เวลาแปลกที่แล้วผมนอนไม่ค่อยหลับหรอกครับ ยิ่งผิดเวลาอย่างนี้ด้วย
อย่างวันก่อนไง คืนแรกใน Paris ผมนอนตื่นมาอีกทีตอนเที่ยงคืน ของที่นี่
ก็มันหกโมงเช้าบ้านเรานี่นา
แต่ไม่รู้จะตื่นมาทำอะไร ก็เลยลงไปนอนต่อ อากาศข้างนอกหนาวเหน็บ ยังนึกๆ อยู่ว่าพวก ไร้บ้าน ที่นั่งขอทานข้างถนน เค้า นอนกันยังไง หนาวขนาดนั้น
อ้าว... ที่ Paris ก็มีขอทานนะครับ ถึงจะไม่ค่อยเยอะ แต่ก็มีให้เห็น
ผมล้มต้วลงนอนอีกรอบ มาตื่นอีกทีเกือบตีสี่ ไม่ไหวแระ...ลุกมาทำอะไรเล่นดีกว่า
Internet ที่ต่อไม่ได้ ถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้อยู่ดี ลองทั้ง Cable ลองทั้ง Wifi ก็ไม่ work เลยลงไปชั้นล่างหวังต่อ wifi ที่ Lobby โรงแรม
ลองอยู่สักพัก มันก็ยังไม่ Work อยู่ดี...
ไม่งั้นได้อ่าน Blog นี้ กันสดๆ แล้วล่ะ ....
ที่อ่านอยู่นี่เป็น Tape ครับ หุหุ
...
ตอนเช้าทุกคนมาทานอาหารกันที่ ห้องอาหารของ Apartment อย่าไปจินตนาการว่าเป็นเหมือนห้องอาหารของโรงแรมนะครับ ในเมืองใหญ่แบบนี้ apartment แบบนี้ ห้องอาหารเลยเล็กลงไป ตามสัดส่วน
แค่กลุ่มผมเข้ามานั่งก็ปาไปครึ่งห้องแล้วล่ะ
อาหารง่ายๆ ครับ ขนมปัง กับ Cornflake ไม่มากไปกว่านั้น ชา กาแฟ นม มีให้เลือกตามอำเภอใจ
ทานกันเร็วมาก มีขนมอันรูปร่างคล้ายขนมไข่บ้านเรา ผมตุนไว้สองชิ้น เพราะ หวังว่าระหว่างดูงานหิวๆ สองชิ้นนี้จะช่วยได้
จริงๆ แล้ว เช้านี้ฝากพี่เค้าซื้อ Sandwind ไว้แล้วแหละ เพราะเริ่มเรียนรู้จากเมื่อวาน เพราะเสียเวลากับการหาร้าน และ เข้าคิวนานมาก แถมราคาก็แพงเป็นสองเท่า น้ำเปล่าขวดนึงก็ร้อยห้าสิบบาทเข้าไปแล้ว เอาใส่เป้ไปเองดีกว่า ยังไงก็ ต้องลากเป้ไปใส่เอกสารอยู่แล้ว
มาเดินงานแบบนี้ มีเป้ลาก ก็สะดวกนะครับ ไม่ต้องหิ้วสะพายหลัง เพราะแบกกัน แปดชั่วโมง มีสิทธฺไหล่ทรุดมาอยู่สะโพกได้ง่าย
ตาม Boot มีแจกถุง แต่ถือนานๆ ก็เมื่อยอยู่ดีครับ
...
เดินทางมาดูงานด้วยรถไฟใต้ดินถือว่าสะดวกที่สุดแล้วครับ เพราะ ขึ้นแค่สองเส้น...สองต่อ
เดินออกมาจาก Apartment ไม่กี่เมตรก็สามารถลงไปสถานนีรถไฟใต้ดินได้เลย เจอลมหนาวแค่นิดเดียว ก็ผลุบลงรูซะแล้ว
เมื่อวานที่ผมตัดสินใจซื้อตั๋วแบบ "สัปดาห์" นี่ ตัดสินใจถูกครับ เพราะ ราคาก็ถูก ตัวตั๋วก็ดูดีมีชาติตะกูล เพราะทำออกมาคล้ายๆ บัตรมีรูปเจ้าของตั๋ว ยิ้มเผล่ อยุ่ด้วย ดีจริงๆ
และก็โชคดีด้วยที่ตัวตั๋วไม่มีปัญหา เพราะมีพี่ที่ซื้อแบบ 10 ใบ (11 ยูโร) เจอปัญหาตั๋วใช้ไม่ได้สักใบ เข้านี้ถึงกับต้องมุดออกมาจาก ที่กั้นก็มี ทุลักทุเล
เป็นผมสงสัยมุดออกมาไม่ได้แน่...ติดพุง
ไม่ได้อ้วนครับ แค่พุงย้อย...
...
