เมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์ 49) ช่วงบ่าย 3 โมงกว่า อาจารย์หนึ่ง รองผู้อำนวยการสำนักหอสมุด โทรมาหาผมเพื่อเชิญไปเป็นวิทยากรให้สำนักหอสมุด (ตามที่เคยคุยกันเมื่อวันที่ 5-6 มกราคม 49) เพื่อพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับการเขียนบันทึกลงบล็อก สำหรับก๊วน (CoP) ของสำนักหอสมุด ซึ่งขณะนี้มีบล็อกประมาณ 14 บล็อก

   ครั้งแรกอาจารย์หนึ่งเลือกวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันดีวันวาเลนไทน์ สำหรับผู้ที่มีบล็อกอยู่แล้ว และจะจัดอีกครั้งให้ทำบล็อกจริงสำหรับคนที่ห่างเหินจากบล็อกและผู้ที่จะเข้ามาใหม่ แต่ผมทักท้วงว่า เดือนกุมภาพันธ์นี้ gotoknow กำลังปรับปรุงระบบ ไม่ควรจัดอบรมเรื่อง blog ในเดือนนี้ (เพราะว่าช่วงกลางวันจะเขียนบันทึกไม่ได้เลย ระบบทำงานช้ามาก ต้องมาเขียนเอาตอนกลางคืน)  ตกลงเราจึงสรุปว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ (ช่วงเช้า) จะเป็นการพูดคุยกันธรรมดา (เกี่ยวกับเทคนิคการเขียนบล็อก) ไม่มีภาคปฏิบัติที่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไร ใช้แต่ Low tech. คือดินสอ,ปากกาและกระดาษ  พอถึงเดือนมีนาคม จะเป็นการลงมือปฏิบัติการสร้างบล็อกและเขียนบันทึกรวมทั้งพูดถึงลูกเล่นต่างๆ (หวังว่าคงได้ใช้ gotoknow version 2.0)

   ผมหวังว่าอ.หนึ่งจะไม่เลือกวันที่ 10 มีนาคม 49 เพราะว่าวันที่ 10 มีนาคม ทางหน่วยประกันฯ โดยคุณตูน ได้ชวนผมกับคณะ UKM ไปดูงานที่บริษัทโตโยต้า สมุทรปราการเกี่ยวกับเรื่อง KM และบล็อก (อ.อาจจะถูกชักชวนไปด้วยแล้ว)

   เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2549 ในคราว "KM สัญจร ครั้งที่ 2" ของ สคส ที่จังหวัดพิจิตร ผมได้พูดคุยกับท่านอาจารย์ประพนธ์ ผาสุขยืด หลายชั่วโมง ตอนหนึ่งอาจารย์ประพนธ์ถามผมทำนองว่า จะไปเป็นวิทยากรพูดแนะนำเรื่อง KM เบื้องต้น กับการอบรมการสร้างบล็อกจะได้ไหม ผมคิดว่าผมทำได้ก็เลยตอบท่านอาจารย์ประพนธ์ไปว่าได้ (เพียงแต่ว่าจะมีคนเชิญหรือไม่) ท่านก็เลยขอเบอร์โทรศัพท์มือถือของผมไว้ เผื่อว่าถ้าใครติดต่อให้ท่านอาจารย์ประพนธ์ไปเป็นวิทยากรและท่านไม่ว่างจะได้แนะนำให้ผมไปแทน (ความจริงคิวแรกจะเป็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่เชียงใหม่)

   ที่พิจิตร มีหลักสูตรอันหนึ่ง เรียกว่า "วปอ" ซึ่งไม่ใช่ "วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร" แต่เป็นอะไรนั้นดูจากภาพนี้ครับ

   
   
 

 ภาพความหมายของ วปอ.ภาคประชาชน จังหวัดพิจิตร

   วปอ.ภาคประชาชนของเขาย่อมาจากคำว่า "วิทยากรกระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งพาตนเองและพี่งพากันเอง" เป็นคำที่เสียดสีสังคมเล็กน้อย เพราะว่าเกษตรกรพึ่งพาระบบโรงเรียนไม่ได้ จึงต้องตั้งโรงเรียนของตนเองเป็นโรงเรียนเกษตรกร

    ครูโรงเรียนเกษตรกรหรือวปอ.เขาก็หามาจากคนในท้องถิ่น คัดเลือกมาจากเกษตรกรหลายสาขา ใครถูกเลือกให้เป็นครู เขาก็เรียกว่า "วิทยากร แถวหนึ่ง" ต่อไปเขาก็สร้างวิทยากรต่อๆ มา (เปิดมา 12 รุ่นแล้ว) เป็น วิทยากรแถว2, แถว 3 และ แถว 4 และ.....เรื่อยๆ

   คุณโอ (รัตน์ทวี อ่อนดีกุล) หรือ RO_NUQA เคยแนะนำไว้ใน บันทึกชื่อว่า บอกว่า "ไม่ชอบพูดจริงๆ" นะเนี่ย ว่าวิทยากรในมน. ที่สามารถถ่ายทอดเรื่อง "บล็อก" ได้ ณ ตอนเขียนเรื่องว่ามีอยู่ 4 ท่าน คือ ท่านอาจารย์วิบูลย์,ท่านอาจารย์มาลินี,ผม beeman และคุณบอย (พบความลับว่าคุณโอเปิดบล็อก 3 บล็อก คือ NUQA staff..RO, ooo_nuqa_48 และ บันทึกของฉัน เข้าใจว่าบล็อกสุดท้ายคุณธิดารัตน์หรือเก๋ คณะวิทยาศาสตร์ จะยืมชื่อคุณโอไปใช้ครับ)

   พอมี reference ยืนยันจาก ท่านอาจารย์ประพนธ์ (ผมคิดเอาเอง), อาจารย์หนึ่ง และคุณโอ ดังนี้ ผมก็พอจะมั่นใจได้ว่า "คงเป็นวิทยากรได้มั้ง" (เฉพาะเรื่อง บล็อกครับ และหลักการของ KM เบื้องต้น)

   ประมวลความคิดทั้งหมด ตามความคิดของผม ผมจัดวิทยากรเกี่ยวกับ KM และ บล็อกไว้เบื้องต้นเป็น 4 แถวดังนี้

  1. วิทยากรแถวหนึ่ง ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์, ท่านอาจารย์ประพนธ์, อาจารย์จันทวรรณและอาจารย์กรกฎ เป็นต้น
  2. วิทยากรแถวสอง เช่น ท่านอาจารย์หมอจิตเจริญ, Dr.Ting, ท่านอาจารย์วิบูลย์, ท่านอาจารย์มาลินี เป็นต้น
  3. วิทยากรแถวสาม เช่น คุณชายขอบ, อาจารย์เสมอ ถาน้อย เป็นต้น
  4. วิทยากรแถวสี่ น่าจะเป็น คุณบอย และ beeman เป็นต้น

    นี่คือที่มาของวิทยากรแถว 4 หากท่านจะเชิญวิทยากร ต้องเลือกเชิญตามลำดับ หาก แถว 1,2 และ 3 ไม่ว่าง ก็ต้องเชิญแถว 4 แล้วละครับ......