คนเรามีนาฬิกาเวลา หรือนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) ซึ่งคอยเตือนเราว่า ตอนนี้กลางวัน... ให้ทำงาน ออกแรง ออกกำลัง และกินอาหารได้ ตอนนี้ตอนกลางคืน... ให้เตรียมหลับนอน พักผ่อน และหยุดกินได้แล้ว

พวกเราคงจะชื่นชอบ หรือชิงชังอาหารประเภท "หวาน-มัน-เค็ม" ตามงานเลี้ยง หรือร้านอาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด)ไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลว่า อาหารเหล่านี้อาจทำลายระบบนาฬิกาชีวิตของคนเรา ทำให้ต้องเศร้ากับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แบบหยุดไม่ยั้ง (คำผวน = ยังไม่หยุด) ได้

คนเรามีนาฬิกาเวลา หรือนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) ซึ่งคอยเตือนเราว่า ตอนนี้กลางวัน... ให้ทำงาน ออกแรง ออกกำลัง และกินอาหารได้ ตอนนี้ตอนกลางคืน... ให้เตรียมหลับนอน พักผ่อน และหยุดกินได้แล้ว

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์โจ บาสส์ แห่งสถาบันสุขภาพมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์นฯ ทำการศึกษาในหนูทดลองที่มีพันธุกรรมเหมือนกันทุกตัว

ท่านทำการทดลองโดยให้น้องหนูกินอาหารปกติ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจับเข้าห้องมืด เพื่อให้น้องหนูรู้กลางวันกลางคืน ไม่ทราบว่า ทำไมไปคล้ายวิธีจับกุม คุมขังนักโทษการเมืองในประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไม่ทราบ

...

หลังจากนั้นท่านแบ่งหนูเป็น 2 กลุ่ม... กลุ่มหนึ่งให้กินอาหารปกติ กลุ่มที่สองให้กินอาหารไขมันสูง ซึ่งคล้ายอาหารในงานเลี้ยง หรืออาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด)มาก เนื่องจากมีไขมันสูงประมาณ 45% ของแคลอรีรวม

ผลการศึกษาพบว่า หนูที่กินอาหารปกติยังคงรับรู้เวลากลางวัน-กลางคืนได้แม้จะอยู่ในห้องมืด นั่นคือ นาฬิกาเวลาหรือนาฬิกาชีวิตในสมองยังคงทำงานได้ดี

...

ส่วนหนูที่กินอาหารไขมันสูงกลับเพี้ยนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ยอมรับรู้นาฬิกาเวลาหรือนาฬิกาชีวิต... เริ่มจากการกินมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แบบหยุดไม่ยั้ง (คำผวน = ยังไม่หยุด) นอนมากขึ้น แถมยังตื่นตอนกลางคืนมากินเพิ่มขึ้นอีก

อาจารย์บาสส์พบว่า หนูที่กินอาหารไขมันสูงเริ่มตีรวนตั้งแต่ 2-3 วันแรกทีเดียว

...

การศึกษาก่อนหน้านี้ทำโดยอาจารย์บาสส์เช่นกันพบว่า หนูที่มีนาฬิกาเวลาหรือนาฬิกาชีวิตตีรวนได้แก่ กลางวันไม่ค่อยตื่น กลางคืนไม่ค่อยหลับ จะกินมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วน และเบาหวานเพิ่มขึ้น

เรียนเสนอให้พวกเราหันมากินอาหารไขมันต่ำหน่อย... เริ่มจากการลดอาหารประเภททอดๆ ลดอาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ลดการไปงานเลี้ยง งานสังสันทน์ และลดอาหารเบรค (คอฟฟี่เบรค / อาหารว่างระหว่างการประชุม) ให้น้อยลง

...

ถ้าวันไหนพลาดพลั้งไป... ให้เดินเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 30 นาที 7 วัน รวมเป็นเดินสะสมให้ได้วันละ 60 นาทีขึ้นไป (แบ่งเป็นช่วงๆ ก็ได้) รีบนอนแต่หัวค่ำ และกลับไปกินอาหารสุขภาพไขมันต่ำทันที แบบนี้จึงจะป้องกันโรคอ้วนได้

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ที่มา                                                                 

  • Thank Reuters > Julie Steenhuysen > High-fat diet disrupts body clock: study > [ Click ] > November 6, 2007. / J Cell metabolism.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว > ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่าน
  • ขอขอบคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 6 พฤศจิกายน 2550.