ระบบการศึกษา “SQ3R”
ระบบการศึกษา “SQ3R” เป็นวิธีการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้มีการค้นคว้าและวิจัยกันเป็นอันมากว่า การศึกษาในชั้นอุดมศึกษานั้นจะศึกษาอย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุด ในที่สุด ศาสตราจารย์ฟรานซิส บี. ร้อบบินสัน (Francis B. Robinson) ได้คิดค้นระบบการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดระบบหนึ่งขึ้น เรียกว่า “The SQ3R Method of Study”
คำว่า “SQ3R” นั้น เป็นอักษรย่อมาจากคำสำคัญ 5 คำด้วยกัน คือ
“S” Survey การสำรวจเค้าโครงวิชาที่เรียน
“Q” Question การตั้งปัญหาถามตัวเอง
“R” Reading การอ่าน
“R” Reciting การทบทวนจากความทรงจำ
“R” Revising การอ่านทบทวน
1. การสำรวจเค้าโครงวิชาที่เรียน (survey)
เมื่อเริ่มศึกษาวิชาใดวิชาหนึ่ง นักศึกษาพึงอ่านเพื่อให้รู้วัตถุประสงค์ของตำราเรียนนั้นเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำนำและสารบัญรวมถึงดัชนีซึ่งอยู่ท้ายเล่ม และอ่านข้อความในตอนสรุปของแต่ละบทถ้าหากมี โดยสังเขปก่อน
2. การตั้งปัญหาถามตัวเอง (Question)
นักศึกษาควรที่จะตั้งปัญหากว้างๆ ว่า มีปัญหาหรือข้อน่าคิดประการใดบ้าง ซึ่งมีประโยชน์คือ เป็นการบังคับให้นักศึกษาตั้งใจจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ตนต้องการศึกษา และยังเป็นการบังคับให้มีการไตร่ตรอง และประมวลความรู้เท่าที่มีอยู่ในเรื่องนั้นเสียก่อนที่จะศึกษาในรายละเอียดต่อไปอีกโสดหนึ่งด้วย
3. การอ่าน (Reading)นักศึกษาควรอ่านหนังสืออย่างละเอียดและไม่ควรอ่านตำราเรียนในอัตราเร็วเท่ากับหนังสืออ่านเล่น เพราะตำราเรียนมีรายละเอียดให้นักศึกษาขบคิดตามไปด้วยมาก อนึ่งตำราส่วนใหญ่มักจะจัดวางเค้าโครงของตำราไว้เป็นบท เป็นตอน และเป็นวรรคอย่างมีระเบียบ นักศึกษาสามารถที่จะติดตามประเด็นในเรื่องได้เป็นลำดับไป หากในตำรามีแผนภาพควรทำความเข้าใจโดยละเอียด เพราะบางแผนภาพจะจดจำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการที่จะศึกษาจากถ้อยคำที่ปรากฏในตำราเล่มนั้นเสียอีก
4. การทบทวนจากความทรงจำ (Reciting)นักศึกษาต้องพยายามทบทวนจากความจำว่า เรื่องที่ตนได้อ่านไปนั้นมีประเด็นและเนื้อหาอะไรบ้าง มิใช่เป็นการเรียนแบบท่องจำขึ้นใจหรือเป็นการท่องเพื่อให้จดจำได้โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล และความหมายในเนื้อหาสารัตถะนั้นๆ ด้วย หลังจากที่ได้อ่านจบบทหนึ่งแล้ว ก็ควรที่จะปิดตำราและพยายามทบทวนจากความทรงจำว่า ตนสามารถจำเนื้อหาสารัตถะอะไรได้บ้าง
การทบทวนจากความจำนี้ย่อมหาประโยชน์มิได้ เว้นเสียแต่ว่านักศึกษาจะมีความกระตือรือร้น ด้วยหวังจะให้ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่านั้น
5. การอ่านทบทวน (Revising)
หลังจากที่ได้อ่านวิธีศึกษาในขั้นตอนต่างๆ มาทั้ง 4 ขั้นตอนแล้ว ก็มาถึงการอ่านทบทวน พึงสังเกตว่าการอ่านทบทวนนี้ไม่ควรทำในระยะเวลาใกล้เคียงกับการสอบ และเท่าที่ปรากฎจากสถิติการที่นักศึกษาจะจดจำเรื่องที่ศึกษาได้เป็นระยะเวลายาวนานนั้น จะต้องอ่านทบทวนเรื่องที่เพิ่งศึกษาใหม่ๆ นั้นอีกครั้งหนึ่ง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และจะต้องศึกษาโดยไตร่ตรอง ว่าได้รับความรู้อะไรบ้าง หาจุดอ่อนต่างๆ ของตน รวมตลอดทั้งจุดเด่นในความรู้ของตนในวิชานั้นให้จงได้
ขอบคุณที่ลงบทความนี้ให้ กำลังสนใจเรื่องการอ่านอยู่พอดีค่ะ
ครับ เพื่อแลกเปลี่ยน ยินดีเสมอครับ
t