ผมได้แนวความคิดเขียนบันทึกตอนนี้เมื่อคืนวันที่ 12 ต.ค.50 จากการฟัง ศ. ดร. อมเรศ ภูมิรัตน และ ดร. กนกรส ผลากรกุล ในการเสวนาเรื่อง "เชื่อมโยงงานวิจัยพื้นฐานสู่ภาคอุตสาหกรรม"
ในการวิจัยสู่อุตสาหกรรมหรือวิจัยเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ มันมีหุบเหวอยู่ตามธรรมชาติ เรียกว่า "หุบเหว R-E"
R =Research
E = Engineering
หมายความว่า เมื่อได้ผลงานวิจัยแล้ว จะไปสู่ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมก็ต้องเอาความรู้นั้นไปสร้าง product กระบวนการสร้าง product เรียกว่า Engineering
ค่าใช้จ่ายด้าน E สูงกว่าค่าใช้จ่ายด้าน R มาก อาจถึง 10 เท่าและต้องการทักษะคนละแบบกับการทำ R และการจัดการเพื่อส่งเสริม E ก็ไม่เหมือนกับจัดการเพื่อส่งเสริม R
ระบบการส่งเสริม E เพียงจุดเดียวก็ต้องการการดำเนินการแบบซับซ้อน มีหลายขั้นตอน หลายมิติ และที่สำคัญต้องการ "จริต" หรือวิธีคิดหรือกระบวนทัศน์ของ "ผู้ใช้" ผลงานวิจัย หรือที่เรียกว่า Demand - side mentality ซึ่งต้องคิดเชื่อมต่อไปสู่ M&M คือ Manufacturing และ Marketing ด้วย
จริง ๆ แล้ว "เหว" ไม่ได้มีเหวเดียว คือ เหว R-E & M&M ซึ่งเป็นเหวของระบบสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์
เรายังมีเหวของระบบสร้างสรรค์เชิงสังคมด้วย เรียกว่า "หุบเหว R-T"
R = Research
T = Translation
ตัว T อาจใช้ A (Application) แทนก็ได้
เราต้องการระบบการจัดการ "สะพาน" ข้ามเหว ทั้งเหว R-E และเหว R-T โดยที่ "สะพาน" 2 แบบนี้ต้องไม่เหมือนกัน มีการจัดการต่างกันโดยสิ้นเชิง
ระบบวิจัยไทยต้องการคนมาสร้างนวัตกรรม สร้างทักษะในการจัดการ "สะพาน" ทั้ง 2 แบบนี้
วิจารณ์ พานิช
13 ต.ค.50