เราคงหลีกเลี่ยงกระแสโลกาภิวัฒน์ไม่ได้ ตราบใดที่โลกยังหมุนไป เทคโนโลยียังคงมีต้นน้ำจากต่างชาติ คนไทยก็คงต้องซื้อ ต้องใช้ ของนอกเป็นธรรมดา บนโลกแห่งไซเบอร์สเปซตอนนี้ใครนึกอะไรไม่ออกก็มักจะถามอาจารย์กู (เกิล) แต่ทำไมไม่มีคนถามอาจารย์ชาวไทยชื่อเท่ห์ๆ ว่า สรรสาร (Sansarn) บ้างเลย มีใครรู้จักเสิร์ชเอ็นจิ้นตัวนี้ไหมครับ?
สรรสารหรือ sansarn.com เป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นสัญชาติไทยตัวหนึ่งที่วิจัยพัฒนาโดยเนคเทคเมื่อ... (นานมาแล้ว) ซึ่งทางผู้พัฒนากล่าวว่าระบบนี้เน้นเฉพาะเว็บไซต์ภาษาไทยเป็นหลัก ด้วยจุดเด่นคือความสามารถในการค้นคืนภาษาไทยได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากเทคนิคการตัดคำภาษาไทยแล้ว ยังมีคุณลักษณะต่างๆที่ทำให้การค้นคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การแนะนำคำที่ใช้ค้นคืน (Query Suggestion) และการแก้คำค้นคืนที่สะกดผิด (Query Approximation) เป็นต้น แต่กระนั้นสถิติจาก Truehits.net ไว้ระบุว่า ในเดือน กันยายน 2550 มีปริมาณการใช้ Google 93.1% ในขณะที่ Sansarn ไม่ถึง 0.01% เสียด้วยซ้ำ

สาเหตุหลักอาจจะเป็นเพราะการโปรโมตที่ยังไม่เพียงพอ และฐานข้อมูลที่ยังใหญ่สู้ต่างชาติไม่ได้ เพราะระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นไม่ใช่แค่โปรแกรม แต่มันคือแพลตฟอร์ม ที่จะต้องมีการรวบรวมเว็บไซต์และประมวลผลเนื้อหาในแต่ละเว็บไซต์ การที่เข้าไปค้นแล้วเจอ อันดับแรกต้องมีข้อมูลดิบให้ค้นก่อน และที่น่าเสียใจคือ"เราไม่มี" การนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้างมีความจำเป็นจะต้องผลักดันกันอย่างจริงจัง เราต้องการนักพัฒนาที่รักในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้คนอื่นเชื่อเหมือนที่เค้าเชื่อ
จากประวัติ Google เริ่มจากงานวิจัยเล็กๆ ของนักศึกษา Stanford 2 คน คือ Larry Page และ Sergey Brin พวกเค้าทำให้มหาวิทยาลัยเชื่อว่าเทคโนโลยี PageRank เป็นสิ่งที่จำเป็น และเค้าสามารถทำให้ Silicon Valley เชื่อเหมือนที่เค้าเชื่อ จนกระทั่ง search engine กลายเป็นแก่นของธุรกิจ และได้สร้างรูปแบบธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมซึ่งพลิกโฉมอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาออนไลน์ด้วย Adword และ Adsenses ตำนานเรื่องนี้ยิ่งติดตามยิ่งสนุก แต่ผมอยากจะมีเรื่องเล่าตำนานของไทย ให้พวกเราคนไทยฟัง ด้วยภาษาไทยที่เราใช้กันอยู่มากกว่าครับ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?
