การตัดสินใจที่รวดเร็ว โดยไม่คิดให้รอบคอบ อาจทำให้งานไม่ประสบผลสำเร็จ

จากประสบการณ์ในการทำงานของผมที่ผ่านมา มีเรื่องหนึ่งที่ต้องทำใจอยู่เสมอ คือ เรื่องความคลุมเครือไม่ชัดเจนของแนวทางการทำงาน อันเกิดจากการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของผู้เกี่ยวข้อง โดยไม่ชี้แจงให้เข้าใจว่ามีความสำคัญอย่างไร ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร การตัดสินใจรวดเร็ว บางครั้ง ผลงานที่ออกมาไม่คุ้มค่า ได้ไม่คุมเสีย บางทีเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ผมขอยกตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง สถานการณ์แรก นักวิชาการท่านหนึ่ง เชิญผู้บริหารไปประชุม เสร็จแล้วก็บอกว่าต้องทำอย่างนี้ ผมถามว่าทำไมต้องทำ  มีความสำคัญอย่างไร ทำแล้วได้อะไร ทำอย่างอื่นแทนได้ใหม ที่ถามผมไม่ได้คัดค้านหรือกวนน้ำให้ขุ่น แต่ต้องการทราบเหตุผลจริงๆ คำตอบที่ได้ คือ เป็นนโยบาย สถานการณ์ที่สองในที่ประชุมกลุ่มผู้บริหาร สมาชิกอาวุโสท่านหนึ่ง เสนอว่าเราต้องทำอย่างนี้ ผมก็ถามด้วยคำถามเดิม ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นการพัฒนา  สถานการณ์ที่สาม บุคลากรในหน่วยงานไปประชุมอบรมมา แล้วก็กลับมาบอกว่าเราต้องทำอย่างนี้ ผมถามคำถามเดิม ก็ได้รับคำตอบมาว่า ถ้าไม่ทำจะถูกตำหนิ ทั้ง 3 กรณ๊ เป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไป โดยไม่คิดพิจารณาตามหลักการของการตัดสินใจที่ดี เพื่อที่จะกำหนดแนวทางการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง นั่นคือ จะต้องเป็นการทำงานด้วย "ฉันทะ" ไม่ใช่ทำงานด้วย "โมหะ" เพราะสุกรนั้นไซร้ ยังกลายเป็นหมาน่อยธรรมดา ไปได้ เรื่องนี้ น่าจะสอดคล้องกับวิทยานิพนธ์ของ ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน ที่พบว่า สังคมไทยเป็นสังคม Soft culture ที่ชอบความฉาบฉวย ประนีประนอม ไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่มีลักษณะของการค้นหาความจริงให้ถึงที่สุด และยังสอดคล้องกับเรื่องลิ้นชักของการตัดสินใจ 3 ลิ้นชัก คือ ลิ้นชักถูก  ผิด และ ไม่แน่ใจ ในทางตะวันตก ลิ้นชักไม่แน่ใจจะใหญ่  ลิ้นชักถูก ผิด จะเล็ก แต่ในสังคมไทย ลิ้นชักถูกผิด จะใหญ่มาก ส่วนลิ้นชักไม่แน่ใจจะเล็กมาก....ครับ..ผมว่าในเรื่องของการพัฒนา บางครั้ง ช้าๆได้พร้าเล่มงามบ้างก็ดีนะครับ ถ้ามัวแต่น้ำขึ้นให้รีบตัก  ก็มีโอกาสคว้าน้ำเหลวได้ครับ