สิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นกระบวนการสร้างจิตสำนักแก้วิกฤติปัญหาทางสิ่งแวดล้อม

เป็นที่ทราบและตระหนักโดยทั่วกันแล้วว่า โลกกำลังประสบกับปัญหาวิกฤติในหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือปัญหาทางสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะปฏิกูลที่เป็นบ่อเกิดของโรคภัย ปัญหาสารพิษที่ตกค้างทั้งในแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ปัญหาเสียงดังเกินขอบเขตสร้างความเครียด ปัญหาอากาศเสียควันดำเกินค่ามาตรฐานที่คนและสัตว์จะรับได้ และที่กำลังเป็นคำพูดติดอันดับคือ โลกร้อน ฤดูกาลผันแปร ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากน้ำมือมนุษย์เราทั้งสิ้น การแก้ปัญหาจึงต้องแก้ที่คน วิธีการแก้คนคือการให้ความรู้ความเข้าใจให้การศึกษา สร้างจิตสำนัก รักและห่วงใย สิ่งแวดล้อมศึกษาจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญของการให้การศึกษานั้น ซึ่งความหมายของสิ่งแวดล้อมศึกษา คือ กระบวนการทางการศึกษา ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่อยู่โดยรอบ ทั้งที่เป็นธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นและความสัมพันธ์ระหว่างประชากร มลภาวะ ทรัพยากรกานอนุรักษ์ การคมนาคม เทคโนโลยี การวางแผนเกี่ยวกับเมืองและชนบท กับสิ่งแวดล้อมของมนุษย์

จากการประชุมที่เมืองทบิลิซี่ (Tbillsi) ประเทสสหภาพโซเวียต เมื่อปี พ.ศ. 2520 สรุปความหมายของสิ่งแวดล้อมศึกษา ( Environment Education ) สรุปได้ว่า " สิ่งแวดล้อมศึกษา คือ กระบวนการที่มุ่งสร้างให้ประชากรโลกมีความสำนึกและห่วงใยในปัญหาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มีความรู้ เจตคติทักษะความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นที่จะหาทางแก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่ และป้องกันปัญหาใหม่ ทั้งด้วยตนเองและด้วยความร่วมมือกับผู้อื่น "

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของสิ่งแวดล้อมศึกษา

 คือการพัฒนามนุษย์ให้เกิด ความสำนึกในการลงมือและร่วมมือในการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ป้องกันและร่วมแก้ไขปัญหาที่จะเกิดหรือเกิดขึ้นแล้วร่วมกัน โดยสามารถสรุปวัตถุประสงค์ได้ 5 ประการดังนี้

1. การสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับพื้นฐานของการทำงานของธรรมชาติ ระบบนิเวศ ความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม สาเหตุของการเกิดปัญาหาด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำจากน้ำมือมนุษย์ รวมทั้งแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา

2. ความตระหนักรับรู้รับทราบ ในปัญหาและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความรักความหวงแหน การมีจิตสำนึกเห็นคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3. เจตคติ ค่านิยม ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ความตั้งใจจริงและมุ่งมั่นที่จะป้องกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้คงสภาพที่ดี แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่และการป้องกันปัญหาใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น

4. ทักษะ ที่จำเป็นต่อการพัฒนา และแก้ไข เช่น ทักษะการสังเกต      ที่เกิดขึ้นเปลี่บนแปลง หรือดำรงอยู่  ทักษะการบ่งชี้ปัญหา การเก็บข้อมูล การตรวจสอบ แปลความ วิเคราะห์ข้อมูล ทักษะการวางแผน การแก้ปัญหา และทักาะการตัดสินใจ ซึ่งจำเป็นต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจากแนวคิดของแต่ละคนแต่ละฝ่าย

5. การมีส่วนร่วม ทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคม ที่จะช่วยให้มนุษย์มีประสบการณ์ที่แตกต่างกันในการนำความรู้และทักษะมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเพื่อสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาควรพัฒนากับใคร

คำตอบจากความหมายและเป้าหมายข้างต้น ก็ตอบได้ว่า สิ่งแวล้อมศึกษา จะเป็นเครื่องมือ สำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยอาศัยกระบวนการทางการศึกษา ฉะนั้น เป้าหมายในการพัมนาสิ่งแวดล้อมศึกษา " คือ อยู่ที่คนทุกคน ทุกคนเป็นเป้าหมาย สิ่งแวดล้อมศึกษามีเป้ามหมาย พัฒนาคุณภาพของประชากรโลก โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา และเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนต่อเนื่องไปทุกระดับ และทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน