ผมเดินทางจากหาดใหญ่-ปทุมธานี ด้วยรถประจำทาง ใช้เวลาในการเดินทาง ๑๓ เกือบ ๑๔ ชั่วโมง ช้ากว่าปกติเกือบ ๒ ชั่วโมง ผมไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือ เดินสู่อิสรภาพ ใส่กระเป๋าติดตัวมาด้วย เนื่องจากการเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่สะดวกกับการหลับนอน ระหว่างนั่งก็อ่านหนังสือไปด้วย
หนังสือเล่มนี้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากอ่านหลายๆ รอบ แน่นอนว่าจะมีอะไรบางอย่างทำให้ใจผมมีความสุขเมื่อได้อ่าน คล้ายกับคลื่นวิทยุในเครือข่ายเดียวกัน อ่านไปเรื่อยๆ เมื่อมีเสียงภาพยนต์ดัง ก็หยุดอ่าน มีเพลงดังก็หยุดอ่าน เพราะความหยุดๆ อ่านๆ นี่เอง จึงไม่จบ เมื่อมาถึงห้องพักที่ปทุมธานี ตั้งใจว่าจะอ่านอีกเมื่อมีเวลา จึงวางหนังสือไว้บนเตียง บนเตียงนอนมีที่ว่างให้วางเยอะ หลังจากผมเลิกนอนบนเตียงนุ่ม-แข็ง
แปลกใจแท้ ทำไมอากาศเย็นจัง ตอนเช้าอยู่หาดใหญ่ก็ไม่เห็นว่าอากาศจะเย็น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีทีท่าว่าอากาศจะเย็น ผมไม่อยู่เพียง ๒-๓ วัน อากาศเย็นได้อย่างไร เพราะอากาศเย็นนี่เอง เกือบเที่ยงคืน ผมจึงเข้าไปห้องน้ำแปรงฟัน และตัดสินใจไม่อาบน้ำ คืนนี้คงต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ จะให้ผ้าห่มหล่นไปปลายเท้าไม่ได้อีกแล้ว ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพบว่า นอนไม่ค่อยสบาย อุ่นแต่ไม่สบาย เนื่องจากไม่ได้อาบน้ำก่อนนอนนั่นเอง อากาศเย็นเช่นนี้ ไม่ดีหรอกกับการนอนอบอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ไม่รอช้ารีบลุกขึ้น แปรงฟัน ปั่นจักรยานไปจอดไว้ที่สนามฟุตบอลในมหาวิทยาลัย วิ่งเช้าๆ บนหญ้าบางๆ มีน้ำค้างซับ หายใจเข้าแรงๆ หายใจออกแรงๆ สดชื่นนนนนจริงๆ หลังจากวิ่งเหนื่อยก็เปลี่ยนมาเป็นเดิน เวลาที่หมดไปกับการออกกำลังกายเช้านี้คือ ๑ ชั่วโมง ๗.๓๐ น. หลังจากอาบน้า ชำระสิ่งสกปรกตามร่างกายเสร็จ ก็แต่งตัวไปอาหารเช้ากินตามเวลา ทำหน้าที่ที่รับผิดชอบไปกำลัง
อากาศช่วงนี้เย็นสดชื่นดีแท้ เมื่อเช้าเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายเป็นถนนราดยาง แต่มีรถวิ่ง พบว่า ไม่สดชื่นสมบูรณ์แบบเลย บางครั้งเมื่อรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านจะได้กลิ่นเหม็นของควันรถ รถเก๋งวิ่งผ่านจะได้กลิ่นตะกั่ว ออกกำลังกายแบบนี้ไม่ดีเลย ดังนั้น คงต้องกลับไปสนามฟุตบอลดังเดิม
เพื่อ...อากาศสดชื่น ยอดหญ้า น้ำค้าง ดินแดง ดินทรายและชีวิตในตู้เย็น