วันนี้มาถึงเข้าครับ งานเพิ่งเริ่ม คนเลยมาออ กันด้านหน้ากันเต็ม แต่ ระบบเค้าค่อนข้างดีเพราะ เจ้าตั๋วที่ทำมานี่มันจะมีทั้ง Bar Code และ ที่เป็น Spot Code (อันนี้ผมเรียกเองเพราะหน้าตาเป็นอย่างนั้น เอาไว้รู้ว่ามัเรียกว่าอะไร จะมาแก้ Blog อีกทีละกัน) เจ้าหน้าที่เอา Scanner ขนาดเที่โทรศัพท์มือถือ มา Scan จึ๊ก ก็ตอบ Megci เข้าไปได้เลย
เจ้าบัตรนี้ออกแบบมาให้มีรูครับ เอาไว้สอดคลิ๊ปติดเสื้อ หรือ จะมีสายห้อยคอ ก็แล้วแต่สะดวกครับ แต่ต้องพกไว้เพราะมีประโยชน์อีกอย่าง
ปกติเราไปดูงาน เวลาสนใจกับใครก็ ต้องแลกนามบัตรกันใช่มั๊ยครับ งานนี้ไม่ต้องเลยครับ
ไอ้เจ้าบัตรผ่านนี่แหล่ะ มันเป็นนามบัตรในตัวเลย สมมติเราสนใจ product ของ Boot ไหน เค้าก็จะขอบัตรมา Scan
ข้อมูลเราที่ลงทะเบียนเอาไว้ ก็จะไปเข้า Database ของ Supplier รายนั้นเลย เค้าก็จะจัดส่ง Catalog หรือ information อื่นๆ ให้ตามที่อยู่ที่มี
ก็ต้องตามดูอีกทีครับว่าจะส่งมาเป็น Hard Copy หรือ e-mail
ผมว่าสะดวกจริงๆ นะเพราะ เร็วและไม่เปลืองนามบัตร
ถึงกระนั้นทุก Boot ก็มี Catolog ไว้แจกเหมือนเดิมครับ แต่ อาจไม่มากเหมือนเดิม เพราะ Selective ได้
มางานนี้ใช้สองบัตร ก็พอครับ
บัตรโดยสารรถไฟ กับ บัตรเข้างานนี่เหล่ะ...เอาอยู่แล้ว
สวัสดีค่ะ ดิฉันตามรอยพี่naree มาติดๆ
ได้มาเจอบล็อกนี้ของคุณPong+Roofman อ่านแล้วเพลินดีค่ะ :)
ขอบคุณมากๆ คะ ที่นำประสบการณ์ดีๆ มาแบ่งปันกันคะ
เห็นด้วยกับคุณ naree ครับ ว่าของสวยๆ เยอะ แต่ราคาก็แพงมาก... เที่ยวนี้เพื่อนซื้อกระเป๋า ไปสองใบ ตอนเดินกลับโรงแรมต้องระวังกันแจ เพราะกลัวคนมาฉกไป...
ส่วนผู้หญิงฝรั่งเศส สววววววย เจงงงงง เจงงงงง ครับ
อ้อ หญิงไทยก็สวยครับ คนละแบบกัน หุหุ
ตามรอยมาจากบันทึกน้องมะปรางเหมือนกันค่ะ พบว่าคุณPong+Roofman เขียนอ่านสนุกดีจังค่ะ แวะไปอ่านมาแล้วทั้ง 3 บล็อกค่ะ คิดว่าที่มีคนมาเยี่ยมเยียนไม่มากอย่างที่คิดก็เพราะคำสำคัญที่คุณ Pong+Roofman ตั้ง ยังไม่ค่อยครอบคลุมสิ่งที่เขียนน่ะค่ะ บันทึกหนึ่งตั้งได้หลายคำค่ะ และน่าจะเป็นคำที่เราคิดว่า ถ้าเราอยากเจอบันทึกนี้ใน Google เราจะใส่คำว่าอะไร ก็ได้ค่ะ จะพอเป็นไอเดียว่าเราจะใช้ Tag อะไรบ้างดี ว่างๆคุณ Pong+Roofman ลองกลับไปใส่ Tag เพิ่มในบันทึกต่างๆให้มากขึ้นสิคะ บันทึกดีๆแบบนี้จะได้มีคนอ่านมากๆขึ้นน่ะค่ะ
แล้วอีกอย่างตอนนี้บล็อกใน GotoKnow เยอะมากๆ ถ้าเราไม่ได้ไปอ่าน ไปทักทายคนอื่นที่เราชอบสิ่งที่เขาเขียน เครือข่ายก็จะไม่ค่อยขยาย สิ่งที่เราเขียนก็จะได้แพร่หลายช้า แต่ก็จะมีประโยชน์เสมอแน่นอนค่ะ เพราะทุกบันทึกไม่หายไปไหน เรากลับมาอ่านเองก็ได้ดีใจที่เขียนเรื่องบางเรื่องไว้ เพราะมันหายไปกับกาลเวลาจนเราลืมไปเลยก็มากค่ะ
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่แวะเข้าไปทักทายนะครับ
ดิฉันไปออกงานแสดงสินค้าที่ปารีส เกือบทุกปี เวลาอยู่ในงาน แค่เดินชิมของก็อิ่ม ไม่เคยเสียเงินซื้อเลยค่ะ มีแต่คะยั้นคะยอให้เราชิม
ก้ดีค่ะ ประหยัดไปเยอะ ที่ปารีส ของแพงจังค่ะ
...เรื่องพลาดอันยิ่งใหญ่ครับ...ลืมถ่ายรูปสาวๆ มาครับผม...
ตามมาเที่ยว Paris ด้วยคนครับ และแวะเยี่ยมขอบคุณที่มาอ่านบันทึกผมด้วยครับ เลยได้เพื่อนใหม่ที่มีลีลาการเขียนน่าสนใจมากครับ ขอบคุณ