การสูบบุหรี่

ปีหนึ่ง ๆ ประชาชนนอกจากจะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเป็นค่าบุหรี่ ค่าบำบัดรักษาโรค

ขาดรายได้แล้ว ยังต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกาย จิตใจ ตลอดจนถึงกับเสียชีวิต นับเป็นจำนวน

มาก ด้วยความตระหนักถึงความสูญเสียอย่างมากมายนี้เอง หลาย ๆ ประเทศจึงได้มีการ

รณรงค์ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่จะยับยั้งการแพร่กระจายของการสูบบุหรี่ในประชาชนให้ลดน้อยลง

องค์การอนามัยโลกได้มีความสนใจจัดให้มีการประชุมเรื่องผลของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพ และได้

ผลสรุปว่า”โรคต่าง ๆ ที่เนื่องมาจากการสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความไร้สมรรถภาพ

และเสียชีวิตลงก่อนกำหนด การควบคุมการสูบบุหรี่จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น และจะมี

ชีวิตยืนนาน” อีกทั้งคำขวัญของอนามัยโลก (7 เมษายน) ประจำปี พ.ศ. 2523 ได้กล่าวว่า

“สุขภาพจะดี เมื่องดสูบบุหรี่ได้”

บุหรี่เป็นสารเสพย์ติดที่ต่างจากสารเสพย์ติดให้โทษชนิดอื่น ที่ผู้เสพไม่ได้ติดเพราะ

สารใด ๆ ในบุหรี่ ด้วยการติดบุหรี่เป็นการติดทางใจ เป็นพฤติกรรมเคยชินจนเป็นนิสัย อันเกิด

จาการใช้สารนั้นซ้ำ เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้น แต่หากไม่ได้สูบก็ไม่ถึงกับเกิดอาการขาดยา

หรือ withdrawal syndrome อย่างชัดเจน อีกทั้งไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่น

การเสพสารเสพย์ติดชนิดอื่น แต่โทษและพิษภัยของบุหรี่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพและทำร้าย

บุคคลรอบข้างได้อย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน

บุหรี่ทำจากใบยาสูบ(tobacco) ที่นำมาตากแห้งแล้วย่อยเป็นเส้น ผสมสาร

ปรุงแต่งเพื่อให้มีรสชาติในขณะสูบ มวนด้วยกระดาษเป็นรูปแท่งใช้สูบ นิโคตินเป็นสารที่อยู่ใน

ใบยาสูบที่ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการติดยา และมีฤทธิ์ทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เสีย

และพิการ การสูบบุหรี่ ถือเป็นการติดเป็นนิสัย ซึ่งจะแตกต่างไปจาการติดสิ่งเสพย์ติด คือ

บุหรี่จะทำให้คนสูบอยากสูบจนเป็นนิสัย เมื่อไม่ได้สูบจะรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจ การสูบบุหรี่

เป็นการกระทำของคนที่มุ่งเผาผลาญทรัพย์ ทำลายสุขภาพและชีวิตของตนเอง

อันตรายที่เกิดจากบุหรี่

ในบุหรี่จะประกอบด้วยกระดาษมวนยา และใบยาสูบที่มีสารนิโคติน สารไนโตรเจน และสารประกอบต่าง ๆ ที่พืชได้รับมาจากดิน ซึ่งเมื่อเผาไหม้หรือสูบจะเกิดสารอันตรายขึ้นในควันบุหรี่ที่สำคัญ ๆ ดังนี้

  1. นิโคติน ในการสูบบุหรี่ 1 มวน จะเสพนิโคตินประมาณ 6-8 มิลิกรัม ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นและกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ

ระบบไหลเวียนโลหิต และการทำงานของหัวใจ หากได้รับนิโคตินในสัดส่วน 1 ม.ก. ต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก. อาจทำให้ตายได้