สวัสดีค่ะ คุณ TheInk
ต้องบอกว่าไม่เคยเข้าไปใช้งาน sansarn.com มาก่อนค่ะ เพิ่งจะทราบเหมือนกันว่าเป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นสัญชาติไทย
ถ้ามองในมุมของทางด้าน Usability การออกแบบหน้าตาเว็บไซต์มีผลอย่างมากคะ ที่ส่งผลต่อการใช้งานของผู้ใช้คะ
สวัสดีค่ะ
ที่คนไทย ยังไม่ค่อยทราบเรื่อง สรรสาร เป็นเพราะอ่อนประชาสัมพันธ์มั๊งคะ
พูดถึงเรื่อง usability นี่คุ้นๆ ว่ามีใครบางคนติดผมว่าจะไปตรวจสอบเว็บให้ผมนะ อืมมมม... เจ้าตัวจะเจ้าได้ไหมเนี่ย ^_^
อ้อคุณ
มะปรางเปรี้ยว
ประเด็นการใช้งานเว็บไซต์ ตัว Google เองเคยได้รับคำชมเป็นอย่างมากเรื่องของ "ความง่าย" ไม่ว่าจะต่อการใช้งานหรือการเรียนรู้ครับ แค่กล่องให้ใส่ input ช่องเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับการค้นหาข้อมูล เพราะผู้ใช้ไม่ได้ต้องการของตบแต่งอื่นๆ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผมว่าเราจะได้เห็น GUI ใหม่ๆ จากเสิร์ชเอ็นจิ้นในไม่ช้าครับ
สวัสดีครับคุณ
sasinanda
ยินดีที่ได้รับความคิดเห็นครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องการประชาสัมพันธ์ครับ
แต่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้ software ต่างชาติโดยเฉพาะอเมริกาได้เปรียบมากคือเรื่องภาษาและจำนวนผู้ใช้ที่พูดภาษานั้นๆ อเมริกันทำซอฟต์แวร์ภาษาอังกฤษขายได้ทั่วโลก ในขณะที่คนไทยทำซอฟต์แวร์ภาษาไทยก็ใช้กันได้แค่คนไทยไม่กี่ล้านคน และด้วยความเชื่อบางอย่างก็ทำให้คนอีกหลายๆ คนไม่เชื่อในศักยภาพของสมองคนไทยด้วยกันเอง ถึงแม้จะสามารถทำให้คนรู้จักได้เยอะแต่ไม่อาจเปลี่ยนใจผู้บริโภคได้ก็ไร้ความหมายครับ
เคยใช้จำนวนครั้งนี่นับนิ้วได้เลยครับ
เพิ่มเติม : การเข้าเว็บสรรสาร สามารถพิมพ์คำว่า 'สรรสาร' เพืื่อเข้าเว็บได้เลยครับ อยู่ในโครงการชื่อไทยไม่มีดอท
ประสิทธิภาพมันสู้ Google ไม่ได้น่ะครับ
การใช้งานก็ยังยาก
ถามว่าทำไมคนไทยไม่ใช้ของไทย ก็ด้วยเหตุผลเหมือนกับว่า ทำไมต้องใช้ Windows ไม่ใช้ Linux TLE ผมว่ามันก็เป็นเหตุผลเดียวกัน
ผมว่าการออกแบบหน้าเว็บยังไม่ดึงดูดใจเลยอ่ะครับ
และการค้นหาข้อมูลยังสู้ Google ไม่ได้ ทำให้เวลาคนมาค้นหาแล้วไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ เขาก็คงไม่กลับมาอีกอ่ะครับ
www.bangkoksleep.com นี่ก็เป็นเว็บค้นหาที่พัก ที่ออกแบบให้ดูง่าย และค้นหาแบบเชิงลึกที่น่าสนใจทีเดียวครับะ
ผมอ่านหัวเรื่อง นึกว่าจะเป็นประเด็น เรื่อง "การบ้ายี่ห้อฝรั่ง" แต่พออ่านๆ แล้วมาวิเคราะห์ ก็มานึกได้ว่า ในโลก IT นี่มันมีปัจจัย ที่ไม่เข้าข่าย "บ้ายี่ห้อ" เหมือนกันครับ
ไม่เหมือน กับ ทีวี ธานินท์ กะ โซนี่
ไม่เหมือน กับ เสื้อผ้า fbt กับ ไนกี้
สินค้าและบริการไอที นั้น "เข้าถึงคนทั่วโลก ได้ในเวลาเดียวกัน" ครับ
