สภาวะของจิตที่เป็นสมาธิ ... ช่วยให้ผมมีคำตอบในหลายสิ่งอย่าง

ผมอยู่กับสายฝนที่โปรยลงมาด้านนอก...ในยามสงัดของปลายทางแห่งรัตติกาล...

ทุกอย่างรอบตัวเสมือนหยุดนิ่ง ... ยินแต่เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคา...มองออกไปนอกหน้าต่างด้านหลังห้อง  สายฝนโปรยลงมาบาง ๆ ไม่ขาดสาย พื้นดินเจิ่งนองด้วยน้ำฝน ฤดูกาลของความชุ่มฉ่ำดำเนินสืบต่อมาหลายวันแล้ว....

ผมยังอยู่กับความเงียบงัน...

ขณะที่ใจวูบไหวไปตามความรู้สึกนึกคิดที่เกี่ยวพันมาตั้งแต่ราตรีกาลปกคลุมโลก...หากแต่เป็นความวูบไหวเพียงเล็ก ๆ พอที่จะทำให้ต้องทบทวนบางสิ่งอย่าง...อย่างพินิจพิเคราะห์...

เป็นอีกค่ำคืนหนึ่ง...ที่ผมยังอยู่กับโลกแห่งราตรีกาล ขณะที่ตาตื่น...

หากการนอนในห้วงยามนี้เป็นการนอนที่หลับสนิทที่สุด ที่ส่งผลให้การตื่นเช้ามีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผมก็คงจะดำเนินผิดหลัก เพราะผมยังตื่นอยู่โดยตลอด...

ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ผมอยู่กับหนังสือหลายเล่ม ทั้งที่อ่านเอาสาร และ อ่านเอารส ... ผมมักจะเป็นเช่นนี้ ยามเมื่อเจอกับหนังสือบางเล่มที่ชวนให้ติดตาม อย่างเล่มที่ผมอ่านในคืนที่ผ่านมา "ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 " ผลงานของ วินทร์ เลียววารินทร์ ... เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ทำให้ผม ตื่น อยู่จนบัดนี้...

ยามสงัด...

เสียงเพลงบทสวดมนต์ที่มีท่วงทำนองเฉพาะของพุทธศาสนา แนวทางของทิเบต ... ดังมาจากเครื่องเสียงภายในห้อง ช่วยทำให้ผมนิ่ง... และเริ่มเข้าสู่การทำสมาธิ ... เบื้องหน้าผมมีเพียง เทียนขาวหนึ่งเล่มที่ถูกจุดขึ้นมา เพื่อให้สายตาผมจับจ้องอยู่กับเปลวเทียน ...

สภาวะของจิตที่เป็นสมาธิ ... ช่วยให้ผมมีคำตอบในหลายสิ่งอย่าง ดูเหมือนอะไรบางอย่างที่ยังรู้สึกค้างคา ค่อย ๆ คลี่คลาย  ขณะที่ความวูบไหวภายในก็ค่อย ๆ จางหาย กลับสู่ความนิ่ง ...

ผมออกจากการทำสมาธิเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ... รู้สึกได้ถึงความ นิ่ง และ สงบ ... อย่างน้อยความคิดวุ่นวายก็ไม่รุกถี่เข้ามารบกวนในหัวใจ....

อีกไม่นาน รัตติกาล  ก็จักโรยตัวจากไป  ผมยังลุ้นอยู่ว่า เช้าวันใหม่ จะพบแสงแรกของตะวันหรือไม่ ... หากไร้ซึ่งเมฆหม่น ปกคลุมฟ้า แสงแรกของตะวันก็จะมาเยี่ยมอีกไม่นานเกินรอ...

ผมบอกกับตัวเองว่า ผมพร้อมแล้วกับการต้อนรับเช้าวันใหม่ ...