คำถาม และมุมมองเชิงวิพากษ์ ต่อความรุนแรงในสังคมไทย ด้วยความเชื่อในเรื่องของอำนาจความรุนแรง อำนาจเงินตรา และพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของคนไทยในสังคมไทย ด้วยคำถามถึงชีวิต และถึงอุบัติการณ์บางประการในชีวิตคนไทย

ผมไม่อยากตายแบบโง่โง่

อ้างอิง - ภาพ http://www.lomography.com/folkways

ยิ่งฟังข่าวสารฟังเรื่องราวในบ้านเมืองนี้

ในแผ่นดินเกิดของผม

ผมยิ่งอยากเขียนบันทึกไว้จดจำ

เสมือนหนึ่งเป็นพินัยกรรม และเรื่องราวบอกความในใจของตัวเอง เมื่อยามผมตายไปท่ามกลางสิ่งที่ผมเรียกว่า เป็นความโง่โง่ เป็นความโง่ของสังคมโดยรวม จะได้ไม่มีใครมานั่งตีความ ถึงสิ่งที่ผมคิด ผมเข้าใจ และสรุปออกมา

ผมเคยประทับใจบทเขียน

ถึงอุดมคติแห่งชีวิตนับจากครรถ์มารดาถึงเชิงตะกอน

ประทับใจแรงปรารถนาสามประการของชีวิต

กระทั่งคิดว่า สักวันหากมีโอกาสเพียงพอ ผมจะบันทึกเรื่องราวแห่งความประทับใจและมุ่งมั่นของผมไว้ ในท่ามกลางความดีของมนุษย์ เหมือนเช่นที่มนุษย์ทุกคนมีความดีอยู่ในตนเอง ผมเชื่อเช่นนั้น ผมเชื่อมั่นในความดีของมนุษย์เท่ากับรู้สึกสลดทุกครั้ง ยามเห็นความดีของมนุษย์ทำร้ายทำลายกัน

ผมฝันถึงโลก

ผมอยากมีแผ่นดินที่งดงาม

อยากเห็นรอยยิ้มของผู้คนอันงดงาม

แต่สิ่งที่ผมคิด มีบ้างและไม่มีอยู่บ้าง จางหายและปรากฎขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้สม่ำเสมอไม่ได้ยาวนาน จนสามารถกล่าวเป็นคำจำกัดความ หรือคำโฆษณาขายเช่นว่า เป็นแผ่นดินแห่งรอยยิ้ม ไม่ใช่ไม่จริงสำหรับบทสรุปที่ผมเติบโตขึ้นมา ผมไม่เชื่อคำลวงเช่นนั้น หากนับตามความกร้าวร้าวรุนแรงในสังคมไทย

ผมไม่อยากเดินทางท่องเที่ยว

แล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากคนเมา

ทั้งคนขับรถคันที่ผมนั่งแล้วเมามาย หรือคนขับรถคันอื่น

ผมรังเกียจสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะรังเกียจอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากความเผลอเรอ และเชื่อมั่นในตนเองที่ผิดผิด ในหนทางซึ่งนำพาความวิบัติมาสู่คนอื่น ไม่เท่านั้นผมรังเกียจอุบัติเหตุที่ทำให้ผู้บาดเจ็บ จนก่อให้เกิดบาดแผลความพิการ ทั้งร่างกายและจิตใจ จากความคะนองของคนอื่น

ผมไม่อยากไปในที่ชุมชน

แล้วพบว่ามีใครสักคนเหยียบเท้าผม

ขณะที่ผมกำลังหันไปมอง ทั้งอาจขอโทษหรือเพียงมอง

แต่ผมกลับได้รับคำถามกลับมาว่า รู้ไหมกูเป็นใคร รู้ไหมว่ากูลูกใคร ผมอยากหูหนวกและไม่อยากได้ยินประโยคสิ้นคิดเหล่านั้น ในท่ามกลางความพิกลพิการของสังคม และความฟั่นเฟือนของสมอง ซึ่งแม้แต่ชื่อตนเอง หรือชื่อพ่อของตัว ยังลืมเลือนได้ ทำไมเขาจะต้องมาใช้ความกร้าวร้าวถามผม

ผมยินดีจะขอโทษขออภัย

ไม่ใช่เพราะผมยอมรับผิดจากการถูกเหยียบ

แต่เพราะผมไม่ปรารถนาให้ความโง่เง่าติดตัวผมไป

ผมคิดเช่นนั้น สำหรับความอหังการ์และความใหญ่โตของจิตใจผู้คน ยามคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่คับร้านคับบ้านคับแผ่นดิน ผมตัวเล็ก ผมจึงมิคิดเช่นนั้น เพราะผมปรารถนาจะกลับบ้านมาครบอวัยวะที่มี และสติพอจะอ่านหนังสือ ฟังเพลง นั่งทำงานในวันรุ่งขึ้น

 