ผมคิดว่า มันไม่มีคำว่า ของในประเทศ กับของต่างประเทศ ครับสำหรับเรื่อง IT เพราะว่าตอนนี้ โลกทั้งโลกอยู่บน platform เดียวกันหมด
ต้องบอกว่าแนวคิดของ google จริงๆ นั้น เค้าไม่ได้คิดแค่เรื่อง pagerank และ search engine ครับ ลองศึกษาดีๆ แล้วแนวคิดเค้าใหญ่กว่านั้นมากครับ
เพราะฉะนั้นถ้าจะเทียบ สรรสาร กับ google search มันคงเทียบกันไม่ได้ครับ
เหมือนบอกว่าทำไม ดื่มโค้ก ไม่ดื่ม โอเลี้ยง ซึ่งเหมือนกัน
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความคิดเห็นครับ
คุณ Nz สำหรับชื่อไทยไม่มีดอทหรือ "นิภา" เดี๋ยวนี้ใช้ไม่ได้กับทุก ISP นะครับ ถ้าต้องการจริงๆ ต้องดาว์นโหลด Plug-in มาติดตั้งครับ
คุณ จากใจจริงเลย ความเห็นเรื่อง mismatch fight โดยส่วนตัวเรื่อง Windows กับ Linux TLE ผมว่ามันเกี่ยวกับโปรแกรมและ format ของข้อมูลด้วยครับ ที่ทำให้คนไม่ย้ายจากสิ่งที่เขาคุ้นเคยไปยังสิ่งใหม่ (จะบอกว่าตอนนี้ผมใช้ Ubuntu อยู่ครับ)
คุณ msdn ผมลองเข้าไป www.bangkoksleep.com แล้วหละครับ ดีครับมี map ของ mappointasia ด้วย
คุณ kla เห็นด้วยกับเรื่องโลกาภิวัฒน์ โลกไร้พรหมแดน ที่ IT ไม่ได้แบ่งว่าของไทยหรือของต่างชาติครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อคือเรื่องของโอกาสและการยอมรับ ผมก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับสรรสารนะครับ แค่พอดีเคยไปรู้เบื้องหลังการทำงานของกลไกภายในของมันว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานของภาษาไทย ภาษาที่ไม่ได้แบ่งคำด้วยเว้นวรรค ภาษาที่มีการตัดคำ ตาก.ลม ตา.กลม ไม่เหมือนกัน ถ้ามีโอกาสลองอ่านดู http://www.sansarn.com/aboutsansarn.php นะ ผมว่า feature มันเยี่ยมมากเลย
โอเค กลับมาที่ประเด็นเรื่องการให้โอกาส
ผมขอยกตัวอย่าง iPod มาเปรียบเทียบ
มีใครรู้ไหมครับว่า ทำไม iPod ไม่รองรับภาษาไทย
ผมเคยคุยกับคน Apple และได้คำตอบว่า เพราะภาษาไทยอยู่ใน 3rd-tier ซึ่งมีผู้ใช้อยู่จำนวนน้อย
ถ้าอยากให้มีภาษาไทยใน iPod ก็ต้องมีคนไทยใช้มันเยอะๆ
แต่ถ้าไม่มีภาษาไทย คนไทยบางกลุ่มก็คงไม่ซื้อ iPod (พวกที่คำนึงประโยชน์ใช้สอย ไม่ได้สนใจเรื่องความเท่ห์)
มันก็ประมาณไก่กับไข่ที่ว่า จะรอให้คนใช้เยอะๆ ก่อนแล้วคอยใส่ภาษาไทยใน iPod หรือ ใส่ภาษาไทยก่อนแล้วคนไทยจะซื้อเยอะ
ใน case ของ sansarn.com ที่หาข้อมูลไม่เจอ ไม่ใช่ว่า engine ไม่ดี
แต่น่าจะเป็นเพราะฐานข้อมูลเล็ก และสาเหตุหลักที่ฐานข้อมูลเล็ก ก็เพราะคนไม่ใช้ ไม่รู้จะไปลงทุนทำไม (อันนี้ผมสันนิษฐาน)
ดังนั้น ถ้ามีคนใช้ ถ้ามีคนเห็นคุณค่า เสียงตอบรับที่กลับไปยังผู้พัฒนาและผู้ใหญ่ในสังคม ก็คงจะทำให้ software ไทยตัวนี้ไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะครับ
เอาให้ตรงสุดคือ ไม่รู้จัก
แต่ก็ไม่ได้ใช้ Google the Evil เป็นหลัก
คุณ TheInk
