สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรมบุกกระทรวงสาธารณสุข ค้านการออก พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ชี้เอื้อบริษัทยาข้ามชาติ เปิดแข่งขันเสรี ขณะที่ลดบทบาทองค์การเภสัช กระทบประชาชนเข้าถึงยายากขึ้น ด้าน “หมอมรกต” รับตัดสินใจพลาดที่ไม่ได้คัดค้าน ครม. ยันเสนอแก้ต้องยกเว้น “ยาและเวชภัณฑ์”วานนี้ (12 พ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม (สรอภ.) พร้อมด้วยเครือข่ายสหพันธ์สมาคมลูกจ้างแห่งประเทศไทย กว่า 500 คน นำโดยนายระวัย ภู่ระกา ประธาน สรอภ.เดินทางมายังบริเวณหน้าอาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อยื่นหนังสือต่อ น.พ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อคัดค้านการออก พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. ...ซึ่งได้ผ่านความเห็นจาก ครม. เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2550 ที่ผ่านมา โดยมี น.พ.มรกต กรเกษม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบแทน นอกจากนี้ทางแกนนำสหภาพแรงงานฯ ยังได้มีการขึ้นเวทีปราศรัยอย่างดุเดือด เนื่องจากเห็นว่าเป็นร่าง พ.ร.ฎ.ที่อัปยศ ทรยศประชาชน เพราะมีการกำหนดให้ยาและเวชภัณฑ์เป็นสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม ทั้งเป็นสิ่งจำเป็นของมนุษย์ตามสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทยาข้ามชาติ นายระวัย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับ มติ ครม.ที่อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับดังกล่าว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเร่งด่วน ส่งผลให้การกำหนดให้หน่วยราชการซื้อยาและเวชภัณฑ์จากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ถูกยกเลิกไป การอ้างว่าเพื่อการแข่งขันเสรีทางการค้านั้นถือว่าไม่เหมาะสม สหภาพฯ เชื่อว่าหากปล่อยให้มีการแข่งขันเสรีด้านยาและเวชภัณฑ์ผลจะกระทบต่อประชาชนที่ต้องรับภาระจนไม่สามารถเข้าถึงยาได้ "ผลของร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ อภ. อย่างรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 60 และ 61 ผลทำให้บัญชียาหลักถูกมองข้ามไป โรงพยาบาลไม่ต้องให้ความสำคัญกับการซื้อยาตามบัญชียาหลักแห่งชาติ และยังกำหนดให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำระบบข้อมูลราคาอ้างอิงของยา แทนที่จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขตามระเบียบเดิม ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรับผิดชอบจะต้องแสดงจุดยืนในเรื่องนี้" นายระวัย กล่าว และว่าจากการหารือกับ น.พ.มรกต รับปากว่า จะนำเรื่องนี้เสนอทบทวนใน ครม.ภายใน 10 วันนี้ ด้าน น.พ.มรกต ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวกับกลุ่ม สรอภ.ว่า ที่ผ่านมา ครม.ได้ผ่านความเห็นชอบหลักการ ร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าวในวาระจร ซึ่งตนและ น.พ.มงคลมีส่วนในการเห็นชอบ ต้องยอมรับว่าเมื่อตรวจดูเนื้อหาภายหลัง รู้ว่าเป็นการตัดสินใจที่พลาด อีกทั้งเรื่องนี้กระทรวงการคลังเป็นผู้นำเสนอต่อสำนักเลขาธิการ ครม.โดยตามขั้นตอนจะต้องส่งเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ฎ. เพื่อเสนอความเห็น แต่ปรากฏว่าไม่มีการขอความเห็นจาก สธ.แต่อย่างใด สำหรับแนวทางแก้ไขจากนี้ คงต้องมาดูรายละเอียดเหตุผลจำเป็นในการแยกการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ออกจาก พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ อีกทั้งจะนำเสนอเรื่องนี้ต่อนายกฯ รับทราบ ยืนยันว่า ตนและ น.พ.มงคลจะช่วยกันผลักดันให้สำเร็จ และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
กรุงเทพธุรกิจ
