เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง....
ความสุข? ธรรมะ? ทำไม?
บางคนสงสัยว่า
ธรรมะคืออะไร? พระพุทธเจ้าสอนอะไร?
ธรรมะคืออะไร? พระพุทธเจ้าสอนอะไร?
ตอบง่ายๆ ธรรมะก็คือธรรมชาติ
พระพุทธเจ้าสอนให้เราเข้าใจธรรมะ?
...
พระพุทธเจ้าสอนให้เราเข้าใจธรรมะ?
...
ทำไมผมจึงคิดอย่างนั้น..
ธรรมะ..........
ความจริงแล้วธรรมะนั้น มันอยู่รอบตัวเรา
ความจริงแล้วธรรมะนั้น มันอยู่รอบตัวเรา
มันอยู่ที่ว่าเรารู้จักที่จะมองหรือปล่าว...
ถ้าเรารู้จักมอง..
มองแล้วคิด.. มันจะกลายเป็นครูที่คอยสั่งสอนธรรมะเรา..
แค่เห็นใบไม้หลุดปลิวลงจากขั้ว..มันก็บอกอะไรเราได้มากมาย..
บอกว่าทุกสิ่งรอบตัวเรามันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา..
ไม่มีอะไรแน่นอนและยั่งยืน..
ทุกครั้งที่เข็มนาฬิกากระดิก มันบอกเราว่า
วันเวลาของเราเหลือน้อยลงทุกที..
เราก้าวเข้าไปใกล้ความตายทุกวินาที..
..............
ถ้าเรารู้จักมอง..
มองแล้วคิด.. มันจะกลายเป็นครูที่คอยสั่งสอนธรรมะเรา..
แค่เห็นใบไม้หลุดปลิวลงจากขั้ว..มันก็บอกอะไรเราได้มากมาย..
บอกว่าทุกสิ่งรอบตัวเรามันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา..
ไม่มีอะไรแน่นอนและยั่งยืน..
ทุกครั้งที่เข็มนาฬิกากระดิก มันบอกเราว่า
วันเวลาของเราเหลือน้อยลงทุกที..
เราก้าวเข้าไปใกล้ความตายทุกวินาที..
..............
"ธรรมะ" เหล่านี้บางที ก็อาจไม่ต้องรอให้ใครมาสอน
ไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับให้เรานั่งหลับตาแล้วจึงเห็น
เพราะความจริงธรรมะมันอยู่ที่ว่า
ไม่ต้องรอให้ใครมาบังคับให้เรานั่งหลับตาแล้วจึงเห็น
เพราะความจริงธรรมะมันอยู่ที่ว่า
เราเปิดใจให้กว้างพอที่จะรับรู้และพิจารณามันหรือปล่าว
คนบางคนอยู่กับธรรมะมาทั้งชีวิต แต่กลับมองไม่เห็น....
คนบางคนอยู่กับธรรมะมาทั้งชีวิต แต่กลับมองไม่เห็น....
นี่ก็อาจเป็นคำตอบที่ว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงตรัสรู้ "ธรรม"
ความจริงแล้วธรรมะมันก็มีอยู่ของมันมาอย่างนั้นตามธรรมชาติ
ถึงจะไม่มีพระพุทธองค์มาตรัสสั่งสอนให้เราเห็นธรรมะ
ธรรมะมันก็มีอยู่อย่างนั้นเอง
ความจริงแล้วธรรมะมันก็มีอยู่ของมันมาอย่างนั้นตามธรรมชาติ
ถึงจะไม่มีพระพุทธองค์มาตรัสสั่งสอนให้เราเห็นธรรมะ
ธรรมะมันก็มีอยู่อย่างนั้นเอง
ธรรมะมันก็ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของมันอย่างนั้นเอง
แต่เรามองไม่เห็นมัน เราไม่เข้าใจมัน
และ "พยายาม" ที่จะไม่เข้าใจมัน
เพราะอะไร?
เพราะม่านหมอกแห่ง "ความไม่รู้" มาปิดกั้นความจริงเข้าไว้นั้นเอง
เพราะฉะนั้นเราจึงสังเกตเห็นได้บ่อยๆในพระสูตร
ว่าภายหลังพระพุทธองค์ทรงเทศนาจบ
มักจะมีคนอุทานว่า
"โอ้มหัศจรรย์จริง ธรรมที่พระองค์แสดง
ประดุจดังเปิดของคว่ำให้หงาย ประดุจดังจุดแสงเทียนในที่มืดมิด"...
ว่าภายหลังพระพุทธองค์ทรงเทศนาจบ
มักจะมีคนอุทานว่า
"โอ้มหัศจรรย์จริง ธรรมที่พระองค์แสดง
ประดุจดังเปิดของคว่ำให้หงาย ประดุจดังจุดแสงเทียนในที่มืดมิด"...
ดังนั้น "ที่สุด" แห่งธรรมะก็อยู่ที่ว่า
เรามีความเข้าใจตัวเองและเข้าใจสรรพสิ่งทั้งมวลอย่างถูกต้องได้แค่ไหน
ถ้าเราเข้าใจสารัตถะของสิ่งนั้นๆ
เราก็สามารถมีความสุขอย่างง่ายได้โดยไม่ต้องไปแสวงหาจากไหนหรือเสียเงินเสียทองแต่อย่างใด
ขอแค่เพียงเรา "เข้าใจมันตามความเป็นจริงก็พอ"
เรามีความเข้าใจตัวเองและเข้าใจสรรพสิ่งทั้งมวลอย่างถูกต้องได้แค่ไหน
ถ้าเราเข้าใจสารัตถะของสิ่งนั้นๆ
เราก็สามารถมีความสุขอย่างง่ายได้โดยไม่ต้องไปแสวงหาจากไหนหรือเสียเงินเสียทองแต่อย่างใด
ขอแค่เพียงเรา "เข้าใจมันตามความเป็นจริงก็พอ"
("ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา
การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหากเป็นความสุข"
- พระธรรมดิลก วัดป่าดาราภิรมย์ )
การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหากเป็นความสุข"
- พระธรรมดิลก วัดป่าดาราภิรมย์ )
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก
เราสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า
เราสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า
แล้วจึงค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน
เชื่อเถอะ...
เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้
ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง....
----
Nobody knows what 's going to be tomorrow.
Do on the best and respect it even though the result is good or bad.
———–+++——————–+++———-
<p>
</p><p> </p><hr width="100%" size="2"><p> </p>
ถ้าเราเข้าใจสารัตถะของสิ่งนั้นๆ
เราก็สามารถมีความสุขอย่างง่ายได้โดยไม่ต้องไปแสวงหาจากไหนหรือเสียเงินเสียทองแต่อย่างใด
ขอแค่เพียงเรา "เข้าใจมันตามความเป็นจริงก็พอ"