ผมเข้าใจเรื่อง feature การตัดคำภาษาไทย ซึ่งมันยาก และต้องใช้ algorithm + data structure + rules + corpus + test + optimization ที่ซับซ้อน อีกทั้งยังต้องเร็ว อีกด้วย นับถือผู้พัฒนาครับ
แต่ถ้าพัฒนา algorithm แล้วไม่มีคนใช้ เพราะมันไม่ practical ในการใช้งานจริง มันอีกเรื่องนึงนะครับ
อย่าง iPod ครับ ผมมองเป็นเรื่อง long tail อ่ะครับ คนใช้ภาษาไทย (ในโลก) มันน้อย ปริมาณยอดขาย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นก็น้อย (apple store ก็ไม่มาเปิด) หมายความง่ายๆ คือ ถ้าขายไม่ได้เลยในประเทศนี้ เค้าก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ อันนี้เป็นเรื่องธุรกิจเต็มตัวครับ
แต่ก็ยังมีคนซื้อ เพราะเห็นว่าอวดสาวใน fitness ได้ (เท่ห์อ่ะ) แต่เพิ่งเห็นว่าภาษาไทยไม่ได้ ก็เืดือดร้อนไป hack กันเอง เผอิญมัน hack ได้ด้วยสิ (iPhone ก็เข้าข่าย) คงไม่มีใครถึงกับขว้าง iPod ทิ้งเพียงเพราะ "มันไม่มีภาษาไทย" หรอก เค้าก็ยังทนใช้ มันกับ itune กันทั้งๆ ที่ไม่ค่อยชอบนั่นล่ะ มองมุมนี้ คือ ซื้อมาแล้ว เสียตังแล้ว คืนไม่ได้ ยังงัยก็ต้องใช้ให้คุ้มล่ะ
ยิ่งถ้ามองมุมนี้ ผมยิ่งเห็นว่าเรื่องเว็บ หรือบริการ กับสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ มันยิ่งต่างกันครับ
ตัวอย่าง
keyword "วัดพรแก้ว" (พิมพ์ผิด)
จริงๆ จะหา "วัดพระแก้ว"
ใ้ช้ sansarn เจอ 1 เว็บ ไปที่ pdf เอกสารทอดกฐิน ที่โคราช ในเบอร์ 942 ของวัดที่เข้าร่วมโครงการมี "วัดพรแก้ว" อยู่
ใช้ google เจอ 842 เว็บ 8 ใน 10 อันแรก เกี่ยวกับ "วัดพระแก้ว" หมดเลยครับ มี 2 อันที่เป็น "วัดพรแก้ว" ซึ่งก็เข้าไม่ได้ เพราะมันบอกว่ามี malware (อีกนั่น)
แล้ว ถ้าผมจะ search ต่ออีก สำหรับ "วัดพระศรีสรรเพ็ชร" แต่ก็ไม่มั่นใจตัวสะกด แล้วผมใช้ google อย่างเดียวดีกว่า เรียกว่าผม "ไม่ให้โอกาส" กับ sansarn หรือเปล่าครับ
ส่วนตัวผมเห็นว่า ผมให้โอกาสแล้ว กับ 2-3 keyword เปรียบเทียบกับผลที่ได้รับ แล้วไม่พอใจ ก็เลยหันกลับไปใช้ google เหมือนเดิม ไมต้องเสียอะไร
ทิ้งท้ายครับ ผมไม่ได้เป็นทาส google, apple, microsoft, หรือ อะไรหรอกนะ ผมก็คนไทย นิยมไทยครับ
แต่การใช้ google แทนที่จะเป็น sansarn มันคงไม่ทำให้ผมโดนตราหน้าว่าเป็น พวก "ไม่ให้โอกาสคนไทย บูชาฝรั่ง" มั้งครับ
ดีครับ นานๆ จะมีคนมาแสดงความคิดเห็นให้สมกับชื่อ blog "How do u think?" หน่อย
ก็อยากให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันครับ เพราะการแสดงความคิดเห็นของทุกคนมีค่าและเป็นประโยชน์ทั้งนั้น
ถ้าเราจะสู้กันด้วยความคิด ทะเลาะกันด้วยมุมมอง ผมว่ามันดีกับสังคมโดยรวมนะ
อย่างคุณ kla ต้องยอมรับว่า เยี่ยมครับ งั้นผมจะขออนุญาตเถียงต่อ ไม่ว่ากันนะ ^_^
โอเค อันดับแรกผลการค้นหาจาก sansarn "ไม่ได้เรื่อง" เห็นด้วยครับ!
