12 วิธีการประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆ
ตอนนี้ราคาน้ำมันมีวี่แววว่าจะขึ้นต่อไปเรื่อยๆ คนกรุงอย่างเราๆก็ยังคงเดินทางไปไหนมาไหนโดยอาศัย "รถยนต์" เป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าทางไหนที่จะสามารถประหยัดได้ก็น่าจะลองดู
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1. เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือก่อน 9 โมงเช้าเสมอ อุณหภูมิที่เย็นน้ำมันหดตัวได้ปริมาตรมากขึ้น 2%</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 2. เติมน้ำมันแค่หัวจ่ายตัดพอแล้ว ถ้าเติมจนเต็มปรี่ ร้อนๆน้ำมันจะขยายตัวระเหยทิ้งที่รูระบายอากาศ</p> 3. อุ่นเครื่อง 1 นาทีในหน้าร้อนและ 3 นาทีในหน้าหนาว เครื่องจะได้ไม่ใช้กำลังฉุดมากและการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 4. ค่อยๆออกตัวเมื่อรถจอดนิ่ง 1-2 พันรอบ ได้ความนิ่มนวล ประหยัด และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ </p> 5. ควรใช้เกียร์สูงเมื่อรถวิ่งได้ 2500 รอบขึ้นไป การลากเกียร์จะทำให้ชุดเกียร์ทำงานจนอายุการใช้งานสั้นลงได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 6. เครื่อง 2.0 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด110 กม./ชม. รักษาเสถียรภาพความเร็วทำให้รถกินน้ำมันน้อยที่สุด </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 7. เครื่อง 1.6 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 90 กม./ชม. รักษาเสถียรภาพความเร็วทำให้รถกินน้ำมันน้อยที่สุด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 8. พักรถสัก 15 นาทีเมื่อขับเกิน 4 ชม.เพื่อให้ลดความร้อน ให้น้ำมันในระบบคลายความร้อนกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 9. เกียร์ถอยกินน้ำมันมากสุด ควรค่อยๆถอยไม่ต้องรีบ เกียร์ถอยใช้อัตราทดและแรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 10. ควรปิด COM แอรก่อนถึงจุดหมายเพื่อลดภาระเครื่อง เปิดแต่ลมไล่ความชื้นในตู้แอร์และไล่เชื้อราที่อยู่ในนั้นด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 11. เช็คลมยางให้สม่ำเสมอทุกๆ 2 อาทิตย์และเมื่อจะออกเดินทางไปต่างจังหวัด ลมยางอ่อนวิ่งได้ช้า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 12. พยายามอย่าใส่ของไว้ในรถเยอะ เพิ่มน้ำหนักรถทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 % ตามระยะทาง</p> ที่มา www.manager.co.th