หลังจากที่รายการย้อนรอยได้ถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชม หลายคนคงจะมีความสงสารทั้งสัตว์ คนดูแลที่มีความผู้พันกับสัตว์ และเข้าใจในเจตนาของเจ้าของที่มี อยากให้เด็กๆ และผู้คนได้สัมผัส ได้ใกล้ชิดและศึกษาวิถีชีวิตสัตว์ และมีหัวใจโอบอ้อมอารีย์ต่อสัตว์ คงจะมีผุ้คนรู้จักสวนสัตว์แห่งนี้เพิ่มมากขึ้น และหลั่งไหลเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้มากขึ้น

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสชมรายการ         ย้อนรอย ทาง TITV นำเสนอเกี่ยวกับสวนสัตว์   ซาฟารีปาร์ค   ผู้เขียนตั้งใจว่าจะเขียนตั้งแต่วันจันทร์    แต่โอกาสไม่เป็นใจค่ะ  เพิ่งเลยได้มาเขียนวันนี้เอง  

ซาฟารีปาร์คแห่งนี้เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรีค่ะ  เปิดมากว่าสิบปีแล้ว  เจ้าของสวนสัตว์เคยเป็นเศรษฐีบ่อพลอยมีเงินเป็นร้อยล้าน และเอาเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนที่สวนสัตว์นี้  พื้นที่ที่นี่กว้างขวาง  แต่นักท่องเที่ยวมีไม่มากนัก  อาจจะเป็นด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมก็เป็นได้  

" คุณหนุ่ม คงกระพัน" ผู้ดำเนินรายการเล่าว่าในวันธรรมดานักท่องเที่ยวแทบจะไม่มีเลย  จะมีมากเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวๆ เท่านั้น ในการเข้าชมสวนสัตว์นั้นถ้าใครไม่มีรถส่วนตัวไปทางสวนสัตว์จะใช้รถบัสขนาดเล็กนำเข้าชมค่ะ  เข้าไปในโซนของสัตว์ทั่วๆ ไปนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับสัตว์แบบถึงเนื้อถึงตัว  จับต้องเค้าได้  ถ่ายรูปกับเค้าได้  สามารถเปิดกระจกหน้าต่างให้ได้ชื่นชมกับสัตว์  ไม่ว่าจะเป็นยีราฟ  กวาง  อูฐ ม้าลาย หรือว่าควายป่าไบซัน และอื่นๆ อย่างใกล้ชิด 

ในวันนั้นจะเห็นภาพยีราฟมุดหน้าต่างรถเข้ามากินอาหารที่เด็กๆ เตรียมไว้  เป็นภาพที่น่ารักมากเลย  ดูเด็กๆ ชอบใจ  ยิ้มแย้มแจ่มใส  ดูมีความสุขมากๆ ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ที่เค้าไม่ค่อยได้สัมผัสมากนัก  ควายป่าที่นี่ตัวใหญ่มากเลยค่ะ 

ผู้เขียนก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละค่ะ  ดูน่ากลัวแต่เชื่องมากๆ เลย  เค้าเข้ามากินอาหารกับมือ  เด็กๆ สัมผัสเค้าได้อย่างไม่เกรงกลัว  คิดว่าทางสวนสัตว์มีบริการอาหารสัตว์ไว้ให้ด้วยค่ะ  เห็นเด็กแต่ละคนจะที่ใส่อาหารติดมาคนละถ้วยด้วย  กวางป่า  กวางดาวพากันวิ่งกันเป็นกลุ่มตามรถมาเพื่อคอยกินอาหาร 

ในการนำชมสัตว์    จะมีคุณลุงใจดีที่ทำหน้าที่ขับรถนำเที่ยวทำหน้าที่เป็นไกด์ไปในตัว  อธิบายถึงสัตว์แต่ละชนิดที่พบเห็นตามระยะทางที่ผ่าน  คุณลุงพูดจาเป็นกันเองกับเด็กๆ มากๆ   พอจะเข้าไปในโซนของสัตว์ที่ดุร้ายจะต้องปิดกระจกหน้าต่างค่ะเพื่อความปลอดภัย  ในโซนนี้จะพบกับสิงโตแล้วก็เสือ  อย่างอื่นก็ไม่เห็น  ส่วนในส่วนอื่นๆ ก็จะมีการแสดงจำพวกช้าง จระเข้   แล้วก็มีสวนผีเสื้อ  สวนดอกไม้ให้ชมด้วยค่ะ 

เจ้าของสวนสัตว์บอกว่าเค้าเป็นคนที่ได้รับการศึกษามาไม่สูงนัก  ไม่จบ ป.4  ก็เลยมีความตั้งใจเปิดสวนสัตว์นี้ให้ลูกๆ หลานๆ  และเด็กๆ  ได้มีความรู้ เข้ามาเรียนรู้ชีวิตสัตว์  เอ็นดูสัตว์   แต่สถานการณ์ของซาฟารีปาร์คช่วงนี้อยู่ในภาวะวิกฤติ  นักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย  สวนสัตว์ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสัตว์ที่มีจำนวนมากกว่า  500 ตัว  และจ่ายให้กับพนักงานแทบไม่ไหว  (โดยเงินรายได้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าอาหารสัตว์ส่วนที่สอง เป็นเงินให้พนักงานเบิกใช้ยามฉุกเฉิน ส่วนที่สามแบ่งให้พนักงาน 58 ครอบ ครัว 100-200 บาท)

ท้ายที่สุดท่านกล่าวไว้ว่า  หากยังต้องรับภาระเช่นนี้ต่อไปโดยที่สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้สุดท้ายแล้วสวนสัตว์ก็จำต้องปิดลงในที่สุด   

ผู้เขียนก็หวังว่าหลังจากที่รายการย้อนรอยได้ถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมซึ่งผู้เขียนคิดว่ามีจำนวนผู้ชมไม่น้อยที่ได้ดูรายการนี้ คงจะมีผู้คนได้รู้จักสวนสัตว์แห่งนี้เพิ่มมากขึ้นและหลั่งไหลเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้มากขึ้น

......ก็ขอเอาใจช่วยสวนสัตว์ซาฟารีปาร์คแห่งนี้.....อีกไม่นานต้องผ่านพ้นอุปสรรคได้แน่นอน.......