2. น้ำมันดิน เป็นน้ำมันข้นเหนียวสีน้ำตาลไหม้ เกิดจากการเผาไหม้ของมวนบุหรี่ ในบุหรี่ 1 มวน จะเกิดน้ำมันดิน 20-30 ม.ก. ซึ่งมีสารคาร์ซิโนเจนอันก่อให้เกิดมะเร็งปอด และน้ำมันดินก็จะไปอุดตันในถุงลมปอด ทำให้ลดพื้นที่การแลกเปลี่ยนก๊าซในถุงลมปอดเกิดโรคหัวใจ ดรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป่งพองตามมา เป็นต้น

3. คาร์บอนมอนนอกไซด์ ควันบุหรี่ 1 มวน จะเกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ 3.2 % ซึ่งจะจับตัวกับเซลล์เม็ดเลือดแดงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสารคาร์บอกซีฮีโมโกลบินในเลือดสูงส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานหนัก เพื่อให้สูบฉีดโลหิตที่มีออกซิเจนไปได้มากขึ้น

4. ไนโตรเจนไดออกไซด์ มีในควันบุหรี่มากถึง 250 ส่วนในล้านส่วน เป็นสารที่ทำลายเยื่อหลอดลมส่วนปลายให้บานและโปร่งพอง ทำให้ร่างกายไอเรื้อรัง หากปล่อยไว้กลายเป็นโรคปอดได้ ฯลฯ

สารพิษในบุหรี่

ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ใบยาสูบ กระดาษที่ใช้มวน และสารที่ผสมในบุหรี่ได้แก่ เมนทอล ก่อให้เกิดสารขึ้นใหม่พันกว่าชนิด แต่ละชนิดเป็นพิษต่อร่างกายทั้งสิ้น สาระสำคัญที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่ นิโคติน ทาร์ แอมโมเนีย สารกัมมันตรังสี แร่ธาตุที่ตกค้างในใบยา เช่น โพแทสเซียม โซเดียม ยาฆ่าแมลง เมนทอล และกลุ่มก๊าซเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไน สารเหล่านี้มีผลต่อร่างกายเฉพาะอย่างไม่เหมือนกัน เมื่อสรุปผลของฤทธิ์สารต่าง ๆ ในควันบุหรี่ที่มีต่อร่างกายผู้สูบมีดังนี้

  1. กระตุ้นสมองส่วนกลาง ให้ประสาทตื่นตัวทำงานหนักกว่าปกติ เมื่อทำซ้ำ ๆ บ่อยครั้งเป็นเวลานาน เมื่อร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติประสาทจะเฉื่อยชา เนื่องจากถูกใช้งานหนักมาก่อน
  2. เกิดการเปลี่ยนแปลงหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยที่เลือดพาสารต่าง ๆ ที่ร่างกายได้รับจากบุหรี่ ไปสะสมที่ผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบ ในที่สุดทำให้เกิดอุดตันของหลอดเลือด นำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
  3. หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ อากาศที่ผู้สูบหายใจเข้าไปในขณะสูบ มีก๊าซเกิดจากการเผาไหม้ที่ร่างกายไม่ต้องการปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ก๊าซออกซิเจนที่ร่างกายต้องการลดลง ประกอบกับนิโคตินไปกระตุ้นให้ต่อมแอดรีนาด ผลิตฮอร์โมนแอดรีนาลิน ทั้งสองกรณีทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ การที่ร่างกายขาดออกซิเจนและอิทธิพลของฮอร์โมนแอดรีนาลินทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อยครั้งจะก่อให้เกิดโรคหัวใจขึ้นได้
  4. เกิดมะเร็งตามอวัยวะส่วนที่สัมผัสควันบุหรี่ตั้งแต่ช่วงปาก ลำคอ กล่องเสียงสายเสียง หลอดอาหาร โดยเฉพาะมะเร็งปอด ที่พบว่าผู้สูบบุหรี่เป็นกันมาก สารก่อมะเร็งในควันบุหรี่มีหลายอย่าง เช่น ทาร์ สารกัมมันตภาพรังสี ที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและกระแสเลือดได้นำไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดมะเร็งตามอวัยวะอื่นอีก เช่น ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือด
  5. ก่อให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง
  6. เป็นแผลที่กระเพาะอาหาร
  7. สารระคายเคือง เช่น ควัน แอมโมเนีย ขี้เถ้าจากากรเผาไหม้ ทำให้กลไกป้องกันโรคเสียไป ปอดและหลอดลมอักเสบจากสารระคายเคือง เป็นสาเหตุให้ติดโรคได้ง่ายพบว่าผู้สูบบุหรี่มักเป็นหวัดง่ายดังนั้น การสูบบุหรี่ จึงเป็นการสูดเอาควันที่มีสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ ซึ่งจำนวนของสารที่ได้รับและสะสมอยู่ในร่างกายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
  1. ชนิดของบุหรี่ กับการมีหรือไม่มีก้นกรอง
  2. จำนวนบุหรี่ที่สูบในแต่ละวัน
  3. จำนวนบุหรี่ที่ได้สูบทั้งหมดในชีวิต
  4. การสูบ ที่สูบจนเหลือก้นสั้น หรือยาว
  5. การสูด อัดควันเข้าปอดมากหรือน้อย

