แต่ละวันเราได้ฝึกสติ หยุดคิดอยู่กับที่ไม่ฟุ้งซ่าน

ครอบครัวดิฉัน ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้  แต่ทำไมทุกคนไม่มีอาการ <p>  คุณแม่ เป็นผู้หญิงแข็งแรง  ออกกำลังกายทุกเช้า จ็อกกิ้งทุกวัน ท้องอืดแน่นไปหาหมอไม่ได้ขาด แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร กว่าจะรู้ก็สายลามไปปอด ไปไกลเกินที่จะรับได้ </p><p>คุณพ่อก็มะเร็งลำไส้  พี่สาวก็มะเร็งลำไส้  แต่ทุกคนก็ตัดต่อได้ไม่ต้องถ่ายทางหน้าท้อง</p><p>ฝ่ายป้าครอบครัวนั้นเป็นมะเร็งตับทั้งที่จะอนามัยสุดๆ ผักดิบของดิบไม่แตะ   แม่ และลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3 ปีเดียวกันห่างกัน ไม่ถึงเดือน อีกคนก็กินไม่ได้  รอวันไป  อีกคนยังไม่ได้ให้ยากังวลว่าแม่จะไปไม่ทันเห็นหน้า</p><p>ความเจ็บป่วยไม่เข้าใครออกใคร เราก็ได้แต่ปลอบว่าสวดมนต์ทำใจทุกคนไม่พ้น  คนที่อยู่ชีวิตต้องก้วต่อไป ทุกอย่างมีทางแก้ไข ทใจให้สงบสยบดรคร้าย ด้วยความที่ลูกสาวป้ากังวลว่าถ้าได้ยาช้า 1 เดือนโรคจะลุกลาม เราต้องให้เขาคิดย้อนว่าวันนี้พร้อมรึยัง  น้ำหนักยังน้อย ที่สำคัญเริ่มกินได้ อยากให้น้หนักขึ้นมาก  ดูแลตนเองดูแลใจให้สงบ การได้ยาอยู่ที่ว่าร่างกายจะรับได้ด้วยหรือไม่</p><p>วันหนึ่งๆ กินให้บ่อยๆ น้อยๆครั้งระวังไม่ให้แน่นอืด หาส่วนที่ร่างกายสบายที่สุด</p><p>ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่พอใครเจ็บป่วยก็ข่วยให้กำลังใจมาเยี่ยมบ้าน คึกคักคนมากมาย   พี่สาว  เรายอมรับว่าเขาเก่งมากหน้าตาสดใส กินได้นอนหลับ  เจาะเลือด เช็คร่างกาย  ใบหน้าอิ่มเอบเหมือนคนไม่ป่วย  วึ่งเขามีเคล็ดลับที่ไม่ยอมแพ้  คนที่แพ้คือคนตาย  คิประจำใจที่ทำให้เขาสามารถบอกคนอื่นได้ว่าการดูแลตนเองให้ปราศจากมะเร็งทำได้อย่างไร   </p><p>เขาไม่เคยปฏิเสธยา แต่เขาใช้ยาอย่างมีเหตุผล  วิตามิน  น้อยมากที่จะกิน(ที่หมอสั่งให้)    ชีวิตแต่ละคนคือวิถีของการปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม  ดังนั้นขามีเทคนิคการให้กำลังใจตนเองน่ายกย่อง</p><p> เราซะอีกที่เหมือนคนป่วยหนักเข้าทุกวันเพราะวันๆไม่ออกกำลังกาย  รู้แต่ไม่ปฏิบัติได้ประโยชน์ อะไร เหนื่อยหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย  กินอาหารถุงพลาสติก ที่มีแต่ผงชูรส  เลือกชีวิตที่เหมาะสมไม่ได้   </p><p>จริงๆแล้วเลือกได้ถ้าตั้งใจจริง แต่ด้วยความขี้เกียจจึงไม่ได้ปฏิบัติ </p><p>ดีที่แต่ละวันเราได้ฝึกสติ หยุดคิดอยู่กับที่ไม่ฟุ้งซ่าน</p><p>http://gotoknow.org/file/wilawan1/view/106402</p>