แล้วจะปล่อยให้มันไม่ได้เรื่องต่อไปหรือ งบประมาณประเทศชาติที่ถูกใช้ไปกับงานวิจัยตัวนี้ เงินภาษีของราษฎรมีค่าแค่นี้เองหรือ
ถ้าไม่ใช่ นักวิจัยควรจะทำเช่นไร? มีข้อเสนอแนะไหมครับ?
ถัดมา การที่เราจะใช้สินค้าหรือบริการของต่างประเทศ แล้วไม่ใช้ของไทย สาเหตุจากความ"ไม่ได้เรื่อง"
ผมก็ว่าไม่ผิด และคงไม่มีใครไปตราหน้าว่าเป็นพวกบูชาฝรั่งหรอกครับ
ในฐานะผู้บริโภค เรามีสิทธิที่จะเลือก ที่จะใช้ ของที่เราชอบ ที่เราว่าดี
และที่สำคัญเราไม่ได้ถูกผูกขาดว่าใช้ยี่ห้อนี้ แล้วห้ามใช้ยี่ห้อนั้น จริงไหมครับ? อะไรดีใช้ไปเถอะ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
ขอยกตัวอย่าง Social Bookmark แล้วกัน (ใกล้ตัวดี)
ในปัจจุบันที่ฮิตๆ มีชื่อของไทย ก็จะเป็น duocore.tv และ zickr.com ใช่ไหมครับ?
สมมติว่า คนทำตั้งใจทำเพื่อให้คนไทยมีบุ๊คมาร์คออนไลน์ไว้แชร์เนื้อหาดีๆ กัน
แล้วผู้ใช้กลับมองว่า "โฮย มันลอกเค้ามา อย่าไปใช้มันเลย ไปใช้ digg.com หรือ del.icio.us ดีกว่า"
มันน่าเสียใจไหมครับ???
แต่กระนั้นถ้าผู้พัฒนาสามารถทำให้คนอื่นเชื่อได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือเว็บไซต์ที่เค้าทำดีจริง สามารถโน้มน้าวคนรอบข้างและขยายผลไปถึงทุกคนในสังคมได้ ผมก็เชื่อว่า เราจะได้เห็นผลงานดีๆ ที่ไม่ได้ทำแล้วทิ้ง อีกมากมาย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยต่อไป
ดังนั้นจุดนี้ผมมองว่าถ้านักวิจัยมีความเชื่อศรัทธาในงานของตน และสามารถสื่อสาร ทำให้คนรอบข้างเชื่อได้ว่ามันมีคุณค่า
The product is gonna prove itself ...
Sansarn โดยส่วนตัวรู้จักมานาน แต่การพัฒนาถือว่าช้ามาก และคงไม่มีวันตาม searchengin ของต่างประเทศ ได้ทัน อันนี้ผมเข้าใจระบบการทำงาน และเงินทุน ต้องได้รัยการสนับสนุน และการทำงานอย่างจริงจัง คนไทยเราเก่งแต่ไม่ได้รับการผลักดันเท่าที่ควร
ทำไมเราเราถึงไม่อุดหนุน ของถาวรคอมพิวเตอร์
ทำไมเราไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของธานินทร์ และอีกหลายๆ บริษัทที่ล้มไป
ต่ออีกหน่อยค่ะ
จริงๆแล้ว เหตุผล มันอยู่ตรง มีคนใช้น้อย การลงทุนมากๆไม่คุ้มค่ะ
ทำไมใช้น้อย
ก็เพราะภาษาอังกฤษ เป็นภาษาสากลไปแล้ว มันคุ้มค่าการลงทุน
ดิฉันเคยไปเยอรมัน คนที่นั่น พูดภาษาอังกฤษดีมาก ทั้งๆเขาก็ชาตินิยม ที่ฝรั่งเศสก็เหมือนกัน แต่ก่อน หาคนพูดอังกฤษได้น้อย แต่เดี๋ยวนี้ เป็นธรรมดา ใครๆก็พูดได้ ซึ่งแต่ก่อน แอนตี้ภาษาอังกฤษกันมาก
ไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะ เป็นเรื่องของความเป็นสากลมากกว่าค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับ ชาตินิยมอะไร
"สรรสาร"ออกแบบมาเพื่อภาษาไทยโดยเฉพาะก็จริง แต่ว่าเดี๋ยวนี้ทั้ง Google และ Yahoo ก็ search ภาษาไทยได้แล้ว (แต่ไม่รู้ว่าจะได้เท่าสรรสารก็ตาม หรือว่าอาจจะดีกว่าสรรสาร?).
