เกิดอยากจะเขียนขึ้นมา หลังจากดูรายการ คน ค้น คน (ที่จริง "คน" ไม่ได้เขียนอย่างนี้) ตอนความรักของครู และศิษย์ระหว่างครูอึ่ง กับ ด.ช.ฉุย (มหาชน) ดูตอนนี้เป็นตอนที่ 3 ดูจบแล้วก็ยังไม่คิดอะไรนอกจากเห็นใจคนที่มีอาชีพครู สงสารเด็กยากจน แถมยังกำพร้าพ่อแม่ดูแล

มาคิดได้ตอนกำลังสระผมว่า ตนเองรู้สึกศรัทธาความรักระหว่างครู กับศิษย์ ปลาบปลื้มในความผูกพัน ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างคนสองคน ที่ขาดแคลน (ฉุยขาดพ่อแม่ และทุน อาศัยตากับยายเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ส่วนครูอึ่งหลังจากแต่งงานเพียงวันเดียวสามีก็ขอเลิกด้วยเหตุผลเพราะเธอดีเกินไป ตั้งแต่นั้นมาครูอึ่งก็ดำรงชีวิตอยู่คนเดียว ทุ่มเทให้กับลูกศิษย์ที่เรียกเธอว่าแม่ หลายต่อหลายคน เธอตรากตรำงานหนักด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตั้งแต่ หกโมงเช้ากระทั่ง สองท่มเป็นอยู่อย่างนี้กระทั่งพ่อล้มป่วย เธอก็แทบจะไม่มีเวลามาดูแล เพราะงานที่ทำมันหมายถึงสายป่านที่จะยึดโยงสองชีวิตให้อยู่ต่อไปได้" เป็นเรื่องราวย่อๆ ซึ่งพอจะจำได้ แต่ถ้าใครดูก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ ทั้ง 3 ตอน

 "การนำเรื่องราวของคนดีๆ แบบอย่างดีๆ ของในสังคมออกมาตีแผ่เผยแพร่มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนได้หลายล้านคนที่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนเราจะคิดได้แบบนี้ แต่การดูรายการ คน ค้น คน ในวันนี้เหมือนเป็นการตอกย้ำความเชื่อลึกๆที่เกิดขึ้นมานานๆๆ หลายปี และไม่เคย (ไม่กล้า) ที่จะพูดกับใครๆ แม้เพื่อนร่วมอาชีพคนข่าว เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทก็ตามว่า

"ฉัน  "รู้สึก"  (เน้น "รู้สึก") ว่าการนำเสนอข่าว จำพวกพ่อข่มขืนลูก เด็กถูกคนในครอบครัวทำร้ายไม่ว่าจะร่างกาย หรือจิตใจ ข่าวแม่ทิ้งลูก ฆ่าลูกในใส้ ครูข่มขืนศิษย์ เด็กมั่วเซ็กส์ ค้าประเวณีข่าวประเภทนี้เมื่อสักประมาณ10 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องใหม่ในสังคมนี้ แต่ทำไมนับวันข่าวประเภทนี้ก็ยังไม่หมดไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือว่า "ยิ่งเห็นข่าว ยิ่งเป็นการชี้โพลงให้กระรอก" ทำบ้าง (ที่จริงยังไม่เคยมีนักจิตวิทยาทำการวิจัยในประเด็นนี้) แต่ใน "ความรู้สึก" ของเรามันเหมือนจะเชื่อมโยงไปแบบนั้น 

ยังไม่รวมถึงพวกที่ก่อเหตุ จำพวก ปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ ล่อลวงทรัพย์ ค้ายาซึ่งพวกนี้ยังสามารถมองได้ว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ทำไปเพราะต้องการเงิน เลี้ยงชีพ

วันนี้หลังจากดูรายการคน ค้น คนตอนความรักของครูกับศิษย์ ก็พบว่า

1หรือคนในสังคมกำลังขาดแบบอย่างที่ดี หรือความคิดสร้างสรร ต้องการคนมาจุดประกาย (ในทางที่ดี ไม่ใช่ฉุดให้เลียนแบบในทางที่ไม่สร้างสรร)

2 หรือสังคมเรา กำลังต้องการการนำเสนอข่าวในแง่ของคนดี หรือกำลังต้องการแบบอย่างที่ดี เพื่อสร้างแรงบันดานใจให้กับผู้คน

ถึงวันนี้คงต้องยอมรับอย่างเต็มอกแล้ว สื่อมีอิทธิพลต่อสังคมมาก (ขี้เกลียจจะพูดถึงประเด็นผู้นำประเทศ) พร้อมกันนี้ก็ยังเป็นการตอกย้ำแนวทาง "การจัดการความรู้" ในส่วนตัวว่า ให้มั่นใจ และแน่ใจอย่างที่สุดว่า กัลยาณมิตรของเรา เพื่อนของเรา สังคมของเรา ต้องการแบบอย่างที่ดี ต้องการเรื่องเล่าเร้าพลัง เพื่อจุดไฟในการต่อยอด และพัฒนา

 หยุดเรื่องนินนา ให้ร้าย หยุดเล่าเรื่องกรรมชั่วของผู้อื่น แล้วลงมือทำเรื่องที่ดี กรรมดี แล้วบอกต่อไปยังผู้อื่น จะดีกว่า