นั่งอยู่บนแท่นหัวกระโหลก มือถืออาวุธ

  

        ผู้เขียนได้เข้าถ้ำ ตามที่ชอบอีกครั้ง วัดถ้ำน้ำสมชื่อจริงๆ เมื่อเดินลงไปยังถ้ำ  จะพบทางเดินที่เป็นพื้นปูนแคบๆ แต่มีน้ำสองข้างทางที่ผ่าน มันไม่ใช่แค่นั้น เมื่อส่งสายตาให้กว้างออกไป ปรากฏว่า เหมือนตัวเอง ยืนอยู่ท่ามกลางเวิ้งน้ำ ที่แผ่กว้าง จนลับหายเข้าไปในซอกผนังถ้ำ  บางจุด ผิวน้ำ จรดหลังคาถ้ำ ที่ลาดลงมา เหมือนการสัมผัสกันระหว่างแผ่นหินที่แข็งแรง และสายน้ำที่อ่อนโยน ก่อนจะยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางความมืดในมุมถ้ำนั้นๆ

 

 สวยงามเหลือเกิน กับความวิจิตรพิสดาร ที่ใครก็ไม่ทราบมาบรรจงสร้างสรรค์เอาไว้ พื้นถ้ำ เย็นเยียบ ถ้าถอดรองเท้าเดิน    (เคยถอด)เราจะสัมผัสกับความนุ่มเนียนของผืนดินคล้ายเดินบนพรมทีเดียว มีปล่องอากาศ ที่มีแสงจากด้านบนส่องเข้ามาได้บ้าง บางแห่งเมื่อเงยหน้ามอง จะพบกับชั้นหินที่สลักเสลา สวยยิ่งกว่าฝีมือมนุษย์เสียอีก มีพระพุทธรูป เรียงราย ใช้ไฟสีส้ม ส่องดูศักดิ์สิทธิ์สงบมาก ผู้เขียนเก็บภาพไปเรื่อยๆ มีมักคุเทศชาวบ้านคนหนึ่ง เดินนำทาง พร้อมไฟฉาย เนื่องจาก แสงไฟในถ้ำไม่พอ พาดูมุมนั้น มุมนี้ ถ้ำพญานาค พากราบหลวงพ่อดำพระประธาน จนกระทั้งมาถึงจุดหนึ่ง เป็นหินงอกจากเพดาน หรือจะงอกจากพื้นดินขึ้นเพดานก็ไม่อาจทราบได้ เห็นแต่เป็นแท่งหินสี่ ห้าต้น มีลวดลายธรรมชาติงดงาม อยู่เรียงกันเหมือนเสาบ้าน ขึ้นไปหน่อยที่ส่วนบนของเสา ถูกเชื่อมด้วยแผ่นหินใหญ่ มีลวดลายเช่นกัน เหมือนแท่นอะไรสักอย่าง สำหรับผู้สูงศักดิ์ ผู้เขียนถามมัคคุเทศชาวบ้านว่า "นี่อะไรค่ะ " เสียงตอบมาอย่างนอบน้อม เกรงกลัวว่า "วิมานพญายมครับ" ว่าแล้วก็ยกมือไหว้ "ศักดิสิทธิ์นะครับ ขอพรท่านได้" ผู้เขียนเพ่งในความมืดตรงนั้น ก็แลเห็นรูปปั้นพญายม แต่งตัวเหมือนในภาพยนต์ที่เราเห็นกัน นั่งอยู่บนแท่นหัวกระโหลก มือถืออาวุธ ก็เรียกไม่ถูกว่าอะไร มั่นคง สง่างามจริง ๆ และทางทางใจดี ไม่น่ากลัว

  สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนปฏิบัติเป็นประจำคือการอุทิศส่วนกุศลให้ท่านพญายมทุกวัน วันนี้ได้มาเยี่ยมวิมานท่าน ถึงที่ ดีเลย ขออนุญาตพูดคุยกับท่านสักหน่อย แล้วผู้เขียนก็บอกกับท่านว่าวิมานท่านสวยมาก ข้าพเจ้า ได้ส่งบุญให้ท่านทุกวัน ท่านได้รับไหมคะ ขอให้ท่านมีความสุข และว่าสถานที่แห่งนี้สงบดีจัง น่านั่งสมาธิ แล้วก็ตั้งใจจะถามมัคคุเทศประจำตัวว่า มีใคร มาปฎิบัติธรรมไหม พอหันมา ไม่มีใครอยุ่ใกล้ผุ้เขียนเลย เขาคงรู้สึกเกรงกลัวพญายม เหมือนบางคน ที่แม้แต่เอ่ยชื่อท่าน ก็รู้สึกไม่กล้าแล้ว แต่ผู้เขียนไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย สักครู่ก็มีเสียงเรียกจากมัคคุเทศว่า ขึ้นมาไหว้หลวงพ่อดำดีกว่าครับ ทำให้ ต้องลาท่านพญายมไป ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะพบกันอีก หรือจะต้องรอถึงวันนั้น.....

   ก่อนจากกัน ผู้นำเที่ยว ที่ได้ทิ้งลูกทัวร์ไว้กับพญายมก็บอกว่า ชอบมีพระธุดงค์เข้ามาปฏิบัติธรรม บางครั้งก็มีคนมาสวดมนต์ทุกวันพระ ผู้เขียนขอบคุณกับความมีน้ำใจอันดีในครั้งนี้ และลาจาก เพราะเย็นย่ำลงทุกที ที่พักก็ยังไม่ได้หาเลย จึงขับรถออกจากวัด ฝ่าฝูงลิงที่ทำตัวเป็นเจ้าถนนเต็มไปหมด

   เมื่อนึกถึงโปรแกรมต่อไป ก็ให้นึกถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่เกิดมายังไม่เคยเห็นจริงสักครั้งเลย งั้นก็ไปหาที่พักที่อำเภอดำเนินสะดวกก็แล้วกัน ขอเป็นแบบโฮมสเตย์นะ อยากเรียนรู้วิถีชาวบ้าน

   บันทึกหน้าจะพาไปชมหิ่งห้อย และตลาดน้ำ พร้อม ไปดูบ้านมหาดเล็กคนแรกของเมืองราชบุรี สมัย ร.5 ประพาสต้น พักสักครู่ แล้วติดตามตอนต่อไปนะคะ