมาฝากครับ

ออติสซึมหรือเด็กออติสติกเป็นความผิดปกติที่มีความผิดปกติในการเข้าสังคม และสื่อสาร อาการจะเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่อายุ 3 ขวบ

...

วิธีสังเกตเด็กว่า เป็นเด็กปกติหรือเป็นเด็กออติสติกที่สำคัญได้แก่ เด็กเหล่านี้มักจะเมินเฉย ดูคล้ายๆ หยิ่งเชิด ทว่า... เด็กไม่ได้แกล้ง เนื่องจากเธอหรือเขามักจะอยู่ในโลกของตัวเอง เปรียบคล้ายคนที่ถูก "ขังเดี่ยว" หรือ "ขังแยก" ตลอดชีวิต

  1. เด็กออติสติกไม่ค่อยตอบสนองต่อการมองหน้า > เด็กทั่วไปจะชอบให้แม่พ่อ หรือคนเลี้ยงมองหน้า และไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามองหน้า
  2. เด็กออติสติกไม่ค่อยตอบสนองต่อการกอด หอมแก้ม หรืออุ้ม > เด็กทั่วไปจะชอบการกอด หอมแก้ม หรืออุ้ม
  3. เด็กออติสติกจะชอบทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ เช่น ยกขาขึ้นลงได้นานนับชั่วโมง ฯลฯ > เด็กทั่วไปจะชอบทำอะไรเป็นพักๆ ไม่นานก็เบื่อ และเปลี่ยนความสนใจ

...

ท่านอาจารย์มันซาร์ แอชทาริ และคณะ แห่งโรงพยาบาลเด็ก ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กออติสติก 13 คน เทียบกับเด็กวัยเดียวกัน 12 คน อายุเฉลี่ย 11 ปี

การศึกษานี้ใช้ MRI หรือเครื่องตรวจสนามแม่เหล็ก-คลื่นวิทยุตรวจหาความหนาของสมองส่วนนอก ซึ่งเป็นส่วนที่มีเซลล์ประสาทอยู่มากกว่าส่วนใน

...

ผลการศึกษาพบว่า สมองของเด็กออติสติกต่างจากสมองคนทั่วไป มีทั้งส่วนที่หนาขึ้น และบางลง ซึ่งส่งผลรวมกันแล้วทำให้เด็กมีทักษะในการเข้าสังคม และสื่อสารกับคนรอบข้างได้น้อยลง

การศึกษาก่อนหน้านี้ไม่ค่อยพบว่า เด็กออติสติกมีสมองต่างจากคนทั่วไป เมื่อมีเทคนิคการตรวจที่ดีขึ้นจึงพบว่า ความผิดปกติจริงๆ อยู่ในสมอง

...

สมองของเด็กออติสติกมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือ สมองแต่ละส่วนจะทำงานแยกส่วน ไม่ประสานการทำงานกันเหมือนคนทั่วไป

การศึกษานี้พบว่า สมองส่วนนอกใกล้ๆ ใบหู (parietal lobe) หนาตัวขึ้น สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เรียนรู้ผ่านการมองเห็น รับรู้อารมณ์... ถ้าพบสมองส่วนนี้ทางด้านซ้ายหนาตัวขึ้นจะมีความสัมพันธ์กับไอคิวที่สูงขึ้น

...

เด็กออติสติกสื่อสารกับคนรอบข้างไม่ค่อยได้ ทำให้โอกาสมีไอคิวสูงแทบเท่ากับศูนย์ ขณะเดียวกันสมองส่วนอะมิกดาลาด้านขวา (Rt. amygdala) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เด่นในด้านการใช้อารมณ์ และไม่สุงสิงกับใครหนาตัวขึ้น

ผลคือ เด็กที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มจะเป็นผลจากความผิดปกติในสมองแบบถาวร หรือเป็นแล้วไม่หาย โรคที่รักษาไม่หายแบบนี้ส่วนใหญ่ต้องรักษาด้วยยา "ทำใจ"

...

ถึงตรงนี้... ขอแสดงความยินดีกับพวกเรา ซึ่งส่วนใหญ่คงจะไม่เป็นออติสติกกัน สมองดีแล้ว อย่าลืมกล่าวชมการทำดีของคนรอบข้าง (อนุโมทนา) ให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพราะการชมแบบนี้... เด็กออติสติกส่วนใหญ่ทำไม่เป็น

ข่าวประกาศ                                              

  • ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดทางเทคนิค > ผู้เขียนจะลาไปปฏิบัติธรรม 10-16 ธันวาคม 2550 และไปกราบนมัสการสังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล 20 ธันวาคม 2550 จนถึงหลังปีใหม่
  • ช่วงนั้นปลีกวิเวก > จะไม่แวะมาตอบข้อคิดเห็นครับ...

ที่มา                                                        

  • Thank Reuters > Susan Kelly. Eric Beech ed. > Study maps brain abnormalities in autistic children > [ Click ] > November 28, 2007. / Annual meeting of Radiological society of North America. 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 29 พฤศจิกายน 2550.