สารพิษเหล่านี้จะทำอันตรายต่อสุขภาพของผู้สูบให้ปรากฏอาการโรคต่าง ๆ ตลอดจนเสียชีวิตปีหนึ่งๆ เป็นจำนวนมาก

สาเหตุที่ทำให้คนสูบบุหรี่

  1. การเลียนแบบ เห็นผู้ใหญ่ พ่อ แม่ หรือเพื่อนๆ สูบ ก็สูบตามบ้างหรือต้องการให้ตนเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
  2. ชอบทดลองหรือเชื่อคำโฆษณา คิดว่าตนโตแล้วจึงต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ประกอบกับมีการโฆษณาชักชวนของบริษัทจำหน่าย จึงทดลองสูบ เมื่อสูบบ่อยเข้าจึงติดเป็นนิสัย
  3. เพื่อแสดงความมีอิสระ ความโอ้อวด และโก้เก๋ คิดว่าตนโตแล้วจึงต้องแสดงให้เห็นถึงความมีอิสระ ความสามารถที่สูบบุหรี่ได้ และเข้าใจผิดคิดว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งโก้เก๋
  4. เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ สูบเพื่อต้องการผ่อนคลายอารมณ์เครียด แก้เหงาหรือแก้เขินที่ไม่ทราบว่าจะทำอะไร หรือวางตัวอย่างไรดี
  5. การสูบจนติดเป็นนิสัย และ ด้วยความพอใจ ที่ปากและจมูกได้สัมผัส กับบุหรี่ ควันบุหรี่ และกลิ่น รส ที่ปรุงแต่งบุหรี่
  6. การจุดบุหรี่ให้ผู้อื่นบ่อย ๆ การจุดบุหรี่จะต้องดูดบุหรี่ด้วยไฟจึงจะติด ดังนั้น เมื่อจุดให้ผู้อื่นบ่อย ๆ ก็จะทำให้ติดบุหรี่ได้

    การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

1. อย่าจุดบุหรี่ให้ผู้อื่น เพราะถ้าจุดให้บ่อย ๆ อาจทำให้ติดได้ และไม่ควรสูบตามผู้อื่น

  1. อย่าทดลองสูบหรือเชื่อคำโฆษณา เพราะถ้าลองสูบแล้วอาจจะทำให้ติดได้
  2. อย่าคิดว่า การสูบบุหรี่เป็นสิ่งโก้เก๋ ควันบุหรี่ กลิ่นบุหรี่จากลมหายใจจากลมปากเวลาพูด จะทำให้ผู้อื่นรำคาญและรังเกียจ
  3. อย่าใช้การสูบบุหรี่เป็นเครื่องผ่อนคลายอารมณ์ หรือแก้เหงา ควรใช้วิธีอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น การอ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดนตรี หรือสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น
  4. สำหรับผู้ที่สูบอยู่ ควรพยายามเลิกให้ได้อย่างเด็ดขาด โดยอาศัยกำลังใจที่เข็มแข็งหรือปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งมีบริการตามสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ หรือแพทย์
  5. ถ้ายังไม่สามารถจะเลิกได้ ให้ลดจำนวนบุหรี่ที่สูบให้น้อยลง สูบบุหรี่ก้นกรองอย่าสูบอัดควันบุหรี่ให้เข้าปอดเต็มที่ และอย่าสูบให้เหลือก้นบุหรี่จนสั้น