สรรสารอาจจะต้องไปจับตลาด search engine ภายในองค์กรอะไรแบบนั้นแทน. แต่ก็จะมีคำถามตามมาอีกเหมือนกันว่าทำไม ไม่ใช้ Apache Lucene เพราะว่าตอนนี้ Lucene ก็ใช้กับภาษาไทยได้ อีกทั้งเป็น free/open source software ไม่ต้องขออนุญาตคนนั้นคนนี้ ก่อนจะเอาใช้ แถมยังแก้ไขปรับปรุงเองนี้.
สถานการณ์แบบนี้ผมนึกไม่ออกว่าจะ promote อะไร? อาจจะใช้ประโยชน์จากลัทธิชาตินิยมก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก ถ้าหากผลิตภัณฑ์มันแตกต่างกันมากเกินไป.
ผมเพิ่งจะรู้จักเว็บ sansarn.com เป็นครั้งแรกนะครับเนี่ย
ถ้าจะให้เกิดการพัฒนาผมคงต้องขอพูดความรู้สึกตรงๆที่เห็นนะครับ
ผมว่าประเด็นเรื่องชื่อนี่มีผลกับผมนะเนี่ย ชื่ออ่านยากครับ สัน-สาน ผมว่า สนุก, กระปุก, กูเกิ้ล อ่านง่ายกว่ามากครับ ง่ายในการจดจำและบอกต่อ
ความน่าใช้เป็นปัจจัยแรกของผมนะครับ ความประทับใจแรก มีผลอย่างมากในการดึงคนเข้ามาใช้งานครั้งต่อๆไปด้วยครับ อันนี้ sansarn สอบตกครับ
ต่อมาเป็นความง่ายในการใช้งาน คือไม่ต้องเรียนรู้การใช้งาน
อย่างของ Google ผมว่าเค้าทำให้ใช้งานง่ายๆ หน้าแรกเว็บไม่มีอะไรมาก แค่ช่องค้นหาอย่างเดียว ซึ่งตรงประเด็นที่ผู้ใช้เข้ามาใช้งาน
สรรสาน มีอะไรมากเกินไปหรือเปล่าครับ ดูแล้วไม่เน้นที่ search ซักเท่าไหร่ คือเนื้อหาอื่นมาดึงความสนใจไปซะเยอะแล้วครับ
อีกจุดนึงที่ผมอยากให้มีคือเรื่องของ Concept
อย่างที่ผมเห็น Google เค้าจะใช้ลูกเล่นเรื่องสีสันจากตัว Logo มาเล่นในเว็บ แล้วก็ใช้คำว่า Goooooogle มาเล่นกับตัวผลการค้นหา แค่นี้ก็ดูน่ารักน่าใช้แล้วครับ
และผมว่าควรใส่ช่อง search เอาไว้ทุกๆหน้าบนเว็บเลยครับ เพื่อให้ง่ายในการเข้าถึง
สีสันที่เลือกใช้ก็ควรจะเป็นสไตล์ของ Web 2.0 น่าจะเหมาะกว่า ถ้าอยากให้คนทั่วๆไปหันมาใช้กัน โดยเฉพาะวัยรุ่น
เรื่องรูปภาพ background หลังชื่อเว็บนี่ ผมว่าดูแล้วมันโบราณน่ะครับ เห็นรูปนี่แล้วผมรู้สึกไปก่อนแล้วว่า มันคงเป็นเว็บเก่าแก่และไม่อัพเดท -_-'
แต่สุดท้ายแล้วหน้าตาจะดีแค่ไหน ถ้าไม่ฉลาดจริงๆ ก็คงยากที่จะให้คนเปลี่ยนใจจากของที่ดีอยู่แล้วอย่าง Google นะครับ
เอาใจช่วยครับ หวังว่าวันนึงผมจะกลับมาใช้ที่นี่อย่างสบายใจ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าการตลาดและการประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเว็บไซต์
