อักขระตัวหนึ่ง กับ พระพุทธรูปองค์หนึ่ง

คำขึ้นต้น
จากแผ่นนำในแผ่นกระดาษแผ่นแรก ยังคงสร้างความประทับใจบางอย่าง
หลังนอนนิ่งอยู่ในสมุดจดงาน ตั้งแต่ปี 2545
ความรู้สึกยินดีหลังจากนั่งอ่านนอนอ่าน หนังสือธรรมเล่มหนึ่ง กลางศาลาเอนกประสงค์ ในวัดหนึ่งของอำเภอรัตนวาปี เมืองหนองคาย ท่ามกลางงานบุญ วันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ช่วยตอบคำถามในใจบางอย่าง
หนังสือธรรมชื่อ
คัมภีร์มงคลทีปนี แปล
ระบุในหน้าแรกว่า
สร้างอักขระตัวหนึ่ง เท่ากับ สร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่ง
กลายเป็นหนึ่งหลักเดินทางของชีวิต ภายหลังจากมีโอกาสเข้าใจมุมมองนิทานธรรม ในมงคลหนังสือธรรม ปกบางเล่มบาง เนื้อกระดาษเหลืองกาลเวลา สำนวน พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน) ซึ่งโรงพิมพ์เลี่ยงเซียงจงเจริญ ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปี 2506
หนังสือเล่มนี้แก่กว่าอายุผม
แต่ภายในเรื่องกลับมีคำตอบ หลังลำดับเรื่องราวที่ได้บันทึกไว้
ผมประทับใจ มงคลที่ 2 ปณฑิตานญจ เสวนา หรือในเรื่องราวของมงคลเสวนา โดยเฉพาะนิทานช้าง นิทานโสมราช และนิทานพระยาทธิงาหนะ
ในการรับรู้คืนนั้น
มีความอิ่มเอมของชีวิตเกิดขึ้น
หลังออกไปนั่งมองบั้งไฟพญานาค ริมน้ำโขง ผมเห็นผู้คน เห็นเรื่องราว เสียงโห่ร้อง ตลาด ลานจอดรถขนาดใหญ่ และเห็นสายน้ำโขง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา ก่อนลมแรงและฝนหนักจะทำหน้าที่
ค่ำคืนนั้นผมนอนอ่านนิทานธรรม อย่างรู้สึกเย็นใจ
หลังจากอ่านไปได้สักพัก ผมรีบจดคำกล่าวประโยคแรกของหนังสือ
ไม่แน่ใจกับตัวเอง ว่าเพราะประทับใจในคำสั้นกระชับ
หรือเพราะบังเกิดความรู้สึกยินดีกับหนังสือธรรมเล่มธรรมดา ในท่ามกลางกองหนังสือรับบริจาคของทางวัด ซึ่งแม้แต่ชื่อวัดผมยังลืมเลือน แต่ชื่อหนังสือนิทานธรรม ผมกลับฉุกคิดว่าต้องจดไว้
วันนั้นหลังแบกลูกนิมิตวัด ที่รถกะบะหลายคันร่วมขนมาจากชลบุรี
ผมรับรู้ถึงเสน่ห์ของพลังแห่งเรื่องราว
แค่เพียงบันทึกและจารึกเรื่องราวแห่งธรรม นำเรื่องราวอันงดงามเก็บไว้ในพลังแห่งอักษร หน้าที่อักขระที่จะออกมาโลดแล่น พร้อมจะดูแลตัวเอง
จนกว่าใครสักคนมาเริ่มต้นเปิดอ่าน
เรื่องราวของจิตศรัทธา
นำสิ่งที่น่าประหลาด นำพาความประหลาดใจให้ได้เรียนรู้
และอธิบายความมุ่งมั่นเพื่อ ส่องทางศรัทธา และคุณงามอันดียิ่งของพระธรรม นิทานธรรม กระทั่งวัตถุแห่งธรรม เพื่อมาต่อเติมพระศาสนา ให้คงพลังแห่งย่างก้าว สู่การขัดเกลาผู้คน ให้เชื่อมั่นในหนทางแห่งความสะอาด สุข และสงบนั้น
ช่างเป็นสิ่งเริ่มต้นได้ง่ายดาย
แม้เพียงตั้งใจมอบไว้กับอักขระ เพื่อให้ทำหน้าที่ในการอธิบายธรรม กับความบังเอิญของชีวิต
คืนนั้น ผมรู้สึกถึงความเป็นสุข เมื่อได้หลับตาลง
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของพลังมหัศจรรย์ บั้งไฟพญานาค ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าหนังสือธรรมเล่มเล็ก หรืออาจทัดเทียมในบทบาทหน้าที่อันแตกต่างกัน
ต่างก็ทำหน้าที่ เพื่อสะท้อนถึงมุมมองแห่งจิตศรัทธา
สะท้อนถึงหนทางแห่งความสงบ สะอาด สดใส
ด้วยใจรับรู้ก่อนนอนในคืนนั้น
ผมคิดว่าหนังสือเล่มเล็กเล็ก จากการบริจาคเล่มนั้น
ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
เป็นหนึ่งเล่มของหนังสือซึ่งติดตรึงใจ ทรงพลังแห่งการเผยแพร่พระศาสนา นิ่งสงบ เพื่อพร้อมรับต่อการปฏิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ต่อเติมความเข้าใจ เสริมต่อสิ่งที่ผู้ต้องการคำตอบต่างกระหาย
คืนนั้น ผมเหมือนนักเดินทาง กลางหุบเขาแห่งความแห้งกร้าน
เมื่อฝนตกจึงค้นพบกับช่ำเย็นของชีวิต
คืนนั้น ในวันออกพรรษา ของรัตนวาปี และ โพนพิสัย มีฝนตกหนัก
และตกหนักอย่างชุ่มช่ำในใจของผม
แม้ลืมเลือนว่านิทานธรรมอธิบายสิ่งใดให้ใจได้ว่าง แต่ยังจดจำได้ดี ถีงพลังแห่งอักษรธรรม ที่เพียงมีโอกาสนั่งสติ วางใจให้เรียนรู้ และปล่อยไปสู่คำอธิบายเหล่านั้น เราจะเข้าใจว่า ชีวิตช่างเย็นเพียงใด
แม้ได้อ่านเพียงอักขระ