พึงระลึกไว้เสมอว่า การสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพ สิ้นเปลือง และก่อความรำคาญให้แก่ผู้อื่น จนทำให้เขารู้สึกรังเกียจได้ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดเสียดีกว่า

โทษของการสูบบุหรี่

  1. โรคของหัวใจและหลอดเลือด

    1.1 โรคหัวใจโคโรนารี เป็นโรคที่ทำให้ถึงตายอย่างฉับพลันได้มากปีหนึ่ง ๆ โดยมีสาเหตุสำคัญ คือการสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดสูงการเสี่ยงต่อการป่วยและตายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความมากน้อยของสาเหตุดังกล่าว แต่โดยทั่วไปพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะป่วยตายด้วยโรคนี้ประมาณ 2-3 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และอาจสูงขึ้นไปถึง 9 เท่าได้ สำหรับผู้ที่สูบมากกว่า 2 ซองต่อวัน (1 ซองมี 20 มวน)

    สารนิโคติน* ที่สูดเข้าไปในปอดจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น การทำงานของหัวใจมากขึ้นจึงต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันสารนิโคตินมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัวเล็กลง ดังนั้นหลอดเลือดโคโรนารีที่มาเลี้ยงหัวใจจึงตีบเล็กลงด้วยและถ้ายิ่งมีไขมันในเลือดมาจับอยู่ที่ผนังของหลอดเลือดก็จะยิ่งทำให้หลอดเลือดเล็กลงไปอีก จึงนำเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ นอกจากนี้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในควันบุหรี่ยังไปรวมตัวกับเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง กลายเป็นคาร์บอกซีเฮโมโกลบิน แล้วไม่สามารถรับออกซิเจนไว้ได้ มีผลทำให้ออกซิเจนในเลือดแดงลดน้อยลงไปปริมาณออกซิเจนที่จะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจยิ่งลดน้อยลงไปอีก เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดหรือออกซิเจนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณหัวใจ แน่นหน้าอก บางครั้งอาจปวดร้าวไปถึงหลังตรงสะบักข้างซ้าย เป็น ๆ หาย ๆ อยู่เช่นนี้ นานเข้าก็จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานกะทันหัน เจ็บแน่นหน้าอก เป็นลมหมดสติถึงตายทันที

    นอกจากนี้ สารนิโคติน ที่ไปทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และหลอดเลือดหดตัวเล็กลงจะมีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ดังนั้น ความดันโลหิตสูงอาจมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ก็ได้

    1.2 โรคของหลอดเลือดในสมอง สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัวลงประกอบกับก๊าซคาร์บอน มอนนอกไซด์ไปรวมตัวกับเฮโฮโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้รับออกซิเจนน้อยลง เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองน้อย จะทำให้รู้สึกมึนงง วิงเวียนศีรษะ และอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียขาดประสิทธิภาพในการทำงาน และการสูบบุหรี่ยังมักจะทำให้มีไขมันในเลือดไปจับผนังหลอดเลือด และบางครั้งอาจมีหินปูนหรือแคลเซียมไปจับด้วย ก็ยิ่งทำให้หลอดเลือดตีบเล็กลงไปอีก การยืดหยุ่นเสียไป กลายเป็นหลอดเลือดตีบแข็ง ถ้าตีบมาก ๆ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือมีการอุดตันจากลิ่มเลือดเล็ก ๆ หรือหลอดเลือดแตกจากการออกแรงออกกำลังกายมาก ๆ หรือความดันเลือดสูง เนื้อสมองจะตายเสียหน้าที่ไป มีผลทำให้เป็นอัมพาตที่อวัยวะต่าง ๆ หรือเสียชีวิตได้าสูบอัดควันบุหรี่ให้เข้าปอดเต็มที่ และอย่าสู

    1.3 โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย การสูบบุหรี่จัด อาจทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า แขน หดตัวเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะนั้น ๆ ไม่เพียงพออาจเกิดแผลเนื้อตายได้