แม้ว่าโครงการนั้นจะเป็นโครงการที่ไม่ได้แสวงหากำไรก็ตาม แต่ถ้าเราไม่วาง STP (segmentation, target, position) ให้ถูกต้องก็คงจะไม่สามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้
มันเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันพอสมควรว่า งานวิจัย เริ่มจาก demand หรือ supply ก่อนดี
ถ้าสำหรับผู้ประกอบการ ผมคิดว่า "ถ้าต้องการเงิน" ก็ต้องมองว่าจะได้เงินจากไหน อะไรที่ตลาดจะซื้อ
แต่ถ้าสำหรับภาครัฐ ผมอยากให้ทำสิ่งที่นักวิจัยอยากทำ อะไรก็ได้ขอให้ทำให้เสร็จ แล้วแจกจ่ายให้คนอื่นเอาไปทำต่อ
คุณ
वीर ผมชอบประโยคนี้จัง "งานวิจัยหลายอย่างใช้ภาษีของประชาชนมาวิจัย แต่พอวิจัยเสร็จแล้ว ก็เป็นสิทธิบัตร หรือลิขสิทธิที่รอไว้ขายนายทุน. (เท่าที่เห็นปัจจุบันส่วนมากเป็น model นี้ใช่หรือเปล่า?) ถ้าขายแล้วได้กำไรก็ดีสำหรับรัฐ? ประชาชนก็ได้ส่วนที่เป็นกำไร?"
จะเป็นไปได้ไหมที่งานวิจัยซอฟต์แวร์เหล่านั้นจะเป็น opensource ที่กลับมาให้คนไทยใช้ ได้ให้คนไทยที่รู้วิธีใช้ เอาไปทำประโยชน์คืนให้สังคม
ส่วนอันนี้ขอเสริมครับ
del.icio.us จะแข่งกับ digg หรือเปล่า ตอบยาก! ไม่อยากเดาใจคน แต่วัตถุประสงค์ที่เอามาใช้งานชัดเจนว่าเพื่อโปรโมต เว็บเพจ ใครใคร่เอาไปทำ bookmark ส่วนตัวก็แล้วแต่ชอบหนะครับ ของอย่างหนึ่งมันมีอรรถประโยชน์ได้หลายอย่างครับ
ส่วน digg มีรายการ TV ไหม ลองดูอันนี้นะครับ http://revision3.com/diggnation/ คุ้นๆ Kevin Rose เจ้าของ digg ไหมครับ
เค้าเรียกว่ามี inspiration ครับ
และขอเสริม คุณ
kritsada เรื่องการที่ sansarn จะกลายมาเป็น searchengine ที่แข่งกับต่างชาติไหม
ผมเชื่อว่ามันอยู่ที่ความเชื่อของนักพัฒนา ถ้าเค้าคิดว่าเขาทำได้ เขาจะหาวิธีให้ทำให้ได้ครับ
ยกตัวอย่าง baidu.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สัญชาติจีน เคยได้ยินมาว่า เว็บตัวนี้ท้าชน Google ได้เลย
แต่ไม่ทราบว่าเค้าเรียกว่า ชาตินิยม หรือเปล่านะครับ
ก็ถ้าโปรแกรมมันดี มันจะพิสูจน์ตัวเองครับ
สำหรับ ความคิดเห็นของคุณ dogdoy ผมว่าถ้าผู้พัฒนามาอ่านคงชื่นใจนะครับ อย่างน้อยยังมีคนให้โอกาสเค้าอยู่
ผมมีเพื่อนเป็นนักพัฒนาหลักของสรรสารครับ เพื่อนคนนี้เราเรียนจบมาด้วยกัน ตอนปี 4 ก็เป็นรูมเมทกัน เรียกว่ารู้จักกันดีพอสมควร แล้วไอ้หมอนี่ก็มักจะวานให้ช่วยทดสอบสรรสาร เมื่อมีการเพิ่มระบบใหม่อยู่เสมอๆ