ผมไม่อยากขับรถ

จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน

หรือถูกก้อนหินข้างทางปาใส่รถ

เพียงเพราะความคะนองของกลุ่มวัยรุ่นซิ่งจักรยานยนต์ คนขับรถใหญ่คับถนน คนบ้าที่อยากออกกำลังข้างทาง หรือกระทั่งความไร้ตัวตน และไม่มีสุขในจิตใจ จนกระทั่งต้องก่อเหตุข้างถนนเช่นนี้ ท่ามกลางอุบัติเหตุอันไร้สาระ แต่สามารถทำให้คนตาย และคนพิการเกิดขึ้นได้ทุกวัน

ผมไม่อยากเห็นภาพเด็กตบตี

เพียงเพราะเชื่อว่า เป็นหนทางพิสูจน์

ความมีตัวตนของเขาในสังคมนี้

ผมรังเกียจและมิปรารถนาให้คนในแผ่นดิน เชื่อมั่นว่าความกร้าวร้าวรุนแรง ด่าทอ ตบตี คือคำตอบเพื่อบอกว่า เขาเหล่านั้นมีตัวตนอยู่จริง มีชีวิตและยิ่งใหญ่พอที่ผู้คนจะเคารพ ผมอยากให้สังคมที่ผมเคารพกันโดยไร้ความรุนแรง ไม่ใช่เคารพเพราะความหวาดกลัวอ่อนแอ แต่เคารพเพราะสัมผัสได้ถึงหัวใจอันละเอียดของกันและกัน

ผมเกลียดคนขับรถ

ที่ไม่รู้ว่าตนเองผิดแต่ด่าทอผู้อื่น

กระทั่งพร้อมจะทำร้ายผู้อื่น

ผมไม่อยากรับรู้ และไม่อยากเห็น ความกร้าวร้าวจากเพียงคำไม่ขอโทษขออภัย กระทั่งพร้อมจะลงจากรถเพื่อเข้ามาทำร้ายผู้อื่น ตบตีด่าทอ จนทำร้ายทำลายไปถึงชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น ผมมิปรารถนาเช่นนั้น

ผมรังเกียจฝูงชน

ที่ได้รับการปลุกปั่นว่ารักแผ่นดิน

จากเพียงผู้นำมวลชนไม่กี่คน

ที่รับรู้อยู่เสมอว่า พร้อมจะเกิดความสูญเสียได้ทุกขณะ หากปลุกปั่นผู้คนให้เกลียดชัง ใช้อารมณ์ความรู้สึกอันรุนแรง เพื่อกระตุ้นให้ตนเองได้รับคำตอบและชัยชนะ จากการใช้ความรู้สึกของผู้คนบนแผ่นดินเดียวกัน โดยไม่แยแสถึงผลที่จะตามมา หากเกิดความวุ่นวาย

ผมเคารพในความคิดเห็น

เคารพในความเห็นอันแตกต่าง

และการเรียกร้องชุมนุมของประชาชน

แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการฉกฉวยผลประโยชน์ จากผู้นำมวลชนและผู้เสพความรุนแรงเป็นภักษาหารในบ้านเมือง หรือผู้ที่ใช้คนอื่นเป็นซากศพไปสู่ความยิ่งใหญ่และความสำเร็จของตนเอง ให้ได้มาซึ่งอำนาจเปื้อนเลือด และพร้อมจะใช้ทุกความเจ็บปวดของผู้คนเป็นเครื่องมือ ด้วยความลวงและคำโกหก

ผมเกลียดนักการเมืองทุจริต

ผู้หากินกับคำโกหกฉ้อฉล แลปล้นทรัพย์แผ่นดิน

ผมเกลียดคำหลอกลวง ที่ปลุกปั่นความหวังให้กับผู้คน

ยามที่นักการเมืองเหล่านั้นพ่นคำจากปาก ผมรังเกียจอย่างมากหากสิ่งนั้นไม่ได้ออกจากใจ หรือไตร่ตรองผ่านสมอง ผมปรารถนาให้ความจริงปรากฎ และความรุนแรงในสังคมไทยไม่แตกแขนง เพียงเพราะความกร้าวร้าวรุนแรง ความฉ้อฉล ความไร้ตัวตน ความเชื่อที่ผิด และอาการหิวกระหายในเงินตรา

ผมเพียงแต่บันทึกไว้

ในท่ามกลางความปรารถนาของชีวิต

ที่ตั้งใจและปรารถนาไม่อยากตายไป ท่ามกลางความโง่โง่ในสังคม กระทั่งถูกตีความ หรือหยิบยกเป็นประเด็นหากินของคนอื่น ผมไม่อยากตายไปท่ามกลางการใช้ซากศพของผมเป็นเครื่องมือ ผมไม่อยากเป็นวีรชนของคนหากินกับมวลชน แม้สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมต่อสู้

ผมปรารถนาจะมีชีวิตอยู่

หรือปรารถนาว่า หากผมตายไป

ผมจะไม่ตายไปท่ามกลางความโง่โง่ในจิตใจ