    1.4 ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง ปกติเลือดดำที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะถูกส่งไปยังถุงลมปอดเพื่อถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วรับออกซิเจนเข้ามาเป็นเลือดแดง (ออกซีเฮโมโกลบิน) สำหรับให้หัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกาย

    เมื่อคนสูบบุหรี่ จะสูดเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในควันบุหรี่เข้าไปในถุงลมปอดก๊าซนี้มีคุณสมบัติรวมตัวกับเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจนมาก กลายไปเป็นคาร์บอกซีเฮโมโกลบิน และในคนสูบบุหรี่จะมีสารนี้มากกว่าคนไม่สูบประมาณ 5-10 เท่า ดังนั้นจึงทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายขาดออกซิเจนทำให้มึนงง และเหนื่อยเร็วกว่าปกติ

    1. โรคมะเร็ง

      2.1 โรคมะเร็งของปอด เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานน่าสมเพชเป็นอย่างมาก การสูบบุหรี่มากและนานจะยิ่งเสี่ยงต่อการป่วยและตายด้วยโรคมะเร็งของปอดมากขึ้นผู้ที่สูบบุหรี่วันละ 1 ซอง (20 มวน) จะตายด้วยโรคนี้ประมาณ 10 เท่า และผู้ที่สูบวันละ 2 ซองจะตายประมาณ 20 เท่าของผู้ที่ไม่สูบเลย

      ควันบุหรี่ที่ประกอบด้วยน้ำมันดิน สารคาร์ซิโนเจนชนิดต่าง ๆ และที่สำคัญคือ สารเบนโซ เอ พัยรีน จะไปจับที่ผนังหลอดลมและถุงลมปอด ทำให้เนื้อปอดเป็นจุดดำเต็มไปหมดเมื่อนานเข้าก็จะทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งเกิดเป็นโรคมะเร็งของปอดขึ้น

      2.2 โรคมะเร็งของกล่องเสียง ลำคอ และช่องปาก เกิดจากการระคายเคืองของสารพิษคาร์ซิโน เจน ที่อยู่ในควันบุหรี่

      2.3 โรคมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากสารพิษคาร์ซิโนเจนบางชนิดที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ เช่น บีต้าแนพธีลามีน และอื่น ๆ

      3.โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมของปอดโป่งพอง

      เป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้มีอาการไอ หอบ เหนื่อยอยู่เกือบตลอดเวลา การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้

      การอักเสบเกิดขึ้นจากการระคายเคืองของควันบุหรี่และสารพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดิน จะไปจับตามขนอ่อนของเซลล์ที่บุท่อทางเดินหายใจแล้วทำให้เสียหน้าที่ไป ไม่สามารถพัดดบกสิ่งสกปรกและเสมหะออกเพื่อทำความสะอาดหลอดลมได้ ดังนั้น เมื่อมีฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคเข้าไปก็จะจับอยู่ที่หลอดลมหรือลงไปจนถึงถุงลมปอด ทำให้เกิดการระคายเคืองการอักเสบและมีเสมหะออกมา อีกทั้งสารนิโคตินก็กระตุ้นให้มีเสมหะออกมากด้วย ทำให้ต้องไอบ่อย ๆ เพื่อเอาสิ่งสกปรกและเสมหะออก การอักเสบ การไอเรื้อรัง ประกอบกับทางผ่านของลมหายใจมีการอุดตันจากสิ่งสกปรกและเสมหะ ลมหายใจเข้าไปแล้วออกไม่สะดวก จะทำให้ถุงลมเล็กๆ ของปอดโป่งพองผนังของถุงลมปอดยืดแล้วหดเข้าที่ไม่เหมือนเดิม หน้าที่ของปอดจึงเสียไป ต้องไอบ่อยๆ หายใจลำบาก หอบ และเหนื่อยง่าย การไอมักจะไอมากเวลาเช้า หรือเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ ทั้งนี้เพราะสิ่งสกปรกและเสมหะที่ขังอยู่ในถุงลมหรือหลอดลมเล็กๆ เหล่านั้นจะทำให้เกิดการระคายเคืองแล้วทำให้ไอซ้ำๆ เพื่อเอาสิ่งเหล่านั้นออกให้หมด จึงจะหยุดไอ แต่แล้วสิ่งสกปรกกับเสมหะก็เริ่มต้นลงไปขังอยู่ในปอดอีก จะเป็นอยู่เช่นนี้เรื่อยไป