ระดับกำลังภายในและสติปัญญาของหมอนี่ จัดอยู่ในขั้นเทพ สามารถอดหลับอดนอนติดต่อกันได้หลายคืน ผมรู้ดีว่าภายใน 2 ปีนี้เขาทุ่มเทให้กับสรรสารอย่างเต็มที่ ... แต่ !! เขาเป็นหนึ่งในโปรแกรมเมอร์ของสรรสาร จากทั้งหมดจำนวน 1 คน รวมที่ปรึกษาด้านอัลกอริทึมอีก 1 คน รวมแล้วปัจจุบันสรรสารทำกันอยู่ทั้งหมด 2 คนครับ (ข่าวล่าสุดที่ผมรู้) ในขณะที่ Google Corp. มีวิศวกรที่ดูแลด้าน Search Engine อยู่หลายร้อยหลายพันคน แต่ละคนจบมาจากมหาวิทยาลัยระดับโลก และมีความเฉพาะทางมากกว่า
สรรสารและลินุกซ์ทะเล มีจุดร่วมที่เหมือนกันอยู่หลายประการ ผู้เชี่ยวชาญลินุกซ์บอกว่า "TLE must die" ผมมองว่าสรรสารก็อยู่ในข่ายเดียวกัน ... ผมว่าความคิดแบบ "ระบบปฏิบัติการแห่งชาติ" หรือ "ระบบค้นหาแห่งชาติ" ค่อนข้างเชยครับ ปัจจุบันควรจะเป็น "ระบบปฏิบัติการของโลก" หรือ "ระบบค้นหาของโลก" แม้ว่าคนทำจะเป็นฝรั่งหัวแดงก็ตาม ... ต้องยอมรับความจริงครับ ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาจากฝรั่ง โอกาสที่เขาทำแล้วจะประสบความสำเร็จย่อมมีมากกว่าเรา ... แต่ถ้าพูดถึง ดนตรีไทย อาหารไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย เราย่อมเจ๋งกว่าวันยังค่ำ .. ผมว่าผัดไทยข้างถนนที่ปรุงโดยแม่ค้าชาวบ้านธรรมดา อร่อยกว่าผัดไทยที่ปรุงโดยเชฟฝรั่งมือหนึ่งครับ ... ไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่มันคือการยอมรับความจริง
สุดท้าย โครงการใดๆ ก็ตาม ที่ดำเนินการภายใต้การควบคุมของรัฐบาลไทย ไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น ความจริงอีกอย่างที่เราต้องยอมรับคือ ระบบเรามีปัญหา คุณลุงที่นั่งหัวโด่กุมอำนาจบริหาร ไล่ลงมาตั้งแต่นายกฯ รมว.ICT รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ฯลฯ ไม่ว่ายุคสมัยไหน เรายังไม่เจอคนที่มีวิสัยทัศน์ด้านนี้จริงๆ สักคน ยังหาบุรุษผู้เกาถูกที่คันไม่ได้สักคน คงอีกหลายปีครับกว่าคนยุค next generation จะขึ้นมากุมอำนาจบริหาร
มดงานทำงานแทบตาย แต่นโยบายเบื้องบนไม่สอดคล้อง ผลสำเร็จก็คงเป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ ... ผมเชื่อในศักยภาพของเพื่อนผม ถ้าเขามีโอกาสได้ทำงานกับเอกชน Baidu 2 ก็อาจเกิดครับ
ขอบคุณครับที่ให้โอกาสร่วม ลปรร.
คำถามก็อาจจะถูกแปลงมาเป็นว่าไมเราควรใช้ sansarn เยอะๆ. เพื่อ google จะได้ซื้อ sansarn แล้ว สถาบันวิจัยต่างๆก็ได้เงิน จะได้ใช้ภาษีของประชาชนลงทุนน้อยลง แบบนั้นหรือเปล่า?