จากการศึกษาวิจัยพบว่าคนที่ประสบความสำเร็จทั้งในการทำงาน การเรียนและในการครองชีวิตร้อยละ ๘๐ มาจากคนที่มีEQสูง และร้อยละ ๒๐ มาจากIQ

โรงเรียนได้เห็นความสำคัญของการพัฒนา EQ จึงได้ศึกษาวิจัยการพัฒนาEQ ของนักเรียนช่วงชั้นที่ ๒  โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์  ดังนี้

หัวข้อเรื่อง      การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์  นักเรียนช่วงชั้นที่  2 

โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)

Development  Emotional   Quotient 

ชื่อผู้วิจัย          นายศักดิ์เดช  กองสูงเนิน  ผู้บริหารสถานศึกษา

สถานที่ทำงาน            โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  สำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครราชสีมา  จังหวัดนครราชสีมา  โทร. 044244136

                        บ้านเลขที่ 672/22  ซอยลำปรุ  2   ถนนมุขมนตรี  ตำบลในเมือง 

อำเภอเมือง  จังหวัดนครราชสีมา  30000   โทร. 044261308

                        มือถือ  0812660755 

 

บทคัดย่อวัตถุประสงค์งานวิจัย <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   1.   เพื่อศึกษาระดับของความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนช่วงชั้นที่  2  (ประถมศึกษาที่ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                      4 6)  โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  ปีการศึกษา  2549  </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   2.   เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ใช้พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   3.   เพื่อศึกษาผลการใช้นวัตกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียน  ช่วงชั้นที่  2</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                      (ประถมศึกษาที่  4 6)  โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  ปีการศึกษา  2550</p> วิธีการวิจัย <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   การศึกษาวิจัยในครั้งนี้  ผู้วิจัยได้มีการวิจัยในลักษณะการวิจัยและพัฒนา  โดยมีขั้นตอนการดำเนินการศึกษาวิจัย  3  ระยะดังนี้</p>                    ระยะที่  1 <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   การศึกษาวิจัยในระยะนี้เป็นการศึกษาเพื่อหาระดับความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนช่วงชั้นที่  2  (ชั้นประถมศึกษาที่  4 6)  โดยจำแนกตามเพศและระดับชั้น  โดยมีประชากรและตัวแปรที่ศึกษาดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   1.   ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ประกอบด้วย  นักเรียนช่วงชั้นที่  2  (ชั้นประถมศึกษาปีที่  4 6)  โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  เทศบาลนครนครราชสีมา  ปีการศึกษา 2549  จำนวน   313    คน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  นักเรียนโรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  เทศบาลนครนครราชสีมา  ที่กำลังเรียนอยู่ช่วงชั้นที่  2  (ชั้นประถมศึกษาปีที่  4 6)  ปีการศึกษา  2549  ซึ่งได้มาโดยการใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน  (Krezeie & Morgan.  1970 : 608)     ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน  173  คน  จากนั้นทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น  (Stratified Random Sampling)  โดยใช้สายชั้นและห้องเรียน  แล้วทำการสุ่มอย่างง่าย  (Simple Random Sampling)  </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   2.   ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ได้แก่</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         2.1  ตัวแปรอิสระ  ได้แก่  เพศ  และระดับชั้นเรียนของนักเรียน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         2.2  ตัวแปรตาม  ได้แก่  ความฉลาดทางอารมณ์</p>                    ระยะที่  2 <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   การศึกษาวิจัยในระยะนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้ในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์  โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย  ประกอบด้วย  ครูผู้สอนช่วงชั้นที่  2  โรงเรียนเทศบาล  4(เพาะชำ)  จำนวน    9   คน  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  จำนวน  6  คน  คณะกรรมการสมาคมผู้ปกครอง ครู  จำนวน    2   คน  สมาชิกสภานักเรียน  24  คน</p>                    ระยะที่  3 <p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   การศึกษาวิจัยในระยะนี้เป็นการศึกษาผลการใช้นวัตกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียน  โดยใช้ประชากรและตัวแปร  ดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   1.  ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ประกอบด้วย  นักเรียนช่วงชั้นที่  2 (ประถมศึกษาปีที่  4 6)  โรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  เทศบาลนครนครราชสีมา  ปีการศึกษา 2550  จำนวน  322  คน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  นักเรียนโรงเรียนเทศบาล  4  (เพาะชำ)  เทศบาลนครนครราชสีมา  ที่กำลังเรียนอยู่ช่วงชั้นที่  2  (ชั้นประถมศึกษาปีที่  4 6)  ปีการศึกษา  2550  ซึ่งได้มาโดยการใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน  (Krezeie & Morgan.  1970 : 608)     ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน  176  คน  จากนั้นทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น  (Stratified Random Sampling)  โดยใช้สายชั้นและห้องเรียน  แล้วทำการสุ่มอย่างง่าย  (Simple Random Sampling)  </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                   2.  ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ได้แก่</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         2.1  ตัวแปรอิสระ  คือ  นวัตกรรมที่ใช้พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; tab-stops: 42.55pt 56.7pt" class="MsoNormal">                         2.2  ตัวแปรตาม  คือ  ความฉลาดทางอารมณ์</p> ผลการวิจัย <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">      การศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนช่วงชั้นที่  2  (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6)  เมื่อจำแนกตามเพศพบว่านักเรียนทั้งเพศชายและหญิง  มีระดับความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ    ไม่แตกต่างกัน    และเมื่อพิจารณา  รายด้าน  พบว่าความฉลาดทางอารมณ์  ในด้านดี  นักเรียนมีการปรับตัวต่อปัญหา  และความรื่นเริงเบิกบานอยู่ในระดับปานกลาง  ทั้งเพศชายและหญิง  นอกจากนั้นอยู่ในระดับต่ำ  </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">                ในการจำแนกตามระดับชั้น  พบว่าระดับความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 อยู่ในระดับต่ำ  ไม่แตกต่างกัน  และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  มีการปรับตัวต่อปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง  นอกนั้นอยู่ในระดับต่ำ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  มีการปรับตัวต่อปัญหา และความรื่นเริงเบิกบานอยู่ในระดับปานกลาง     นอกจากนั้นอยู่ในระดับต่ำ       และนักเรียน          ชั้นประถมศึกษาปีที่  6  มีการใส่ใจและเข้าใจผู้อื่น  การยอมรับถูกผิด  การปรับตัวต่อปัญหา และความรื่นเริงเบิกบานอยู่ในระดับปานกลาง  นอกจากนั้นอยู่ในระดับต่ำ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">                ผลการใช้นวัตกรรมชุดกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์  พบว่า  ระดับความฉลาดทางอารมณ์หลังการพัฒนาด้วยชุดกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์  สูงกว่าก่อนการพัฒนา  อย่างมีนัยสำคัญ  และการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนโดยครูพบว่านักเรียนผ่านการประเมินความฉลาดทางอารมณ์ร้อยละ        สอดคล้องกัน</p> ข้อเนอแนะ1.       ควรสร้างชุดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างน้อย  3  ชุด  เพื่อใช้จัดกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ให้กับนักเรียนได้ทุกปี  ปีละ  1  ครั้ง  โดยไม่ซ้ำกัน <p style="margin: 0in 0in 0pt 84pt; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 84.0pt" class="MsoNormal">2.       ควรพัฒนานักเรียนช่วงชั้นที่  3  (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ) ด้วยชุดกิจกรรมเช่นเดียวกัน      โดยปรับให้เข้ากับวัยของนักเรียน  </p> คำสำคัญ      ความฉลาดทางอารมณ์              ประถมศึกษา <p style="margin: 0in 0in 0pt 1in" class="MsoListBullet">                        Emotional   Quotient                      Primary  Education</p><p> </p>