      การที่หน้าที่ของปอดเสียไปนี้ ยังทำให้การไหลเวียนเลือดที่มายังปอดและหัวใจผิดปกติไปด้วย นานเข้าอาจเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคหัวใจวายได้ด้วยและต้องทนทุกข์ทรมานจากการหายใจลำบาก

      4. โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคแผลในกระเพาะอาหารเป็นโรคเรื้อรังที่พบในผู้สูบบุหรี่มากกว่าในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่สารนิโคตินจะทำให้ตับและตับอ่อนหลั่งน้ำหลั่งพวกด่าง (ไบคาร์บอเนต) ที่จะส่งไปยังกระเพาะอาหารน้อยลง ดังนั้น จึงไปทำปฏิกิริยากับกรด (กรดเกลือ) ในกระเพาะอาหารให้เป้นกลางได้น้อย เมื่อมีกรดเหลืออยู่มากจึงย่อยผนังของกระเพาะอาหารจนเป็นแผลสาเหตุอีกประการหนึ่ง คือ สารนิโคตินในน้ำลายที่ถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารจะทำให้เกิดการระคายเคืองทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร กินอาหารไม่ตรงเวลา น้ำกรดหลั่งออกมากจึงทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล

      5. ผลเสียต่อการตั้งครรภ์และทารก หญิงที่สูบบุหรี่จะทำให้เกิดผลเสียต่อการตั้งครรภ์และทารกที่คลอด เปรียบเทียบกับของหญิงที่ไม่สูบบุหรี่ ดังนี้

      5.1 แท้งได้ง่ายกว่า

      5.2 ทารกเกิดไร้ชีพ (หรือตายในท้อง) มากกว่า

      5.3 ทารกเกิดใหม่ตายได้ง่ายกว่า

      5.4 น้ำหนักเฉลี่ยของทารกต่ำกว่า

      5.5 ความพิการตั้งแต่กำเนิด เช่น หัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดจะพบได้มากกว่าทั้งนี้อาจเนื่องจากหลอดเลือดที่นำเลือดจากแม่ไปยังทารกหดตัวเล็กลงจากฤทธิ์ของนิโคตินกับมีสารคาร์บอกซีเฮโมโกลบินและสารพิษต่างๆ จากควันบุหรี่เข้าไปอยู่ในกระแสเลือดของแม่และทารกมาก จึงทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์

      6. ผลเสียอื่นๆ

      6.1 การสูบบุหรี่ ทำให้ตาแห้ง ตามัว ริมฝีปากเขียว ปลายนิ้วมือและเล็บที่ใช้คีบบุหรี่และฟันเป็นคราบสีเหลือง คอแห้ง เสียงแหบ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และอาจทำให้การได้กลิ่นรับรู้รสเสียไป

      6.2 การสูบบุหรี่อาจทางชักนำไปสู่การเสพสิ่งเสพย์ติดอื่นๆ เช่น กัญชา หรือผงขาว 9ล9 ได้

      6.3 การเริ่มลองสูบใหม่ๆ สารนิโคตินจะกระตุ้นสมองและกระเพาะอาหารลำไส้ให้บีบตัว ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดถ่ายอุจจาระได้ และควันบุหรี่จะไประคายเคืองคอทางเดินหายใจ ทำให้ไอ หรือสำลักได้

       

       

       

