“โอ๊ย ไม่เอาแล้ว” ทำไมชีวิตเราถึงต้องมาลำบากขนาดนี้

เมื่อเดินทางมาถึงแก่งยาวยังไม่ทันได้นั่งพักให้หายเมื่อยคลายเหนื่อย

“เร็ว ๆ รีบกลางกลด ฝนจะตกแล้ว”

ฟ้าร้องดังคลืน ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าแล้งเดือนมีนาคม ผสมกับความความมืดสลัวเมื่อแสงแห่งอาทิตย์เริ่มคลายตัวลับขอบฟ้าไป

การเดินทางตั้งแต่ตะวันตรงศีรษะ ตอนนี้ก็ ๕ โมง เกือบ ๖ โมงเย็นแล้ว ใกล้มืดแถมฝนยังจะตกอีก

เหนื่อยก็เหนื่อย หนักก็หนัก มาถึงก็ยังไม่ได้พัก แถมต้องรีบกลางกลด แล้วต้องหาที่หลบฝนอีก

"โอ๊ย ชีวิต ๆ ๆ "

บ่นไปก็ใช่ที สายฝนคงมิรอรี ต้องรีบแกะ แยกสัมภาระออกมาอย่างเร็วรี่ เพื่อให้ทันกับหยาดฝนที่กำลังจะหยาดหล่นร่วงลงมา

แต่พลันใดนั้น

"แปะ ๆ ๆ ๆ"

ฝนเริ่มโปรยเม็ดลงมาจากท้องฟ้า กระทบลงบนโขดหินและผืนน้ำ
ต้องรีบเอาผ้าใบผืนเล็ก ๆ ที่เตรียมมาสำหรับปูนอน มาคลุมบาตร ผ้าสบง จีวร เสบียงและของต่าง ๆ ไว้

ส่วน “เรา” ต้องนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใต้ร่มกลดกับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ต้องแบ่งเบียดกับสัมภาระอื่น ๆ มิให้เปียกปอนไปด้วยสายฝนอันบริสุทธิ์ที่เกิดจากไอน้ำในผืนป่า

“โอ๊ย ไม่เอาแล้ว ทำไมเราต้องลำบากขนาดนี้”

คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงความสะดวกสบาย กิเลสต่าง ๆ เริ่มเรียกร้องพาเรากลับ

“กลับ ๆ ๆ ๆ กลับบ้าน ๆ  ๆ ๆ ไม่เอาแล้ววววว”

ชีวิตเรา ทำไมถึงต้องมาลำบากขนาดนี้ มาทำแบบนี้แล้วได้อะไร?....

ริมลำธารแก่งยาว เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐ (วันแรกของการเดินทาง)


คำตอบ....ลมหายใจแรกแห่งการ “ธุดงค์” : ทุกข์เกิดแล้วก็ดับ