      ที่มาและความสำคัญ

ยาเสพติดไม่เพียงก่อให้เกิดปัญหาภายในประเทศ แต่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศด้วยจนต้องมีการร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามในเหตุการณ์ปัจจุบัน เหตุที่ทำรายงานเรื่องนี้เพราะอยากรู้ว่านักศึกษาชายในวิทยาลัยการอาชีพชนแดนบางคนถึงชอบสูบบุหรี่ และจะได้รู้ว่าโทษของบุหรี่ร้ายแรงแค่ไหน ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากน้อยเพียงไร และทางวิทยาลัยการอาชีพชนแดนมีทางแก้ไขปัญหาในการสูบบุหรี่ของนักเรียนชายในวิทยาลัยอย่างไร

บุหรี่ก็เป็นสารเสพติดประเภทหนึ่งที่ทำให้ผู้เสพได้ลองแล้วทำให้ติดได้ง่ายและในทางกลับกันบุหรี่เมื่อได้สูบเข้าไปแล้วก็เลิกสูบได้ยากเหมือนกัน บุหรี่นั้นส่วนมากผู้ชายบางคนจะชอบสูบละชอบที่จะลองมัน และนักศึกษาชายในวิทยาลัยการอาชีพชนแดนบางคนหรือบางกลุ่มก็ชอบสูบบุหรี่กัน ส่วนที่พวกเข้าจะสูบได้นั้นคือในห้องน้ำชาย เพราะห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ลับไม่มีใครเห็น เช่นอาจารย์ที่วิทยาลัยการอาชีพชนแดน เพราะพวกเขาสูบเขาไม่อยากให้อาจารย์เห็นเพราะถ้าอาจารย์เห็นแล้ว พวกเขาก็จะถูกลงโทษ เพราะฉะนั้นถ้าพวกเขารู้แล้วว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ดีแล้ว ทำไมพวกเขาถึงอยากที่จะลองและทดสอบมันด้วยละ

การที่นักศึกษาชายอยากจะสูบบุหรี่ก็คือ เพื่อความเท่เพราะว่าเวลาสูบบุหรี่แล้วคิดว่าตัวเองเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้หญิงสนใจตัวเอง และเพื่อความอยากลองที่จะสูบว่ามันดียังไง และอีกประการหนึ่งก็คือสูบตามเพื่อนเห็นเพื่อนสูบแล้วก็อยากสูบบ้างเพราะว่าคงคิดว่าบุหรี่สูบแล้วดี

แต่นักศึกษาชายวิทยาลัยการอาชีพชนแดนบางคนยังไม่รู้ถึงโทษของบุหรี่ว่ามันเป็นอย่างไร เมื่อสูบเข้าไปแล้วมักพบว่ามีอาการปวดศีรษะ ท้องผูก หรือท้องเดินนอนไม่หลับ สำหรับผลของนิโคตินต่อระบบอื่นของร่างกาย รวมทั้งสารอื่น ๆ ที่พบในบุหรี่ เช่น น้ำมันดิบ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (เกิดขณะสูบ) จะมีผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายด้วย เมื่อได้รับสารพ่นเหล่านี้ประจำผู้เสพอาจเป็นโรคหรือมีอาการผิดปกติ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดแข็งตัว (ทำให้ตายปัจจุบันทันทีได้) นอกจากนี้ยังทำให้ลมปากและลมหายใจเหม็นถ้าผู้เสพเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์และอาจมีสิทธิ์ที่จะแท้งได้ง่าย เมื่อร่างกายขาดยา ผู้เสพจะรู้สึกกระสับกระส่ายขาดสมาธิ เนื่องจากผลการขาดยาทางใจ นักศึกษาชายบางคนรู้แล้วว่าการสูบบุหรี่มีโทษอย่างไร สูบแล้วทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรม เลิกตอนนี้ก็ยังไม่สายเพราะเรายังเป็นเด็กอยู่เราไม่ควรที่จะสูบเข้าไปมาก

จุดมุ่งหมาย

  1. เพื่อให้รู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่
  2. เพื่อป้องกันและแก้ไขดูแลครอบครัวที่สูบบุหรี่
  3. เพื่อให้รู้ถึงที่มาของการสูบบุหรี่
  4. เพื่อให้รู้ว่านักศึกษาชายในวิทยาลัยการอาชีพชนแดนถึงชอบสูบบุหรี่

สมมุตติฐานของการศึกษาค้นคว้า

  1. นักศึกษาชายที่วิทยาลัยการอาชีพชนแดนบางกลุ่มถึงชอบสูบบุหรี่เพราะความเท่และเป็นจุดเด่นที่จะทำให้ผู้หญิงสนใจ
  2. นักศึกษาชายบางคนชอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำเพราะจะได้ไม่มีคนเห็น
  3. สูบเพราะความท้าทายไม่เกรงกลัวอาจารย์ฝ่ายปกครอง
  4. นักศึกษาชายบางคนที่สูบบุหรี่อาจจะมาจากปัญหาทางบ้านพอไม่มีอะไรแก้ไขก็เลยหันมาสูบบุหรี่แทนเพื่อความคายเครียด
  5. สูบเพราะเห็นเพื่อนสูบและสูบตามเพื่อนว่ามันดีขนาดไหนทำไมเค้าถึงได้สูบกันมากมายขนานนี้
  6. นักศึกษาชายบางคนเห็นพ่อสูบและก็สูบตามพ่อ เพราะคิดว่าพ่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก

วิธีการดำเนินงาน

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. กระดาษรายงาน
  2. รูปภาพเกี่ยวกับบุหรี่
  3. หนังสือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล

แนวการศึกษาค้นคว้า

เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในวิทยาลัยการอาชีพชนแดนว่าปัญหาการสูบบุหรี่ของนักศึกษาชายว่าร้ายเพียงใด และมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร

เวลาดำเนินงาน

วันเริ่มดำเนินงาน วันที่ 14 มิถุนายน 2548

กำหนดวันสิ้นสุดการทำรายงาน วันที่ 16 สิงหาคม 2548

งบประมาณในการจัดซื้อ

( 1 ) สมุดดำเนินงาน 20 บาท

( 2 ) รูปภาพเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ 20 บาท

( 3 ) งบประมาณการเข้าเล่มรายงาน 15 บาท

เอกสารและแหล่งข้อมูล

  1. นิตยสาร 5. จากเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้ชาย
  2. สอบถามจากอาจารย์ที่ปรึกษา 6. จากคอมพิวเตอร์
  3. จากสื่อโทรทัศน์ 7. ห้องสมุดโรงเรียน
  4. หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ

แบบสอบถาม

โครงงาน เรื่อง การสูบบุหรี่

ให้ท่านเติมเครื่องหมายถูกลงในช่องที่ต้องการ

เพศ ชาย หญิง

อายุ 18-25 26-35

36-45 46-60

60 ปีขึ้นไป

อาชีพ รับราชการ นักศึกษา

ทำไร่-ทำนา ค้าขาย

อื่น ๆ

ให้ท่านเติมเครื่องหมายถูกในช่องที่ต้องการ

1.ท่านคิดว่าการสูบบุหรี่ของนักศึกษาชายวิทยาลัยการอาชีพชนแดนมีมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

2.ท่านคิดว่านักศึกษาชายที่ชอบเข้าไปสูบบุหรี่ในห้องน้ำมีมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

3.ท่านคิดว่าการสูบบุหรี่อาจจะเกิดโรคมะเร็งและโรคปอดมีมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

4.ท่านคิดว่านักศึกษามีความรู้เรื่องบุหรี่มากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

5.ท่านคิดว่าการสูบบุหรี่ของนักศึกษาชายมีผลกระทบต่อการเรียนมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

6.ท่านคิดว่านักศึกษาชายสามารถหลีกเลี่ยงจากการสูบบุหรี่ได้มากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

7.ท่านคิดว่านักศึกษาชายที่ชอบสูบบุหรี่ดูดี ดูเท่ ในสายตาท่านมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

8.ท่านคิดว่าการสูบบุหรี่ของนักศึกษาชายมีผลกระทบต่อคนรอบข้างมากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

9.ท่านคิดว่าการสูบบุหรี่สามารถทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงได้มากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี

10.ท่านคิดว่านักศึกษาชายที่ชอบสูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อการติดบุหรี่มากน้อยเพียงใด

มาก มากที่สุด น้อย ปานกลาง ไม่มี